สวัสดีครับนักอ่านทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องราวดี ๆ ที่จะมาบอกต่อ เผื่อจะมีประโยชน์กับผู้ที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการท่องเที่ยวนั้นถือเป็นรายชื่ออันดับต้นๆ ที่ทำรายได้ให้กับประเทศของเรา ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หรือแม่แต่การท่องเที่ยวด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ของไทยเรา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะคิดว่าถ้าจะท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ จะต้องไปในพื้นที่ที่มีภูเขาน้ำตก เช่นภาคใต้ ภาคเหนือเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วในบางพื้นที่เป็นได้ทั้งที่กินและที่เที่ยวไปในตัว ผมมีชุมชนๆนึงที่จะมาแนะนำให้รู้จัก เป็นชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช นั้นก็คือ ชุมชนตำบลขุนทะเล อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนที่มีเรื่องราวทางด้านประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองนคร มีธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ และยังมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอีกด้วย  ซึ่งในตำบลขุนทะเลนั้นก็มี สถานที่ท่องเที่ยว 5 แหล่งด้วยกัน ไปดูกันเลยครับ

Advertisement

Advertisement

อนุสาวรีย์หมื่นไกรพลขันธ์ (ตาขุนพล)

สำหรับที่แรกคือ “อนุสาวรีย์หมื่นไกรพลขันธ์ (ตาขุนพล)” มีหลักฐานชิ้นสำคัญที่เล่าถึงความเป็นมาของอนุสาวรีย์หมื่นไกรพลขันธ์ คือ บันทึกภาษาไทยสำเนียงท้องถิ่นภาคใต้หรือภาษาปักษ์ใต้สมัยโบราณจาก “สมุดข่อย” หรือ “หนังสือบุด” ที่พบในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งนำมาแปลโดยนักประวัติศาสตร์ ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้ วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2521 เรียกว่า “หนังสือนิพพานโสตรสำนวน” ได้ระบุว่าพระเจ้าศรีธรรมโศกราชพร้อมเหล่าทหาร, ขุนนาง และไพร่พล ราว 48,000 คน ได้หนีโรคไข้ห่ามาพำนัก ณ พื้นที่เขาวังเขตตำบลขุนทะเล ส่วนพระอนุชา (พระนนทราชา) ได้ไปพำนัก ณ พื้นที่เขาวังเขตตำบลลานสกา เมื่อราวปีพ.ศ. 1098 เป็นเวลา 5 ปี เมื่อหายจากโรคไข้ห่าแล้ว จึงได้กลับไปตั้งที่วังเดิม ณ ข้างวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช ส่วนหมื่นไกรพลขันธ์ (ตาขุนพล) มิได้ตามไปด้วย แต่ได้อยู่เพื่อป้องกันข้าศึก จนสิ้นอายุไขที่นี้ แล้วจึงได้ฝั่งศพของท่านไว้ ณ ใต้ต้นโดหรือต้นประดู่แห่งนี้ต้นโดหรือต้นประดู่

Advertisement

Advertisement

สำหรับในปัจจุบัน เพื่อเป็นการสืบทอดประวัติศาสตร์ดังกล่าว เทศบาลตำบลขุนทะเล ร่วมกับประชาชนชาวตำบลขุนทะเล ได้ร่วมกันสร้างศาลา และอนุสาวรีย์ตาขุนพลขึ้นในบริเวณตามที่กล่าวมาแล้ว เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 (บ้านสอ) ตำบลขุนทะเล อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

สำหรับสิ่งที่น่าสนใจ มีดังนี้ครับ

1. มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์

2. มีความศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านให้การเคารพนับถือ ขอพรกราบไว้ บนบานให้ได้ในสิ่งที่มุ่งหวัง ซึ่งมักจะแก้บนด้วยอาวุธ เช่น ดาบ เป็นต้น ใครมีปัญหาเรื่องสุขภาพใจ หรือสุภาพการงานจะลองดูก็ไม่เสียหายนะครับ

Advertisement

Advertisement

และอีกอย่างนึงครับทุกจะมีพิธีการบวงสรวงตาขุนพลในเดือนพฤษภาคมของทุกปีครับ ได้รับความสนใจจากผู้ที่นับถือ ศรัทธาชาวบ้านในละแวกหลั่งไหลเข้ามาร่วมพิธีเป็นจำนวนมากครับ

