เจดีย์ที่อยู่หน้าวัดเจดีย์   ทุกคนจ๋า เราขนลุกไปทั่วล่าง เอ๊ย! ทั่วร่างเลยจ้า บอกเลยว่าสิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้ มันสะพรึงตะลึงตึงโป๊ะมาก เรื่องมันมีอยู่ว่า เราได้ทำการโอนเงินผ่าน mobile banking แต่โอนเงินไปผิดบัญชีจ้า กะจะโอนเงินไปบัญชีของแฟน แต่ดันไปโอนให้อีกคนหนึ่งซึ่งเคยรู้จักกัน เราไม่ได้สะเพร่านะคะ เหตุผลคือในแอปของเรา ได้บันทึกเลขที่บัญชีของแฟนไว้ ซึ่งธนาคารที่แฟนใช้บริการอยู่นั้น มีแค่สองคนเท่านั้นที่ใช้ในการโอน นั่นคือแฟนเรา กับน้องที่เคยรู้จักกันในฐานะซื้อขายของกัน ในส่วนของน้องที่รู้จักกันแบบห่าง ๆ นั้นเราไม่ได้ทำการโอนเงินมานานแล้ว เพราะไม่ได้ติดต่อซื้อขายสินค้ากันนานมาก จนลืมไปเลยว่ามีเลขบัญชีของน้องเขาอยู่ด้วย ก็คิดแต่ว่ามีแค่เลขบัญชีของแฟนคนเดียวที่ใช้ธนาคารนี้ เราก็เลยจิ้มโอนไปเลยจ้า โดยที่ไม่ได้ถ่างตาดู ว่าชื่อเจ้าของบัญชีคือใคร พอโอนเงินไปสำเร็จแล้วเท่านั้นแหล่ะ ดวงตาและสมองอันน้อยนิดของเราก็เริ่มทำงาน อ้าว! นี่มันไม่ใช่เลขบัญชีของแฟนเรานี่ ทุกคนจ๋านาทีนั้นเราแทบจะจ้างรถแบคโฮ มาขุดสมองของเราออกมาเลยทีเดียว เงินไม่ใช่น้อย ๆ นะจ๊ะสำหรับเรา เราโอนเงินไปแปดหมื่นจ้าที่รัก เข่าแทบทรุดยิ่งกว่าตึกถล่ม มิวสิควีดีโอตอนนางเอกเดินตากฝน โผล่เข้ามาในสมองเราทันที คิด คิด คิด จะทำอย่างไรดี แต่ก็คิดไม่ออก จนมีเสียงสวรรค์โพล่งออกมาว่า โทรหา call center ธนาคารสิ (เสียงแฟนเราเองแหล่ะ) รีบเลยจ้า ไม่รอช้า โทรหา call center ได้รับคำตอบว่า

Advertisement

Advertisement

"ทางธนาคารไม่สามารถอายัดเงินได้ค่ะ เพราะเงินถูกโอนเข้าบัญชีซึ่งอยู่ต่างธนาคาร คุณลูกค้าต้องมาเขียนคำร้องที่ธนาคารและแจ้งความ เพื่อที่ทางธนาคารจะได้ส่งเรื่องไปยังธนาคารปลายทาง ที่คุณลูกค้าโอนเงินผิดไป"

Advertisement

Advertisement

   พอได้ฟังดังนั้น ความรู้สึกเหมือนคนอกหักดังเป๊าะ มันเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด แต่ก็ต้องดึงสติกลับมา แล้วรีบไปแจ้งความและไปเขียนคำร้อง ตามที่พนักงานธนาคารแนะนำ ทำทุกอย่างครบถ้วน ขั้นตอนต่อไปก็คือนั่งรอสิจ๊ะ รออย่างมีความหวัง เพลงเงือกทองก็โผล่ขึ้นมากลางสมองทันที

"นั่งรอเธอที่สมิหลา อยู่นานแล้ว พระอภัยยังไม่มา"

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป "เงียบ" เข้าสู่สัปดาห์ที่สามก็ยัง "เงียบ" จึงตัดสินใจที่จะตามสืบหาข้อมูลเอง

