ย้อนไปประมาณสิบปีที่แล้ว หลายครั้งในการทำงานมีต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดทั้งไปทำงานของตัวเอง ไปช่วยฝ่ายขายขายของ ไปสัมมนาต่าง ๆ ประสบการณ์นี้คือในการเดินทางมีอยู่ครั้งหนึ่งต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด 2 วัน 1 คืน ซึ่งเวลาเราจะเดินทางไปพร้อมกับแผนกต่าง ๆ ในที่ทำงาน โดยให้ไปพร้อมกัน  6 คนแผนกละ 2 คน การเดินทางจะจองรถตู้ ซึ่งบริษัทจะเป็นคนจัดหาให้สำหรับใช้ในการเดินทางทำงานข้ามจังหวัด และพาเดินทางไปแต่ละในจังหวัด

          ในส่วนการนอน บริษัทจะมีอัตราค่าห้องพักให้ซึ่งในการเดินทางไปทำงาน ก็มักจะมีการบอกต่อว่าควรจะพักที่ไหนเพื่อให้อยู่ในงบประมาณที่บริษัทให้เราเบิกไม่ต้องเสียเงินส่วนต่างเอง ซึ่งที่พักที่เราจะไปเช่าอยู่มักจะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ซึ่งในครั้งนั้นได้โรงแรมเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายตึกแถว 6 ชั้น ด้านล่างจะมีร้านนั่งดื่มอยู่  หลังจากเช็กอิน โรงแรมก็มีเจ้าหน้าที่จะพาเราพวกเราขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปชั้นที่เราได้ เพื่อนเราก้อนึกสนุกถามชวนพนักงานคุยไปว่าที่นี่มีผีไหม พนักงานก็ตอบมาว่ามีครับแล้วยิ้ม ๆ พร้อมกับพูดว่าแต่พวกพี่ไม่ต้องกลัวนะ พวกพี่พักที่ชั้นสี่ แต่พี่อยู่ที่ชั้นหก พวกเราก็ขำกันว่าน้องนี่เข้าใจอำพวกพี่นะ

Advertisement

Advertisement

          ลิฟท์ที่โรงแรมเป็นลิฟท์อันเล็ก ๆ เวลาขึ้นลงจะได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าด เสียงรอกที่ชักตัวลิฟท์ขึ้นลง เมื่อถึงห้องพักก่อนแยกย้ายเข้าห้องเราก็นัดหมายว่าอีกหนึ่งชั่วโมงจะไปรวมตัวกันชั้นล่าง ที่ล๊อบบี้เพื่อออกไปหาอาหารเย็นกินกัน  เราก็ล้างหน้าล้างตา แล้วพักผ่อนเนื่องจากนั่งรถกันมาพักใหญ่จนได้เวลานัดหมายไปกินข้าวเย็นเสร็จ มานั่งคุยกันต่อที่ร้านนั่งดื่มด้านล่างของโรงแรม คุยกันจนสามทุ่มกว่า เพื่อน 2 คนขอขึ้นห้องพักก่อนเพราะง่วงนอน ที่เหลือยังคงนั่งกินนั่งคุยจนถึงเกือบเที่ยงคืนถึงได้ขึ้นห้องพัก

Advertisement

Advertisement

          เรากดเรียกลิฟท์ให้ขึ้นไปชั้น 4 ที่เป็นชั้นห้องพัก เมื่อเดินเข้าไปประตูปิดลิฟท์ก้อเลื่อนขึ้นไปตามปกติ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่ปกติก็เกิดขึ้น ลิฟท์ผ่านชั้น 4 ไปแล้วไปหยุดที่ชั้น 6 พร้อมกับประตูลิฟท์เปิดออกมา ชั้นหกนั้นไม่ได้เปิดไฟแม้แต่ดวงเดียว เหมือนกับชั้นนี้ไม่มีการเปิดให้ใช้บริการใด ๆ พวกเราได้แต่ยืนมองหน้ากันเงียบ ๆ ด้วยอาการช็อค คำพูดของพนักงานที่พูดเรื่องผีที่ชั้นหก เข้ามาในหัวทันที แต่ตอนนั้นไม่มีพูดอะไรทั้งสิ้น แล้วประตูลิฟท์ก็ปิดลง และเลื่อนมาหยุดให้ที่ชั้น 4 พวกเรารีบออกจากลิฟท์กันด้วยความเร่งรีบและไปที่ห้องพักทันทีตอนนั้นในใจเราคิดว่าลิฟท์มันอาจจะโดนเรียกค้างไว้มันถึงขึ้นไป หลังจากคุยกันจนสบายใจว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเกิดจากปัญหาระบบไฟ

Advertisement

Advertisement

           เรากับเพื่อนนอนคนละเตียงโดยเราอยู่ที่เตียงด้านที่ติดกับประตูทางเข้า ปกติเวลาไปนอนแบบนี้เราจะเปิดไฟตรงหน้าประตูทิ้งไว้ ในห้องก็จะมองเห็นแต่ไม่รบกวนการนอน ซึ่งหลังจากคุยเสร็จเราจึงนอนเพราะวันรุ่งขึ้นยังต้องทำงานก่อน ช่วงตีสามกว่าเราได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังมากเลยสะดุ้งตื่นขึ้นมา พอตื่นขึ้นมาเราได้ยินเสียงในห้องน้ำเหมือนมีคนกำลังใช้งานอยู่ สักพักได้ยินเสียงกดชักโครก น้ำฟักบัวในห้องน้ำถูกเปิด เราก็งงว่าทำไมเพื่อนเราตื่นเร็วจังเพราะดูเวลาตั้งแต่สะดุ้งตื่นขึ้นมา เราพลิกตัวหันไปด้านเตียงข้าง ๆ ที่เพื่อนเรานอนอยู่ ซึ่งพอหันไปเพื่อนเรายังนอนหลับอยู่เลย เรากลัวมากแต่ก็ไม่กล้าลืมตาขึ้นมาดูได้แต่เอาตัวซุกอยู่ในผ้าห่มแล้วพยายามหลับจนเช้ามืดเพื่อนตื่นเราเล่าให้เพื่อนฟัง มันก้อบอกว่าได้ยินเหมือนกัน เรารีบเก็บของลงจากห้องไปรอคนอื่นที่ล้อบบี้โรงแรมเลยไม่กล้าอยู่ในห้องกันอีก