สถานธรรม

 

                  ตามที่บทความแรกของหัวข้อท่องเที่ยวท่องธรรมได้โพสต์ออกไปสู่สายตาผู้อ่าน ในรอบนี้ผู้เขียนก็จะมาแบ่งปันความสุขและบรรยากาศ ในการพาไปเที่ยวในเชิงธรรมะต่อนะคะในบทความหัวข้อ "ท่องเที่ยว ท่องธรรมกับเพชรตะวัน # 2 (พระธุดงค์)"  เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกันกับบทแรก แต่จะแตกต่างสถานที่กันค่ะ บางครั้งการที่เราจะตั้งใจจะออกไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ อย่างตั้งใจมันจากจะยากสำหรับหลายๆคน หากแต่เมื่อมองว่ามีข้อดีมีประโยชน์จากการไปแต่ละครั้งและสิ่งที่ได้คืออะไร ก็อาจจะดึงดูดใจให้เรากล้าที่จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก็ได้ค่ะ อย่างผู้เขียนเองก็เช่นกัน แค่ได้ยินชื่อวัดสวนโมกก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วคิดว่าน่าจะเป็นความไฝ่ฝันของใครหลาย ๆ คนที่อยากจะมีโอกาสไปเยือนสักครั้งในชีวิต"สวนโมกขพลารามหรือที่เรารู้กันในชื่อวัดสวนโมก" แต่จะมีชื่อที่เป็นทางการว่า "วัดธารน้ำไหล" ก่อตั้งโดย หลวงพ่อพุทธทาสหรือพุทธทาส ภิกขุ เมื่อปีพ.ศ.2502 ตั้งอยู่ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และชื่อโมกขพลารามนี้มีที่มาค่ะ เนื่องจากหลวงพ่อท่านเห็นว่าป่าแห่งนี้มีต้นโมก และต้นพลา เกิดขึ้นอยู่มากมาย และในภาษาบาลีคำว่า โมกข แปลว่า ความหลุดพ้น และคำว่าพลา แปลว่ากำลัง จึงเป็นที่มาของชื่อ "สวนโมกขพลาราม" แปลว่าสวนป่าอันเป็นกำลังแห่งความหลุดพ้น เพื่อให้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมะสำหรับผู้ใฝ่รู้และผู้มาเยือน             

Advertisement

Advertisement

                ในการจาริกธุดงค์นี้พระสงฆ์ท่านจะมาจากหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศมาร่วมปฏิบัติธรรมที่สำนักปฏิบัติธรรมอุทยานธรรมดงยาง อำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 10 วัน ก่อนที่จะไปร่วมจาริกธุดงค์จากวัดสวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎ์ธานี เพื่อจะออกเดินไปที่ วัดวังก์วิเวการามหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าวัดหลวงพ่ออุตตมะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี  รวมระยะเวลาในการเดินน่าจะประมาณเดือนเศษ ๆ ค่ะ ช่วงนั้นเป็นช่วงปลายปี แม้จะไม่ใช่หน้าฝนแต่ทางภาคใต้ของไทยก็จะเป็นที่ทราบกันดีว่าฝนจะเยอะกว่าทุกภาคนะคะ ถ้าเป็นคนเราทั่วไป แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากออกไปไหนถ้าไม่มีเหตุจำเป็น หากแต่มีผู้ที่บำเพ็ญเพียรผูัที่กำลังฝึกตนและกำลังฝึกปฏิบัติขัดเกลากิเลส ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สอนไว้และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว อุปสรรค์แค่นั้น จึงเป็นเรื่องเล็กน้อยมากๆ สำหรับท่าน เพราะหลังจากออกรับบิณฑบาตรแสดงธรรมโปรดญาติโยมและทำภัตกิจเสร็จ ก่อนจะออกเดินท่านจะอธิฐานจิตซึ่งก็มีขั้นตอนพอสมควร  หลังจากนั้นท่านก็เตรียมตัวออกเดินและทันใดนั้นเหล่าเทวดาก็ได้มาร่วมอนุโมทนาสาธุการและให้พรอย่างทั่วถึง ไปดูบรรยากาศกันเลยค่ะ ว่าจะชุ่มเย็นขนาดไหนกับสายฝนที่โปรยปราย

Advertisement

Advertisement

 

ระหว่างทางจาริกกับสายฝนชุมฉ่ำ                                                                          สายฝนไม่ใช่อุปสรรค

ทริปบุญนี้เมื่อปลายปี 2556และต้นปี 2557ค่ะ แม้กาลเวลาอาจจะผ่านไปนานแต่ความประทับใจยังอยู่ ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสไปทำบุญกับคณะพระธุดงค์ เช่นกันก็เหมือนกับเราได้ไปเที่ยวได้ไปสะสมบุญและได้เก็บเกี่ยวความสุขกับบรรยากาศระหว่างทางร่วมกับกัลยาณมิตรและความประทับใจของสถานที่นั้นด้วยเช่นกัน จึงยกมาแบ่งปันให้คุณผู้อ่านได้ชมด้วยกันค่ะ

 

ออกรับบิณฑบาตร

                                                                      ออกรับบิณฑบาตรในวัดสวนโมกขพลาราม

ลานธรรมระหว่างทางจาริก

                                                                       กับภาพที่งดงามระหว่างทางจาริกธุดงค์

สิ่งที่น่าประทับใจนั่นคือความงดงามและความพร้อมเพรียงของคณะสงฆ์ แม้จะมีพระเป็นจำนวนมากก็ตามและไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนท่านก็ยังคงไว้ซึ่งข้อวัตรปฏิบัติอันงดงามน่าเลื่อมใสและสร้างความศรัทธาให้แก่ผู้พบเห็นเสมอ ทำให้จิตนั้นเกิดเป็นบุญเป็นกุศลและอาจพัฒนาสู่การที่จะน้อมนำจิตใจให้ทำสิ่งดี ๆต่อไปได้

ระหว่างทางจาริกลานธรรม                                                                       ณ ลานธรรมอุทยานธรรมดงยาง จ.ศรีสะเกษ

การเดินทาง วัดสวนโมกขพลาราม

ทางรถไฟ :ลงสถานีไชยา ซึ่งจะอยู่ใกล้วัดมากที่สุด รถยนต์ส่วนตัว :ตอนนี้สะดวกมา ปักหมุดตาม GPS ได้เลยนะคะ ปลายทางวัดสวนโมกข์

สำนักปฏิบัติธรรมอุทยานธรรมดงยาง : ตั้งอยู่ ตำบลคลีกลิ้ง อำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ ไปโดยรถทัวร์ไปลงที่ บขส.อ.พนมไพร จะมีรถรับจ้างเข้าไปใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะและถ้าเป็นรถส่วนตัว ปักหมุด บขส.พนมไพรก่อน แล้วต่อด้วยอุทยานธรรมดงยางได้เลยคะ 

 

ภาพประกอบ: โดยผู้เขียน , ภาพปก pixabay

เครดิตภาพจาก: อุทยานธรรมดงยาง #ธุดงด์