เรื่องนี้เป็นประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับอ้วน เขามีอาชีพเป็นชาวสวนยางที่จังหวัดนราธิวาส และเรื่องนี้ก็เริ่มต้นจากการที่เขาต้องออกไปกรีดยางในเวลากลางคืน

อ้วนเป็นชายวัยสามสิบต้นๆที่ไม่สนใจและไม่เคยเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับหรือสิ่งที่มองไม่เห็นเลย เขาใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาชื่อน้อย ทั้งสองคนช่วยกันทำงานและใช้ชีวิตในบ้านหลังเล็กๆด้วยกัน โดยปกติแล้วอ้วนกับน้อยจะออกไปกรีดยางด้วยกัน น้อยครั้งมากที่อ้วนจะออกไปกรีดยางโดยลำพัง

จนวันหนึ่งน้อยป่วยเป็นไข้ อ้วนจึงต้องหยุดกรีดยาง แต่เมื่อต้องหยุดงานหลายวันอ้วนก็ตัดสินใจออกไปกรีดยางคนเดียว ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถกรีดยางด้วยตัวคนเดียวจนหมดทั้งสวนได้ แต่ยังไงก็ดีกว่าไม่ได้เงินเลย เขาขับรถออกไปเร็วกว่าปกติ เป็นเวลาเที่ยงคืนเพื่อที่จะสามารถกรีดยางให้ได้มากที่สุด สวนยางของอ้วนจะอยู่ติดกับสวนยางของคนอื่นๆ เมื่อมากรีดยางเขาจะมีสิ่งที่ต้องติดตัวมาเสมอก็คือ หมอแบตเตอรี่ไฟส่องสว่างในการมองต้นยางและทางเดิน โดยจะสวมไว้ที่ศรีษะ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ มีดกรีดยาง 

Advertisement

Advertisement

เมื่อขับรถมาถึงสวนยางแล้วอ้วนก็ลงมือกรีดยางทันที คืนนี้สวนข้างๆอาจจะยังไม่มีใครมากรีดยาง หรืออาจจะเป็นวันหยุดของพวกเขา เพราะอ้วนหันไปมองแล้วก็ยังไม่เห็นแสงไฟจากสวนข้างๆเลย อ้วนเดินกรีดยางไปเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงเดินไม่ไกลจากตัวเขามาก อ้วนหันไปมองตามเสียงแต่ก็ไม่เห็นอะไรพร้อมกับเสียงนั้นก็หยุดไปแล้ว เขาไม่คิดอะไร เพราะอาจจะเป็นเสียงเดินจากเขาเองก็ได้

อ้วนเดินกรีดยางไปเรื่อยๆ ก็ยังคงไม่มีใครมากรีดยาง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเดินอีกครั้ง คราวนี้เสียงมาจากข้างหลังของเขา เสียงฝีเท้าค่อยๆเร็วขึ้นจนกลายเป็นวิ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อ้วนจับมีดแน่นและหันหลังกลับมาทันที เมื่อแสงไฟส่องไปข้างหลังกลับไม่เจอกับอะไรและเสียงนั้นก็หายไปเช่นกัน

Advertisement

Advertisement

“นี่มันอะไรกันวะ ใครแกล้งกันเนี่ย” อ้วนตะโกนออกไป โดยคิดว่าต้องมีคนแกล้งเขาแน่ๆ เพราะเสียงฝีเท้ามันชัดเจนมาก เขารู้สึกอารมณ์เสีย แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับจากใครทั้งนั้น อ้วนยังคงเดินกรีดยางต่อไปเรื่อยๆ อีกไม่นานนักเขาก็ต้องชะงัก เพราะเขาเจอกับอะไรบางอย่างข้างหน้าเขา แสงไฟที่ส่องไปกระทบเข้ากับขาของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังต้นยางต้นไม่ใหญ่นัก แต่พอจะบดบังร่างของใครคนนั้นได้ ต้นยางห่างออกไปจากจุดที่เขายืนอยู่เพียง 10 เมตรเท่านั้น

“ใครยืนอยู่ตรงนั้นอ่ะ อย่ามาแกล้งกันเวลานี้ ไม่ได้สนุกด้วยนะ” เขาพูดออกไปกับร่างที่ยังคงยืนอยู่นิ่งๆ

อ้วนยังคงยืนนิ่งๆ และส่องไฟไปยังร่างนั้น แต่สิ่งที่ทำให้อ้วนตกใจและต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่มองไม่เห็นก็คือ ร่างนั้นค่อยๆก้าวขาออกมาจากหลังต้นยาง อ้วนพยายามมองร่างนั้นผ่านแสงไฟ มันชัดเจนมากเมื่อร่างนั้นออกมายืนตรงหน้าเขา อ้วนมองไม่เห็นแขนและหัวของเขา ใช่!! ร่างนั้นไม่มีแขนและหัว มีเพียงลำตัวที่เปียกโชกไปด้วยเลือดทั้งตัวและขาเท่านั้น อ้วนยืนนิ่งพร้อมกับยืนมองร่างนั้นอยู่สักพัก เขาเริ่มคิดได้ว่านั่นไม่ใช่คนแน่นอน

Advertisement

Advertisement

อ้วนเริ่มที่จะก้าวเท้าถอยหลังไปเรื่อยๆ ร่างนั้นยังคงยืนนิ่งหันลำตัวข้างหน้ามาหาอ้วน ราวกับกำลังจ้องมองเขาอยู่ เพียงแต่ไม่มีหัวก็เท่านั้น โชคยังดีที่มอเตอร์ไซต์ของอ้วนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาขึ้นคล่อมบนรถและรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว ในชีวิตนี้ยังไม่เคยเจอกับอะไรที่น่ากลัวและสยดสยองแบบนี้มาก่อน

พอกลับถึงบ้านก็รีบเข้านอนไม่ยอมเล่าอะไรให้น้อยฟัง ตอนเช้าก็ได้ยินข่าวจากชาวบ้านว่าเจอศพของชายคนหนึ่งไม่มีแขนและศรีษะ ถูกนำมาทิ้งไว้ที่ข้างถนนไกล้กับสวนยางของเขา อาจจะเพราะคืนนั้นเขาไปกรีดยางโดยที่ไม่มีชาวสวนข้างๆอยู่ด้วย ชายคนนั้นก็อาจจะเพียงมาบอกว่าร่างของเขาอยู่ใกล้ๆสวนยางนี่เอง อ้วนเล่าทุกอย่างให้น้อยฟังและไม่กล้าไปกรีดยางอยู่หลายวัน จนเวลาล่วงเลยไปทำให้เขาเริ่มคลายความกลัวลงและไปกรีดยางตามปกติ