พิพิธภัณฑ์ตำบลขุนทะเล

สถานที่ที่ 2 คือ “พิพิธภัณฑ์ตำบลขุนทะเล” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับอนุสาวรีย์หมื่นไกรพลขันธ์ (ตาขุนพล) เลยครับ เดินมา 2-3 ก้าวก็ถึงแล้วครับ โดยที่นี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 (บ้านสอ) ตำบลขุนทะเล อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บวัตถุโบราณที่ขุดพบในถ้ำน้ำวังศรีธรรมโศกราช และในพื้นที่ตำบลขุนทะเล และจากชาวบ้านนำมามอบให้ทางเทศบาลตำบลขุนทะเลเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาถึงประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราชนั้นเอง ไฮไลท์อยู่ที่ กระดูกมนุษย์โบราณนับพันปี, เรือโกลนของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่หัวเรือหล่อด้วยทองสำริด ใช้ไม้ตะเคียนเป็นลำเรือ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการล่องเรือมาเพื่อตั้งถิ่นฐาน ฐานทัพที่ตำบลขุนทะเล นอกจากนี้ยังมีถ้วยชามสังคโลกที่จะต้องมาดูด้วยตัวเองว่ามีความสวยงาม และพิเศษขนาดไหนถ้วยชามสังคโลก

 

ฝายกั้นน้ำชลประทานเสาธงสถานที่ที่ 3 คือ ฝายกั้นน้ำชลประทานเสาธงหรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “เขื่อนชลประทานเสาธง” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 ตั้งอยู่ที่บ้านวัดสอ หมู่ที่ 3 สร้างขึ้นสำหรับใช้กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร อีกทั้งยังเป็นที่ผลิตน้ำประปาที่ส่งไปยังอำเภอพระพรหม ต้นน้ำอยู่ที่น้ำตกกะโรม ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา ในสมัยก่อนคลองสายนี้เคยเป็นเส้นทางเดินเรือของชาวบ้าน สำหรับการเดินทางไปค้าขายยังต่างเมือง คลองสายนี้จะไปสิ้นสุดที่ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

สิ่งที่น่าสนใจ

1. ฝายกั้นน้ำชลประทานเสาธงเป็นต้นน้ำของเมืองนคร ใช้ในการกักเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง มีสภาพทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ บรรยากาศดี ลมพัดเย็นสบาย เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเหมาะแก่การถ่ายรูปเช็คอินมากครับ และชมวิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝายชลประทานเสาธง และนอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร (ร้านส้มตำ) และพื้นที่จอดรถกว้างขวางไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วยมีสวนน้ำ

 2. มีสวนน้ำ ท่าเรือถีบไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมธรรมชาติริมเขื่อน ดำเนินการโดยวิสาหกิจท่องเที่ยวขุนทะเล และมีร้านกาแฟ ชื่อว่า “POP Coffee” ให้นักท่องเที่ยวสามารถ พักผ่อน จิบกาแฟ ชมธรรมชาติแบบลงตัวท่าเรือถีบ

3. มีจุดวัดระดับน้ำ (ซึ่งหากน้ำอยู่ในระดับ 28 น้ำจะท่วมเมืองนครศรีธรรมราช) อีกอย่างนึงคือที่นี้ลมแรงมากๆเลยครับ

ถ้ำน้ำวังศรีธรรมโศกราช

สถานที่ที่ 4 คือ ถ้ำน้ำคลุ้งหรือที่เรียกว่า “ถ้ำน้ำวังศรีธรรมโศกราช” ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลขุนทะเล เป็นถ้ำที่มีประวัติศาสตร์ของเมืองนครศรีธรรมราชมาอย่างยาวนาน ถ้ำน้ำคลุ้งอยู่ในเส้นทางที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราชเดินทางขึ้นเขาวัง ซึ่งเป็นที่อัศจรรย์น่าสงสัยกับเสียงดัง และกระแสน้ำที่ไหลออกมาจากภูเขาใหญ่ ถ้ำแห่งนี้อยู่ใกล้กับจุดที่ “นนทราช” พระอนุชาได้แยกกับพระเชษฐาที่บ้านตุมปันก่อนที่จะเข้าลานสกาใน หลังจากที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้ขึ้นไปตั้งตำหนักอยู่บนหุบเขาที่เหมือนวัง เมื่อได้สำรวจรอบพื้นที่แล้วก็สงสัยว่า น้ำคลองจากน้ำตกบนเขาวังไหลมาชนใต้เชิงผานั้น ไหลไปไม่มีวันจบสิ้น วันหลังจึงได้รู้ว่า ไหลมาออกสู่พื้นเนินราบที่ถ้ำน้ำคลุ้ง

