อย่างแรกต้องขอบอกไว้ก่อนว่าเราเป็นนักศึกษาธรรมดาในมหาวิทยาลัยคนหนึ่งนี่แหละ แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือเราเป็นนักกิจกรรมด้วย เริ่มแรกเราก็เข้ามาในมหาวิทยาลัยเพื่อมีเป้าหมายเดียว คือ “ตั้งใจเรียน” เพราะรุ่นพี่ที่เคยเข้ามาในมหาวิทยาลัยบอกว่าแค่เรียนก็หนักแล้วน้อง ก็เลยไม่เคยมีความคิดที่จะเป็นนักกิจกรรมอะไรเลย อีกอย่างอาจเป็นเพราะในสมัยมัธยมเราไม่เคยเป็นนักกิจกรรม ไม่เคยเป็นสภานักเรียนมาเลยด้วย ก็เลยเฉยๆกับเรื่องกิจกรรมพอสมควร แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมเลยนะคะ ไม่ว่ากิจกรรมไหน เราก็เข้าร่วมไม่เคยขาดทั้งวิชาการ ทั้งนันทนาการ เขาบอกให้ทำ เราก็แค่ทำแล้วก็จบไป

 แต่พอได้เข้ามาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ได้เห็นรุ่นพี่ที่ทำกิจกรรมประกอบกับเพื่อนในกลุ่มเดียวชอบชวนไปทำกิจกรรม ก็เลยรู้สึกสนุกขึ้นมา จึงอยากลองทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำดูบ้าง และนี่แหละคือจุดเปลี่ยนของเราเอง

Advertisement

Advertisement

สิ่งแรกที่เราได้ทำ คือ เป็นผู้นำเชียร์ของคณะในงานกีฬาน้องใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีกดดันและความจริงจังสูง หลังเลิกเรียนเราต้องไปฝึกซ้อมต่อจนถึงตอนดึกทุกวัน ทำให้มีเวลาอ่านหนังสือ เวลาพักผ่อนน้อยกว่าคนอื่น  นี่คือเหตุผลข้อแรกคือ ทำให้เราเริ่มเป็นคนที่รู้จักคุณค่าของเวลา และบริหารเวลาที่มีให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

ผู้นำเชียร์ในงานกีฬาน้องใหม่รูปภาพจาก: https://web.facebook.com/psu.photoclub

กิจกรรมต่อมาคือเป็นสตาฟช่วยงานพี่ในสโมสรนักศึกษา ทำให้ได้เรียนรู้การจัดเตรียมงานเบื้องหลังว่ากว่าจะมาเป็นงานหนึ่งงานนั้นมันไม่ง่ายเลยสักนิด จึงเป็นเหตุผลในข้อที่ 2 ในการเรียนรู้วิธีการทำงานที่เป็นกระบวนการขั้นตอน การฝึกการคิด การแก้ปัญหา และต้องผ่านกระบวนการตัดสินใจ การแสดงความคิดเห็นของคนหลายคน จะทำให้งานออกมาดีกว่าการคิดผ่านคน ๆ เดียว

Advertisement

Advertisement

และจากการเป็นสตาฟจึงนำไปสู่การเป็นสมาชิกของสโมสรนักศึกษาในปีต่อไป ความเปลี่ยนแปลงจากการเป็นน้องสู้การเป็นพี่ในตอนนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ ตอนนั้นแค่ทำงานตามที่รุ่นพี่สั่งให้ทำ ต่อพอมีโอกาสขึ้นมาเป็นรุ่นพี่บ้าง ก็ต้องทำงานหนักขึ้นเยอะ เหตุผลข้อที่ 3 จึงเป็นการที่ได้เรียนรู้การประสานงานต่างคณะ หรือแม้กระทั่งในระดับมหาวิทยาลัยเอง เริ่มพบเจอผู้คนมากขึ้น ทำให้ต้องระวังในเรื่องของคำพูด และเรื่องอารมณ์พอสมควร หากเราไม่มีการควบคุมอารมณ์หรือการสื่อสารที่ผิดพลาด ก็จะทำให้ความสัมพันธ์ในวงกว้างนั้นเกิดความเสียหายได้

การทำงานร่วมกันภายในสโมสรนักศึกษารูปภาพโดย: ผู้เขียน

เหตุผลข้อที่ 4 คือ เนื่องจากเราจะเป็นที่รู้จักของน้อง ๆ อาจารย์ และเพื่อนในต่างคณะแล้ว เราจึงต้องเป็นแบบอย่างที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องของการแต่งกายที่ต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย  และเหตุผลข้อสุดท้ายที่สำคัญอีกข้อ คือ เราจะเป็นคนที่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีกว่าคนอื่น และมีควากล้าแสดงออกอย่างมีเหตุผล

Advertisement

Advertisement

และนี่คือ 5 เหตุผลของนักกิจกรรม มัน(ส์)ดีอย่างนี้นี่เองแหละค่ะ แต่ก็อย่าลืมว่าเรามีหน้าที่หลักคือเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้นเราต้องแบ่งเวลาให้ดี เรื่องนี้ต้องใส่ดอกจันเยอะ ๆ เลย เพราะหากบริหารเวลาล้มเหลวเมื่อไร เกรดเราก็จะตกเมื่อนั้น อย่าให้คนอื่นมองว่าทำกิจกรรมแล้วจะกระทบการเรียนได้ มหาวิทยาลัยก็เหมือนโลกแห่งการทำงานใบเล็ก ๆ ใบหนึ่งที่จะฝึกฝนให้เราพร้อมที่จะต่อสู้กับโลกของการทำงาน การโตเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มตัวจริงๆ แต่ทว่าหากเรามีเกราะป้องกันจากตรงนี้เราก็จะสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันและมีอาวุธติดตัวที่เหนือกว่าคนอื่น ๆ ในสังคมได้

บรรยากาศในกิจกรรมรูปภาพโดย: https://web.facebook.com/psu.photoclub