มนุษย์เรามีสองความคิดในหนึ่งบุคคล สองความคิดดังกล่าวคือความคิดเชิงบวก ( Positive ) และความคิดเชิงลบ ( Negative ) ความคิดที่ส่งตรงออกมาจากสมองจะมาควบควมในทุก ๆ ส่วนของร่างกาย หากคน ๆ หนึ่งมีความคิดที่ดี ๆ ท่าทางการแสดงออกของร่างกายก็จะดีตามไปด้วย แต่ในทางกลับกันหากคน ๆ หนึ่งมีความคิดในเชิงลบอยู่ตลอดเวลา แน่นอนบุคลิกท่าทางการแสดงออกของเขาก็จะดูแย่ไปด้วยเช่นกันรูป

( Freepik )

ผู้เขียนมี 3 เคล็ดลับในการสร้างความคิดเชิงบวกให้แก่ตัวเองตลอดเวลา เพื่อเป็นการสร้างบุคลิกภาพให้แก่ตัวเอง เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นคนที่ไม่มองโลกในแง่ร้ายในทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต

A. นำความคิดเชิงบวกเข้าสู่ร่างกายตัวเองเสมอ รูป( Freepik )

เราควรใช้วิธีการ Attracition Activity ในการกำจัดปัญหาต่าง ๆ ที่เราพบเจอ ผู้ใดที่มีความคิดเชิงลบจะพยายามหลีกหนีปัญหาอยู่เสมอ ซึ่งปัญหานั้นยังถูกแก้ไขไม่เสร็จสิ้น และยิ่งเก็บไว้นาน ๆ ปัญหานั้นก็จะเพิ่มพูนยิ่งใหญ่ขึ้นและปัญหาอื่นก็เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วคุณก็จะจมปลักอยู่กับปัญหานั้นตลอดไป แต่อย่างไรก็ตามหากคุณมีความคิดในแง่บวก คุณจะสามารถมีประสิทธิภาพในการทำสิ่งต่าง ๆ และคุณก็จะสามารถเอาชนะปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นคุณจำเป็นต้องปฏิบัติตามวิธีง่าย ๆ ดังนี้ 

Advertisement

Advertisement

1. เข้าร่วมการทำกิจกรรมที่ดี ๆ มีประสิทธิภาพ รูป( Pixabay )

สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อวิธีการคิดของคุณ สภาพแวดล้อมนั้นมีบทบาทในการสร้างรูปแบบความคิด ดังนั้นคุณต้องฉลาดในการเลือกสภาพแวดล้อมขณะที่คุณทำกิจกรรมต่าง ๆ ในทำนองเดียวกันสำหรับงานอดิเรก เช่น ผู้ที่ชอบการชมภาพยนตร์ พยายามอย่าดูหนังที่มักจะมีเรื่องเศร้า ๆ เยอะเกินไปเพราะคุณรู้หรือไม่ว่าสิ่งที่คุณดูบางครั้งอาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเคลิ้มไปกับเรื่องเศร้า ๆ และความคิดของคุณก็จะเศร้าหมองตามไปด้วยเช่นกัน

Advertisement

Advertisement

2. ปลูกฝังคำที่สามารถให้กำลังใจรูป( Pixabay )

ปลูกฝังคำที่สามารถให้กำลังใจหรือแรงบันดานใจให้กับตัวเองได้หรืออาจจะเป็นการเขียน จดบันทึกคำหรือประโยคที่สามารถเป็นกำลังใจให้แก่ตัวเองได้ในขณะที่รู้สึกอ่อนแอลง สามารถกลับมาอ่านและทำให้เพิ่มความคิดที่ดี ๆ ได้

3. มุ่งเน้นจินตนาการของคุณและมุ่งมั่นที่จะเป็นคนใหม่ที่เป็นคนคิดบวก

คุณไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ แต่อย่างไรก็ตามคุณสามารถควบคุมจิตใจของคุณในการตอบสนองต่อสิ่งที่คุณกำลังประสบอยู่ คนที่คิดในแง่บวกเสมอจะดูสงบในการจัดการกับปัญหาทุก ๆ ปัญหา

4. ลองนึกภาพว่าคุณกลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีและรักชีวิตมาก ๆ รูป( Freepik )

Advertisement

Advertisement

ความสุขดังกล่าวอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ ซึ่งสามารถสัมผัสมันได้ หากคุณคิดว่าชีวิตคือความสนุก ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ก็จะสนุก ในทางกลับกันถ้าคุณคิดว่าชีวิตน่ารำคาญ ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ที่คุณผ่านมาก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน

B. ระบุปัญหาและกำหนดเป้าหมาย สำหรับในกรณีนี้ คุณต้องใช้วิธีการดังต่อไปนี้

1. เชื่อมั่นว่าปัญหานี้มีอยู่จริง

คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัญหาที่จะเกิดขึ้นหรือจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ สิ่งที่สามารถทำได้ คือ การยอมรับปัญหาอย่างเต็มใจ สมมุติว่าคุณโดนกระทำหรือประสบปัญหาหนัก จนกระทั่งทำให้คุณเจ็บจนร้องไห้ นั้นคือเป็นการตอบสนองทางอารมณ์ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นลองลุกขึ้นเพื่อค้นหาที่มาของปัญหาแล้วลองเอาชนะมัน เชื่อเถอะว่าไม่ว่าปัญหาจะหนักหนาเพียงใด ก็ต้องมีทางแก้ไขอยู่ดี รูป

( Pixabay )

2. สร้างเป้าหมายในชีวิต

เป้าหมายของการให้มุมมองเชิงบวกต่อชีวิต ผู้ที่เบื่อกับชีวิตและรู้สึกติดกับดักมักจะหดหู่และหาทางออกไม่เจอ ดังนั้นการตั้งเป้าหมายจะให้แรงจูงใจกับตัวเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้อื่นก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับตัวเราด้วยเช่นกัน

C. ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนที่คุณรักเขามาก ๆ

ให้ความสำคัญกับเพื่อน ๆ และญาติพี่น้องที่คุณมี การเห็นคุณค่าผู้คนในชีวิตนี้จะทำให้ชีวิตสบายขึ้น คนที่รักซึ่งกันและกันจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งในเวลาที่มีความสุขและเศร้าโศก หากผู้ที่เกลียดชังเยาะเย้ยดูถูกเหยียดหยาม ให้คุณลองคิดว่าเป็นการทดสอบและไม่จำเป็นต้องคิดมากเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาทำ คุณควรเปลี่ยนความคิดที่จะแก้แค้นพวกเขาให้คำพูดที่พวกเขาเยาะเย้ยคุณมาเป็นแรงบันดานใจให้แก่คุณในการบรรลุสู่เป้าหมายในชีวิตของคุณรูป

( Freepik )

สุดท้ายนี้การเป็นคนที่มีความคิดบวก เป็นคนที่คิดในสิ่งที่ดี ๆ จะทำให้คุณมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจงสร้างความคิดดี ๆ ให้เกิดขึ้นแก่ตัวเองโดยวิธีดังกล่าวที่ผู้เขียนได้แนะนำมาข้างต้น หวังว่าการสร้างความคิดเชิงบวกจะเป็นวิธีที่ดีและเป็นวิธีที่สามารถทำให้คน ๆ หนึ่งไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น


รูปหน้าปก : Freepik