ที่พระองค์ทรงเห็นเป็นครั้งแรกก่อนขึ้นเขาวัง และให้ชื่อว่าถ้ำน้ำคลุ้ง ตามความเป็นจริงแล้วเสียงที่ดัง ความแปลกประหลาดในถ้ำเป็นสิ่งที่น่าวิเคราะห์ แต่สิ่งที่ชัดเจน คือ น้ำไม่ได้ไหลออกจากปากถ้ำตามปกติและจะไหลออกมาจากใต้ซอกหิน เพิงหินใต้น้ำ ถ้าหากเราขึ้นไปบนปากถ้ำแล้วมองลงมายังด้านล่างก็จะเห็นน้ำไหลลงมาส่งเสียงดังที่ว่าอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ในถ้ำน้ำวังศรีธรรมโศกราชยังมีเสาหลักเมืองและกระดูกมนุษย์เป็นพันปี ซึ่งมีลักษณะเป็นกระดูกไหปลาร้าของผู้ใหญ่

การที่ได้ชื่อว่าเสาหลักเมืองเพราะว่ามีลักษณะเป็นเสาต้นคล้ายหลักเมืองนครศรีธรรมราช บางคนมองว่ามีลักษณะคล้ายกับ ศิวลึงค์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูชาวบ้านให้ความเคารพนับถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณปากถ้ำ

สิ่งที่น่าสนใจ

ถ้ำน้ำวังศรีธรรมโศกราช (ถ้ำน้ำคลุ้ง) จัดได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่งนึงเลยก็ว่าได้ เพราะ

1. ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีธารน้ำใส (ใสมากจริง ๆ ครับ และสามารถให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ด้วย อากาศร้อนๆ แบบนี้ต้องไม่พลาดลงแช่น้ำเย็นๆ ให้สดชื่นนะครับ)

2. เป็นถ้ำน้ำที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และมีศาลหลักเมืองสำคัญยิ่งของเมืองนครศรีธรรมราช คือเป็นที่พำนักของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่อพยพที่โรคไข้ห่า

3. ถ้ำมีความลึก 4,444 เมตร และภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่ยังคงความงดงาม (ถ้าจะเข้าไปภายในถ้ำด้วยตัวเองทางสถานทีท่องเที่ยวจะมีบริการไฟฉายให้ครับ หรือต้องการไกด์นำทางแบบเที่ยวไปได้ความรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์ไป ที่นี้มีบริการไกด์ชุมชนให้ครับ)

4. มีน้ำตกภายในถ้ำ 3 แห่ง  มีธารน้ำใสเป็นแอ่งขนาดเล็กอยู่บริเวณหน้าทางเข้าถ้ำ

หลาดสวนปัณ

เมื่อเที่ยวกันแบบจุใจแล้วทั้งที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เชิงธรรมชาติ สถานที่ต่อไปที่จะพาไปชมคือ ตลาดสวนปัณฑริดา หรือภาษาใต้เรียกว่า “หลาดสวนปัณ” ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 8 ตำบลขุนทะเล อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นตลาดนัดเชิงสร้างสรรค์ที่ช่วยแบ่งปันประสบการณ์วิถีชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ด้วยการนำเสนออัตลักษณ์ของสินค้ำในพื้นที่อำเภอลานสกา เช่น ขนมจีนน้ำยา แกงพุงปลา ปลาดุกร้า ขนมโค ขนมตาล สังขยาฝักทอง กล้วยปิ้งน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน น้ำผลไม้ใส่ภาชนะเปลือกผลไม้ ผ้ามัดย้อม สมุนไพรนานาชนิด เป็นต้น โดยภาชนะที่ใส่อาหารและสินค้าเน้นวัสดุธรรมชาติหลาดสวนปัณ

มีผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชนที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมากจึงกำหนดเปิด“หลาดสวนปัณ“ เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เดินทางมาเที่ยวชมจับจ่ายซื้อสินค้าและพักผ่อนหย่อนใจเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวชม ซื้อสิ้นค้าชุมชนได้ทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. พ่อค้าแม่ค้าน่ารักมากครับ ผมประทับใจในการให้บริการมาก นอกจากจะมีสินค้าจำหน่ายแล้วยังมีสถานที่สำหรับนั่งรับประทานอาหาร มีห้องน้ำไว้บริการอีกด้วยครับหลาดสวนปัณ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในตำบลขุนทะเล เมืองนครศรีธรรมราช บอกได้เลยว่านครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่ชื่นช่ำธรรมชาติจริง ๆ ครับ มีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย อยากให้ทุกคนแวะมาเที่ยว มาสัมผัสบรรยากาศในตำบลขุนทะลนั้น ก็มีดีไม่แพ้เมืองหลักเลยล่ะครับ ว่าแล้วก็แบกเป้ สะพายกล้องท่องตำบลขุนทะเลได้เลยนะครับ

ภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน

 

วันลาเหลือใช่ไหมหรืออยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !