หนังเล่าเรื่องของผู้ทดลองผู้ชายคนหนึ่ง ที่เซ็นชื่อมาทดลองในโครงการ โดยแลกกับผลประโยชน์จากสวัสดิการรัฐบางอย่างหลังจากจบโครงการ

โดยเนื้อหาของโครงการก็คือ เขียนอาหารที่เป็นเมนูโปรดของตัวเองและพกของที่อยากพกติดตัวมาด้วยมากที่สุดแค่หนึ่งอย่าง รูปภาพของครอบครัว หมา หนังสือ คัมภีร์ไบเบิล อาวุธ มีดหรืออะไรก็ได้ และไปอยู่ในชั้นที่ผู้จัดสรรจัดไว้ให้ โกรนเลือกที่จะพกหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาชอบที่สุด เผื่อเขาเบื่อ เขาจะได้เปิดอ่านมัน โดยตัวโกรนเชื่อว่าทั้งหมดในชั้นมีแค่ 200 ชั้นเท่านั้น ซึ่งในครั้งแรก โกรนได้ไปอยู่ชั้นกลางๆกับชายแก่คนหนึ่งที่ชื่อเปรโซ เขาเหลือเวลาเหลืออยู่อีกไม่กี่เดือนเท่านั้นก็จะได้ออกไป เขาอยู่ในที่ๆเหมือนกรงขังแห่งนี้มานานแล้ว เหลือแค่เวลาออกไปและเขาไม่บอกอะไรกับคนที่เข้ามาใหม่อย่างโกรนเลย และเปรโซเลือกที่จะพกมีด ในแต่ละชั้นจะมีอาหารเลื่อนลงมาเป็นชั้นๆ จากชั้นบนลงมาชั้นล่าง

Advertisement

Advertisement

หากเก็บอาหารไว้กับตัว ห้องของชั้นนั้นจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือลดลงจนคนที่อยู่ในชั้นทนไม่ได้ โดยชั้นหนึ่งจะอยู่ได้แค่สองคน จะมีระบบจำศีลให้ผู้ทดลองอดอาหาร 1 สัปดาห์ ก่อนย้ายชั้นแบบระบบสุ่ม หากอยู่ชั้นบนๆ ก็ง่ายต่อการกินอาหารได้จำนวนมากกว่าและมีชีวิตที่นานขึ้นหน่อย หากเทียบกับคนชั้นล่างที่ต้องลำบากและดิ้นรน บางครั้งก็ต้องอดอาหาร และต้องเอาตัวให้รอดจนกว่าโครงการนี้จะจบลง

หนังเรื่องนี้เป็นหนังจากประเทศสเปน ที่ถ่ายทอดระบอบความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นและสังคมได้ดี เหมือนการปอกกล้วยแล้วป้อนเข้าปากคนดูอย่างย่อยง่ายๆ ตรงตัวชัดเจนเลย ถือว่าเป็นเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่และสดชื่นมากๆ อาจไม่ตรงไปตรงมา และเดาได้ง่ายเหมือนการบอกตรงๆแบบ Parasite ของบยองจุนโฮ แต่ก็ทำได้ดีมากๆในการเล่าเรื่องของความเหลื่อมล้ำ การทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด ของระบบชนชั้น ตัวหนังจะไม่เล่าเรื่องตรงๆ แต่จะให้ผู้ชมไปตีความกันเอาเองว่าสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะบอกนั้นมันคืออะไร มนุษย์ไม่ใช่สัตว์เห็นแก่ตัวแต่เมื่อถึงเวลาต้องเอาตัวรอด ก็พยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดไม่ต่างจากสัตว์เดียรัจฉานตัวหนึ่ง แต่อะไรทำให้คนเราต้องทำแบบนั้นกัน ระบบจัดสรรอาหารที่ไม่ถูกต้องหรือเปล่า แล้วใครกันที่เป็นผู้จัดสรรอาหารและทรัพยากรสำหรับคนเข้าร่วมโครงการ 200 ชั้น แล้วถ้ามันมีมากกว่า 200 ชั้นขึ้นมาล่ะ

Advertisement

Advertisement

หนังเรื่องนี้ผู้เขียนให้คะแนนที่ 10/10

123

 


ขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปก

รูปภาพประกอบที่ 1-3 จากเว็บ https://www.facebook.com/NetflixTH/