โดยเริ่มจากการหาข้อมูลที่อยู่ ของเจ้าของบัญชีที่เราโอนผิดไป จนได้รู้ว่าเจ้าของบัญชีถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงอยู่ในเรือนจำ และน่าจะติดอยู่อีกหลายปี จ๊ะแม่จ๋า บอกเลยว่าความยากในการตามเงินคืน เพิ่มอีกหลายเท่าตัว เพราะเราไม่สามารถเข้าถึงตัวน้องได้เลย พอปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของธนาคารก็บอกว่า

Advertisement

Advertisement

"จะต้องได้รับการเซ็นยินยอม ให้ถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของน้อง โดยต้องให้น้องลงนามกำกับในเอกสารด้วยตัวเอง"

   พอได้ฟังแบบนี้แล้วแทบทรุดรอบสองเลยจ้า เพราะรู้เลยว่ามันยากมาก เครียดสุด ๆ ตกดึกคืนนั้นจึงได้ปรึกษาแฟนว่าเราควรเสี่ยงไปตามหาญาติของน้อง ที่จะพาเราไปหาน้องในเรือนจำกันดีกว่า แฟนก็เห็นดีด้วย เพราะมันคือวิธีสุดท้ายแล้ว ที่เราจะมีโอกาสได้เงินคืน

   รุ่งเช้าของอีกวันที่อากาศแจ่มใส แต่ใจเราหม่นหมองมาก บอกเลยว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับเลย เพราะมืดแปดด้านมาก ๆ ไม่รู้ว่าวันนี้จะเริ่มเดินทางตามหาญาติ หรือที่อยู่ของน้องอย่างไร เพราะเราแค่เคยซื้อขายของกัน และมันนานมาก ๆ แล้ว แต่ไม่รู้ข้อมูลลึก ๆ ของน้องเลยว่าอยู่ที่ไหน ก่อนออกจากบ้านเราก็หันไปที่หิ้งไอ้ไข่ ที่เราเคยไปเช่าบูชามาจากวัดเจดีย์ แล้วจุดธูปสวดคาถาบูชาที่ค้นหามาจาก google เราจะทำแบบนี้ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน แต่ครั้งนี้เรารู้สึกว่าเราต้องการความช่วยเหลือ จากไอ้ไข่เป็นอย่างมาก จึงได้อธิษฐานขอกับไอ้ไข่ว่า

"ตาไข่จ๋าช่วยลูกด้วยเถิด ช่วยให้ลูกได้เงินที่โอนไปผิดบัญชีกลับคืนมาด้วย ถ้าลูกได้เงินคืน ลูกจะถวายชุดทหารเด็ก 1 ชุด ปืนของเล่นเด็ก และจะจุดประทัดให้อีก 10,000 นัด สาธุ"

สร้างขวัญกำลังใจให้ตัวเองเสร็จก็เริ่มออกเดินทาง 

หิ้งไอ้ไข่ หรือตาไข่ที่เราไหว้บูชาที่บ้าน     เราออกเดินทางจากบ้านเรา (ชลบุรี) เวลา 09:30 น. จุดมุ่งหมายแรกที่เราจะไป คือธนาคารสาขาที่น้องได้ทำการเปิดบัญชีไว้ นั่นก็คือสาขาบางนา เพื่อขอเข้าพบผู้จัดการธนาคารในการขอคำปรึกษา และขอความช่วยเหลือจากเขา ในระหว่างการเดินทางเราก็ค้นหาข้อมูลเก่า ๆ ของน้อง โทรหาคนที่เรารู้จัก และเคยซื้อของกับน้องมาก่อน อาจจะด้วยความบังเอิญ หรืออะไรไม่รู้ เราโทรไปหาพี่คนหนึ่งที่รู้จักกัน ได้รับคำตอบจากพี่เขา ว่าพี่เขามีข้อมูลที่อยู่ของน้อง เพราะเคยส่งของไปให้น้อง เขาก็ส่งที่อยู่ของน้องมาให้เรา จึงได้รู้ว่าน้องอยู่ที่สมุทรปราการ เรารีบเปลี่ยนแผนที่จะไปบางนาทันที ขับรถมุ่งตรงไปที่สมุทรปราการ ตามที่อยู่ที่ได้มา

