THE BEST OF PATTANI

เอ่ยชื่อสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้คนก็เกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะมาพื้นที่แห่งนี้ พวกเราเยาวชนคนในพื้นที่จึงอยากนำเสนอมุมมองที่งดงามของจังหวัดพวกเราบ้าง ความจริงแล้วปัตตานีเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีคนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ เห็นได้จากทั้งสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต อาหารการินที่หลากหลาย และนี่คือสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนปัตตานี

ภาพ กรดล แย้มสัตย์ธรรม

มัสยิดกลาง จังหวัดปัตตานี

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นมัสยิดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ก่อสร้างขึ้นในปี 2497 บริเวณริมถนนหลวงสายปัตตานี–ยะลา ย่านตำบลอาเนาะรู กว้าง 3 ไร่ 55 ตารางวา ตามแนวคิดของรัฐบาลในสมัยนั้นที่ต้องการให้เกิดสันติสุขขึ้นในพื้นที่ห่างไกลที่มักมีความรุนแรง ทั้งจากสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่พัฒนาและความแตกต่างทางศาสนา  พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2500  ใช้เวลาก่อสร้างนาน 9 ปี เมื่อแล้วเสร็จจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2506 ให้ชื่อว่า “มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี” และมอบเป็นของขวัญแก่ประชาชนชาวมุสลิมในพื้นที่

Advertisement

Advertisement

 

ภาพ กรดล แย้มสัตย์ธรรม

วัดทรายขาว

เป็นวัดที่มีความสวยงามมาก ตั้งอยู่ที่บ้านทรายขาว หมู่ 3 ตำบลทรายขาว ในอดีตเคยมีสำนักสงฆ์ตั้งอยู่บริเวณน้ำตกทรายขาว ชาวบ้านเรียกกันว่า นาลานน้ำ ซึ่งมีลักษณะเป็นศาลาปลูกอยู่กลางน้ำ ใช้ประกอบกิจของสงฆ์ ต่อมาเนื่องจากความยากลำบากในการคมนาคม จึงย้ายลงมายังบริเวณวัดทรายในปัจจุบัน

ภาพ กรดล แย้มสัตย์ธรรม

มัสยิดบ้านควนลังงา

ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เป็นศาสนสถานในศาสนาอิสลามเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ก่อสร้างแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและมลายู ทำให้สุเหร่าแห่งนี้คล้ายกับศาลาการเปรียญไทย สันนิษฐานว่าสร้างในปี 2177 (ค.ศ. 1634)

Advertisement

Advertisement

เมืองโบราณยะรัง

ตั้งอยู่ในบริเวณ หมู่ที่ 3 ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองที่มีความเจริญ ในช่วงปี พ.ศ. 700-1400 เมืองโบราณยะรังเป็นชุมชนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างมาก อาจมีความสัมพันธ์กับอาณาจักร “ลังกาสุกะ” ซึ่งเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งบนคาบสมุทรมลายู  มีหลักฐานอยู่ในเอกสารจีน อาหรับ ชวา และมลายู ในราวพุทธศตวรรษที่ 13 

สันนิษฐานว่าน่าจะมีศูนย์กลางอยู่ในบริเวณจังหวัดปัตตานีปัจจุบัน อาจมีอิทธิพลถึงรัฐไทรบุรี อีกทั้งเป็นเมืองท่าที่สำคัญ มีบทบาททางการเมือง ทางเศรษฐกิจ เกี่ยวข้องกับดินแดนใกล้เคียงอยู่เสมอ และได้ติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศอย่างกว้างขวางมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12

Advertisement

Advertisement

ภาพ กรดล แย้มสัตย์ธรรม

ล่องเรือชมธรรมชาติ

ป่าชายเลนยะหริ่ง ปัตตานี

ตั้งอยู่บริเวณริมคลองยามู ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานที่สร้างด้วยไม้ตะเคียนทอง ระยะทางยาว 1,250 เมตร ตลอดเส้นทางเดินจะเห็นกลุ่มไม้ในสังคมป่าชายเลนทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้เถา และไม้พื้นล่าง

นอกเหนือจากการเดินศึกษาป่าชายเลนตามเส้นทางเดินแล้วยังมีกิจกรรมล่องเรือชมป่าชายเลน ไปตามลำคลองน้อยใหญ่ ตลอดสองฝั่งคลองจะเห็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ นกนานาชนิด วิถีชีวิตของชาวบ้านกับป่าชายเลนและความสวยงามของสวนป่าโกงกาง