al dente-2

มันเป็นเรื่องแปลกที่การต้มเส้นสปาเกตตี้ที่แสนธรรมดาของเรากับเป็นที่สงสัยของให้หลายคนที่ได้ชิม เพราะบางคนก็บอกว่ามันเปื่อย ยุ่ย บ้างก็ว่าแข็ง ผมก็เลยอดที่จะถามไม่ได้ว่าพี่ต้มยังไง คำตอบที่ได้ส่วนมากก็คือต้ม เฝ้า คอยดู และเอามาชิมเรื่อยๆ

เมื่อผมได้ฟังผมก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงการต้มเส้นสปาเกตตี้ครั้งแรก ผมก็เป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่เลย เพราะเคล็ดลับคือเราต้องอ่านข้างถุง แน่นอนว่าเส้น แต่ละเบอร์แต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน ขนาดใหญ่กว่าก็จะต้องใช้เวลาที่น้อยกว่า การอ่านข้างถุงจำเป็นอะไรที่จำเป็น และก็ไม่เคยที่จะพลาด และได้เส้นแบบ Al dente ระดับความสุกที่ได้คือ 90-95 % คือสุกเส้นนุ่ม ไม่แข็งด้านใน มันไม่ได้ยากเลย ใครที่ยากลองละก็ทำตามได้นะครับ

al dente-1

โดยแนะนำให้ใช้หม้อนะครับ กระทะไม่แนะนำ แต่ถ้าไม่มีก็น่าจะแทนได้ ใช้ไฟแรงนะครับเพราะหากลดไฟจะทำให้เส้นข้างนอกสุกข้างในแข็ง ถ้ากลับเปลืองแก๊สไรงี้ไม่ต้องทำครับเมนูนี้ นานใช้ได้บอกเลย

Advertisement

Advertisement

1.ใส่น้ำประมาณครึ่งหม้อ เติมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา

2.ผมใส่นํ้ามันพืช 1 ช้อน เอาที่มีเลยไม่เกี่ยวกับยี่ห้อ

3.อ่านข้างถุงเส้นสปาเกตตี้ให้ต้มกี่นาที รอน้ำเดือดค่อยใส่เส้น

4.ใส่เส้นลงไปในแนวตั้ง ไม่ต้องสนใจมันเยอะ มากน้อยดูว่ากี่จาน ปกติผมใช้วิธีกะเอา น่าจะ 1 ขีดต่อ 1 จาน

5.ก่อนถึงเวลา 30 วิให้มาชิมดู เพราะแต่ละยี่ห้อไม่เท่ากัน แต่ถ้าซื้อมาบ่อยจะรู้เองว่ากี่นาที่

al dente-3

วิธีการที่ดีที่สุดในการหยุดความสุกคือเกลี่ยบนถาดให้เย็นเร็วที่สุด เพราะเราใส่น้ำมันไปแล้ว เส้นไม่ติดกันแน่นอน

al dente-4

ปล. ไม่ต้องคอยดูตลอดเวลาครับซองเค้าก็บอกไว้ว่าให้ต้มกี่นาที ทำตามนั้นไม่พลาดหรอกเพราะเขาทดสอบมากแล้ว สมมุติเค้าบอก 7 นาที เมื่อน้ำเดือดใส่เส้นลงไปแล้วเราก็จับเวลา จากนั้นก็ไปทำอย่างอื่น พอได้เวลาก็ปิดไฟยกเทลงในกระชอน

Advertisement

Advertisement

บางคนสงสัยอีก ทำไมไม่คลุกน้ำมัน ผมบอกเลยว่ามันเสียรส อีกอย่างคลุกน้ำมันทำให้เส้นดูดน้ำซอสไม่ดี ส่วนที่เค้าสงน้ำส่วนใหญ่จะทำในร้านอาหาร ซึ่งต้องต้มปริมาณมากๆ ถ้าไม่สงน้ำเย็นนึกภาพสปาเก็ตตี้เป็นหม้อใหญ่ๆ เหมือนหม้อบ้านงาน มันจะร้อนมากจะพากันสุกต่อจนเละ และจับกันเป็นก้อนเวลาเย็นตัว เค้าเลยต้องทำให้มันหายร้อนเร็ว ๆ และแช่ตู้เย็นปิดฝาเอาไว้ คนสั่งทีก็ไปหยิบมาแค่พอ 1 ที่แล้วอุ่นเอา ต้มกินจานสองจานที่บ้านมันไม่เกิดผลอะไรมากหรอกเชื่อผม

ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://pixabay.com/th/photos/search/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89/