   ในที่สุดเราก็มาถึงสมุทรปราการ แต่! เราจะมาทำไม ในเมื่อน้องเขาก็อยู่ในเรือนจำ เรากับแฟนลงจากรถยืนมองหน้ากันทำตาปริบ ๆ แล้วแฟนก็พูดขึ้นมาว่า

"เอาน่าเรามาถึงขนาดนี้แล้ว อย่างน้อยอาจได้เจอญาติ ๆ ของน้องก็ได้"

   ลุยต่อสิจ๊ะ ปฏิบัติการเดินตามหาบ้านของน้องก็เริ่มขึ้น เราเดินเข้าไปในซอยที่มีบ้าน ที่เป็นลักษณะบ้านไม้ที่อยู่กันแบบสลัม เพื่อถามคนในหมู่บ้านนั้นไปเรื่อย ๆ ว่าพอมีใครรู้จักน้องบ้าง ผ่านไปหลายหลังก็ยังไม่เจอที่อยู่ของน้อง  เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงที่เราเดินตามหา จนเดินไปเจอบ้านหลังหนึ่งที่มีบ้านเลขที่ตรงกับบ้านของน้อง เราดีใจมากเหมือนเริ่มมีความหวัง พอเดินเข้าไปถามว่าใช่บ้านของน้องหรือเปล่า คำตอบที่ได้คือ ไม่ใช่บ้านของน้อง ไม่รู้จัก อ้าว! และ อ้าว! คำถามเกิดขึ้นในหัวเราทันที ก็บ้านเลขที่เดียวกันนะ จะไม่ใช่ได้อย่างไร ในระหว่างคิดเราก็เดินย้อนกลับออกมาด้วยความมึนงง ถอยมาตั้งหลักก่อน อาการตอนนี้เหมือนนักมวยโดนหมัดเข้าที่ปลายคางเต็ม ๆ ต้องรีบถอยเซเข้ามุม เอาแขนพาดไว้บนเชือกอย่างไว  ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแฟนตะโกนเรียกเรา

"มานี่ บ้านนั้นเป็นบ้านเลขที่เดียวกัน แต่ข้างหลังบ้านเลขที่เขามี /2 ส่วนบ้านของน้อง /1" เออใช่ ตื่นเต้นจนลืมดูเลขทับด้านหลัง ดึงสติกลับมาได้ ก็รีบเดินตามเสียงของแฟนไป

   เราเจอแล้วจ้าท่านผู้ชม เจอบ้านของน้องแล้ว ก็คือบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ กันนั่นแหละ แต่ที่เราไม่เห็นบ้านเลขที่หลังนี้เพราะต้นไม้ที่เขาปลูกไว้ มันบังบ้านเลขที่เขาอยู่ ดีนะที่แฟนเราเป็นคนช่างสังเกต จึงได้เห็นเลขที่ถูกบังไว้ ลักษณะเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงมีบันไดไม้ ตัวบ้านทาสีฟ้าอ่อน สีเริ่มซีด มีประตูรั้วบ้านเป็นรั้วไม้ระแนง สูงประมาณ 2 เมตร แต่! จ๊ะ แต่! ประตูรั้วหน้าบ้านของน้องล็อคข้างในไว้ ไม่มีคนอยู่หรือ? อะไรครับนี่ ใครกำหนดชีวิตฉัน ในขณะที่เรากำลังมึนงงสงสัยในชะตาชีวิตอยู่ เสียงของแฟนเราก็แทรกขึ้นมา

"ประตูรั้วปิด แต่ประตูบ้าน กับหน้าต่างเปิดอยู่ แสดงว่ามีคนอยู่ข้างใน"

   เออ! นั่นสิ เรารีบรวบรวมพลังเสียงอันแหลม และแสบแก้วหูของเรา ตะโกนเรียกคนในบ้านทันที เราเรียกไปพร้อมกับใช้สายตาสอดส่องหาคนที่อยู่ในบ้าน เราเรียกไปหลายครั้งมาก เรียกไปก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับคืนมา จนเราเริ่มท้อ แดดก็ร้อน เราจึงถอยร่างพัง ๆ ของเราเพื่อไปแทรกเงาร่มชายคาเพื่อหลบร้อน ปล่อยให้แฟนเรายืนเรียกคนในบ้านต่อไป สักพักก็ได้เสียงแฟนพูดขึ้นมาว่า

