อื่นๆ

ผีเลี้ยง

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ผีเลี้ยง

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าเรื่องนี้ทำเอาผมไม่กล้าออกจากบ้านพลบค่ำไปพักใหญ่เลยทีเดียวครับ กับเรื่อง “ผีเลี้ยง” แม้แต่หิ่งห้อยบินผ่านยังรีบวิ่งหนีเข้าบ้านแน่ะ เป็นปกตินะ วิ่งไล่จับสนุกสนานไปแล้ว

บ้านผม อยู่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส เป็นบ้านเล็กๆ ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชุมชนอาศัยคละกันทั้งพุทธและมุสลิม บ้านของผมติดลำธารเล็กๆ และแวดล้อมด้วยสวนยางพารา บ้านของเพื่อนบ้านเรือนเคียงก็เป็นลักษณะนี้ บางบ้านติดลำธาร บางบ้านไม่ติด แต่ทั้งหมดล้วนติดสวนยาง

แมงมุม

เรื่องที่ทำให้ผมไม่กล้าออกไปเล่นซนเมื่อตะวันตกดิน มีอยู่ว่า วันหนึ่งลูกสาวของคนในหมู่บ้านอยู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ทางบ้านพบเห็นครั้งล่าสุดก่อนหายตัว คือ บอกให้เธอไปเก็บพริกที่ปลูกหลังบ้านติดสวนยางพารามาทำกับข้าวมื้อเย็น

เมื่อลูกสาววัย 15 หายตัวไป ฝ่ายพ่อแม่ระดมพล ตามชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่ออกตามหา หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ผ่านไป 3 วัน อยู่ๆ ก็มีคนเจอหญิงสาวคนนั้น ในสภาพมอมแมมผอมแห้ง ในสวนยางพาราสวนของเพื่อนบ้านของบ้านเธอ ใช่! พบในสวนยางพารา แต่ไม่ใช่พบง่ายๆ ตามปกติ แต่พบเธอนั่งร้องไห้ด้วยกลัวความสูง อยู่บนปลายต้นยางที่สูงจนแหงนคอตั้งบ่ามอง ทั้งๆ ที่เธอปีนต้นไม้ไม่เป็น และไม่คิดจะปีน

Advertisement

Advertisement

ต้นไม้

ชาวบ้านช่วยเธอลงมาอย่างทุลักทุเล สอบถามได้ความว่า ขณะที่เธอเก็บพริกอยู่ จู่ๆ มีลมแรงพัดวูบ ปะทะหน้า แล้วทุกอย่างก็มืดไป เธอหันซ้ายแลขวา ก็ปรากฏหญิงชราน่าตาน่าเกลียดยืนอยู่ นางจับมือเธอ ขู่กระชาก เธอร้องสุดเสียง แต่เปล่าประโยชน์ ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา เธอถูกดึง เดินไปในที่แห่งหนึ่ง เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น หญิงชราบอก “อยู่กับกู กูจะเลี้ยงมึงเอง อย่ากลัว” พูดแล้วหญิงชราก็ยกสำรับอาหารมาวางให้ ล้วนมีแต่ของดี อาหารอร่อยๆ แม้กลัวแต่เธอก็กิน

ลิง

ผ่านไปหลายวัน เธอบอกอย่างนั้น ไม่ใช่ 3 วัน เธอยืนยัน อยู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงรถ แล้วทราบความจริงว่า เธอนั่งอยู่บนกิ่งไม้ บนต้นยางพาราสูง แล้วเธอก็ร่ำไห้ หญิงสาวอายุ 15 ร้องไห้ จนใครๆ ที่เห็นต่างชนลุกกราว ยิ่งรู้ว่าในปากของเธอเต็มไปด้วยใบยางพารายิ่งหดหู่ สงสาร และหวาดกลัว อาหารดีๆ ที่เธอกินล้วนเป็นใบยาง มิน่าถึงผอมโซ

Advertisement

Advertisement

พ่อแม่ของเธอพาไปรดน้ำมนต์ เป่ารังควาญกับหมอผีประจำหมู่บ้าน ท่านอธิบายให้ฟังว่า ยามโผล้เผล้ ผีเร่ร่อนมักเดินผ่าน แรงลมวูบที่ปะทะนั่นแหละ คือ ผีเร่ร่อน พวกนี้นานๆ จะผ่านที อาจจะปีละครั้ง หรือสองครั้ง แต่มันผ่านที่เดิมแน่ โชคร้ายที่หญิงสาวไปยืนอยู่ตำแหน่งผีผ่านพอดี ผีคงเอ็นดูเห็นน่ารัก จึงพาไปอยู่ด้วย แต่เพราะมันเป็นผีเร่ร่อนจึงพักไม่นาน ฝากไว้ที่ไหนก็ปล่อยที่นั่น ปีหน้า หรือเดือนหน้ามันคงมาหาใหม่ พอมันไปมนต์ของมันที่พรางตาชาวบ้านไว้ก็เสื่อม คนจึงพบตัวหญิงสาว อธิบายเสร็จ หมอผีก็มาทำพิธีปิดทางให้ที่บ้านหญิงสาว

คนในป่า

เรื่องราวนี้ถูกถ่ายทอดไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว มีหรือที่ผมสมัยนั้นยังเป็นเด็กจะไม่กลัว นี่ขนาดนำมาเล่าใหม่ยังขนลุกซู่

*******

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์