มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้มีโครงการศูนย์วัฒนธรรมศึกษา (เรือนสี่ภาค) ผู้รับหน้าที่ดูแลก็คือ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเรือนไทยโบราณ การดำรงชีวิต และ ภูมิปัญญาของคนไทยสมัยก่อนรวมถึงเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมทั้ง 4ภาค  ซึ่งแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ อาชีพ ฐานะความเป็นอยู่ คติความเชื่อและศาสนา โดยสร้างเรือนไทยทั้งหมด 4หลัง คือ

  • เรือนไทยภาคกลาง 1หลัง
  • เรือนไทยภาคเหนือ 1หลัง
  • เรือนไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1หลัง
  • เรือนไทยภาคใต้ 1หลัง

    เรือนไทย 4ภาคนี้ ออกแบบโดย ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) นามว่า

 รองศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี

ผลงานที่โดดเด่นคือ  สถานีรถไฟใต้ดิน เส้นทางรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล  ส่วนต่อขยายหัวลำโพง – บางแค ซึ่งตั้งอยู่ที่พื้นที่อนุรักษ์เกาะรัตนโกสินทร์  และมีผลงานอีกมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้เห็นผลงานต่าง ๆ แล้วน่าทึ่งมากค่ะ  จึงอยากให้เข้าไปอ่านประวัติส่วนตัว  การเรียน และผลงานชิ้นสำคัญต่าง  ๆ ของศิลปินแห่งชาติผู้นี้ ที่ลิงค์ประกอบด้านล่าง

Advertisement

Advertisement

http://isminttt.blogspot.com/?m=1


เรือนที่ 1 เรือนไทยภาคกลาง  เอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดเจน คือหน้าจั่วที่มีความสวยงามหลังคาจะมีความสูงชัน เพื่อให้น้ำฝนไหลได้เร็ว ไม่รั่ว เพราะภาคกลางฝนตกบ่อย และหน้าร้อนจะร้อนอบอ้าว หลังคาสูงชันจะทำให้เย็นสบาย บวกกับยกใต้ถุนสูง และพื้นที่เรือนกว้างขวาง  ทำให้ลมพัดผ่านระบายอากาศได้ดี ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเย็นสบาย  และมีชายคายื่นออกมา กันฝนสาดและแดดส่อง       

เรือนที่1เรือนที่ 1ด้านข้าง

เรือนที่ 1ด้านหลัง

เรือนที่ 1ด้านหลัง

Advertisement

Advertisement


 เรือนที่ 2 เรือนไทยภาคใต้  เรือนจะยกสูง มีใต้ถุน แต่ไม่สูงเท่าเรือนภาคกลาง แค่พอให้เดินลอดได้ เพราะภาคใต้ มักจะเจอมรสุม พายุฝน ลมแรงเป็นประจำ

      เอกลักษณ์ที่ชัดเจนคือ ตัวเรือนจะกั้นฝาด้วยแผ่นกระดานตีเกร็ดตามแนวนอน มีการตกแต่งหน้าจั่วให้สวยงาม หลังคาปูกระเบื้อง 

เรือนที่ 2เรือนที่ 2เรือนที่ 2ด้านข้างทางซ้าย

เรือนที่ 2ด้านข้าง

เรือนที่ 2ด้านหลัง

เรือนที่ 2ด้านข้างทางขวา


เรือนที่ 3 เรือนไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากลักษณะภูมิอากาศ ภูมิประเทศที่แห้งแล้ง เรือนของภาคนี้จึงไม่มีการตกแต่งอะไรเพื่อความสวยงามมากนัก สร้างเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก  หน้าต่างเจาะเป็นบานเล็ก ประตูมีเพียงประตูเดียว ภายในเรือนจึงค่อนข้างมืด เพราะในฤดูหนาว ลมพัดตลอด พัดรุนแรง และหนาวมาก จึงต้องทำเรือนให้ทึบและกันลมได้

เรือนที่ 3ด้านข้างทางซ้าย

เรือนที่ 3ด้านข้างทางขวา

เรือนที่ 3ด้านหลัง

เรือนที่ 3ด้านหลัง


เรือนที่ 4 เรือนไทยภาคเหนือ เอกลักษณ์ที่เด่นชัดเจน เห็นแล้วก็รู้เลยว่าเป็นเรือนภาคเหนือคือ ด้านบนสุดของหลังคา มีไม้ไขว้แกะสลัก ตรงนี้เรียกว่า  กาแล ซึ่งเพี้ยนมาจากภาษาถิ่นล้านนาคำว่า กะแล๋ แปลว่า กากบาท กาแลทำเพื่อความสวยงามและตามความเชื่อของชาวเหนือ    ลักษณะของฝาบ้านจะเป็นฝาล้ม ผายออก ตามแบบศิลปะล้านนาไทยดั้งเดิม  ใต้ถุนจะเตี้ย ช่องหน้าต่างเล็ก เพื่อกันลมหนาวเพราะสภาพอากาศที่หนาวมากในฤดูหนาว         

Advertisement

Advertisement

 

เรือนที่ 4เรือนที่ 4ห้องใหญ่

เรือนที่ 4ห้องเล็ก

เรือนที่ 4ด้านข้าง

เรือนที่ 4ด้านข้าง

เรือนที่ 4เรือนที่ 4ด้านล่าง ใต้ถุน

เรือนที่ 4ด้านข้าง 

เรือนที่ 4ด้านข้าง

เรือนที่ 4

ด้านข้าง


เรือนไทย

 บึงน้ำในบริเวณ สามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ได้เช่น ลอยกระทงบึงน้ำ

 เครดิตภาพ : ผู้เขียน

    สถานที่แห่งนี้ นอกจากจะได้รับความรู้แล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว และที่พักผ่อนของประชาชนละแวกใกล้เคียง เวลางานเทศกาลเกี่ยวกับวัฒนธรรมก็ใช้จุดนี้เป็นสถานที่จัดงานเช่น ปีใหม่  สงกรานต์ ลอยกระทง สิ่งที่อยากจะเสนอแนะก็คือ อยากให้ทางศูนย์จัดแผ่นป้ายบอกว่าเรือนไหนเป็นเรือนของภาคใด อธิบายเอกลักษณ์สำคัญ ๆ แบบคร่าว ๆ เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดของผู้มาเยี่ยมชม

    เวลาปกติประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ตามสะดวก หากต้องการมาเป็นหมู่คณะ ต้องการวิทยากร หรือ ต้องการใช้เป็นสถานที่จัดงานทางวัฒนธรรม ให้ติดต่อสำนักศิลปะและวัฒนธรรม 077913354  ล่วงหน้าในเวลาราชการ

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เลขที่ 272 ม. 9 ถนนสุราษฎร์-นาสาร ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84100