"เห็นเงาคนใส่ชุดสีแดงเดินผ่านหน้าต่าง แต่ทำไมเขาไม่ออกมาเปิดประตูให้เรา"

   เราก็มองไปที่หน้าต่างที่เปิดอยู่ด้วยความเหนื่อยล้า ก็ไม่เห็นมีใครนี่ แฟนเราก็ยังตะโกนเรียกต่อไป ผ่านไปเกือบ 40 นาที ที่เรายืนเรียกอยู่หน้าบ้าน ในที่สุดก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 55 ปีเดินออกมา เราก็รีบกล่าวคำทักทายทันที

"สวัสดีจ้า หนูเป็นเพื่อนของน้องน้ำอ้อยจ้า ใช่คุณแม่ของน้องไหมจ๊ะ" สิ้นเสียงของเรา ผู้หญิงคนนั้นทำหน้างง ๆ  แล้วตอบกลับมาว่า

"ใช่ มีอะไรหรือเปล่า น้องไม่ได้อยู่ที่นี่ น้องอยู่กับย่าที่กรุงเทพฯ แล้วมาถูกกันได้ยังไง"

   เรารีบพูดทันที "แม่ช่วยเปิดประตูให้หนูเข้าไปก่อนได้ไหมจ๊ะ หนูมีเรื่องรบกวนให้แม่ช่วยหน่อยจ้า" แล้วแม่ของน้องก็เปิดประตูให้เราเข้าไปอย่าง งง ๆ

เหรียญไอ้ไข่ หรือเหรียญตาไข่ ที่เราไหว้บูชาอยู่ที่บ้าน

   แม่เชิญเราขึ้นไปบนบ้าน โดยให้เรานั่งในห้องที่เป็นห้องโล่งที่ใช้สำหรับรับแขก ภายในบ้านจะเป็นบ้านกั้นห้องด้วยไม้เป็นสามห้อง โดยมีห้องนอน 1 ห้อง ห้องที่เรานั่งอยู่เป็นห้องโล่ง 1 ห้อง ส่วนอีกห้องเราไม่รู้ว่าคือห้องอะไร แต่กั้นห้องไว้ไม่เต็มห้อง โดยห้องนี้จะกั้นโดยใช้ฉากไม้อัดกั้น แล้วมีทางเดินเข้าออก ไม่มีประตู และเป็นห้องที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน ที่แฟนเราเห็นเงาคนเดินผ่านหน้าต่าง แล้วแฟนเราก็เริ่มบทสนทนา

"แม่ได้ยินเสียงผมเรียกที่หน้าบ้านไหมครับ"

แม่ตอบกลับมาว่า "ไม่ได้ยินเลย แม่นั่งซักผ้าอยู่หลังบ้าน ซักเสร็จแม่ก็เดินออกมา ก็เพิ่งจะได้ยินเสียงนี่แหละ" 

"อ้าว! แล้วที่ผมเห็นเงาคนใส่ชุดสีแดง เดินผ่านหน้าต่าง คือใครครับแม่" แฟนเราพูด

"แม่อยู่คนเดียวนะ ไม่มีใครอยู่ด้วย" แม่พูด พร้อมกับสายตาเรามองที่ชุดที่แม่ใส่ แม่ใส่เสื้อสีขาวจ้าทุกคน เรื่องเงาของคนเดินผ่านหน้าต่างก็จบลงตรงนั้น พร้อมความสงสัยของแฟนเรา

แล้วเราก็พูดถึงเรื่องราวที่โอนเงินผิดบัญชี ให้แม่ของน้องฟัง และแม่ตอบกลับมาว่า

"แม่กับน้องไม่ได้อยู่ด้วยกัน น้องเขาไปอยู่กับย่าที่กรุงเทพฯ แม่กับพ่อของน้องได้เลิกลากันนานแล้ว ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน และล่าสุดได้ข่าวน้องอยู่ในเรือนจำข้อหาฉ้อโกง เพราะไปเป็นเท้าแชร์ และโดนกล่าวหาว่าโกงเงินเขา เคยมีคนมาหาน้องที่บ้านแม่ และมาทวงเงินกับแม่ คิดว่าน้องเอาเงินที่โกงมาให้แม่" แม่เล่าด้วยเสียงสั่นเครือ 

"ลองดูในบ้านแม่สิ แม่ไม่มีอะไรเลย มีแค่ทีวีเครื่องเก่า ๆ อยู่เครื่องเดียว ถ้าแม่ได้เงินจากน้องจริง ทำไมแม่ถึงต้องทนลำบาก ไปขายของที่ตลาดนัดอยู่อีกหล่ะ" แม่เล่าถึงตรงนี้ เรากับแฟนเริ่มมองหน้ากัน ด้วยความรู้สึกสงสารแม่ของน้องขึ้นมาทันที

"แม่ต้องปิดล็อคประตูบ้านไว้ เพราะกลัวคนจะมาทวงเงิน เพราะแม่ไม่มีให้เขาหรอก และน้องก็บอกแม่ว่าน้องไม่ได้โกงนะ มีคนในกลุ่มแกล้งน้อง ทำเอกสารปลอมไปแจ้งความจับน้อง" แม่ของน้องพูด

"ที่หนูมาวันนี้ หนูไม่ได้มาทวงเงินจากแชร์นะแม่ เพราะหนูไม่ได้เล่นแชร์กับน้อง แต่หนูโอนเงินผิด ก็เลยอยากให้แม่ช่วยหนูหน่อยจ้า" เราพูดบ้าง กลัวไม่มีบท

"ให้แม่ช่วยอย่างไร" แม่พูด

"แม่พอจะมีเอกสารของน้องไหมจ๊ะ เช่น สำเนาบัตรประชาชนของน้อง หนูจะให้แม่ไปเซ็นรับรองการถอนเงินกับธนาคารแทนน้องจ้า" เราพูด

แม่ตอบทันที "แม่จะมีได้อย่างไร ก็แม่ไม่ได้อยู่กับน้องนานแล้ว เอกสารอยู่ที่บ้านน้องหมดเลย"

"แล้วแม่พอจะติดต่อแฟนของน้องได้ไหมจ๊ะ ว่าแฟนน้องมีเอกสารของน้องหรือเปล่า" เราพูด

"น้องเลิกกับแฟนแล้ว ตั้งแต่ที่น้องถูกจับ แฟนน้องก็เลิกกับน้องเลย และแม่ไม่ได้คุยกับแฟนน้องมานานแล้วด้วย" แม่ของน้องพูด

เราหน้าชาเลยจ้า อะไรกัน ทำไมมันยากจังกับการที่จะได้เงินของตัวเองกลับคืนมา

"ถ้างั้นแม่พอจะพาหนูไปเยี่ยมน้องที่เรือนจำได้ไหม หนูจะเข้าไปคุยกับน้อง และให้น้องเซ็นรับรองในการถอนเงินให้" เราพูด

"เขาเพิ่งไปเยี่ยมน้องมา จะครบรอบในการเยี่ยมอีกทีไม่รู้เมื่อไหร่" แม่ของน้องพูด

   เฮ้อ! เราได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ เหมือนจะหมดหวังแล้ว  เพื่อความแน่ใจจึงโทรปรึกษาผู้จัดการธนาคารอีกครั้ง และได้คำตอบมาว่า

"ต่อให้ได้เอกสารของน้องมา ถ้าไม่มีเจ้าตัวมาเซ็นรับรองต่อหน้าพนักงาน ก็ไม่สามารถถอนเงินได้" เสียงจากผู้จัดการธนาคาร

   ชัวร์แล้ว มั่นใจมาก ๆ เราหมดหนทางที่จะได้เงินคืนแล้วจริง ๆ ถอดใจแล้ว จึงหันไปมองหน้าแฟน แล้วเราก็พูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ใจว่า

"เรากลับกันเถอะ" เราพูดจบพร้อมกับหันหน้าไปหาแม่ของน้อง และยกไหว้

"แม่ ถ้าอย่างนั้นพวกหนูกลับก่อนนะจ๊ะ ถ้ามีอะไรคืบหน้ารบกวนแม่บอกหนูหน่อยนะ สวัสดีจ้า" เราพูดพร้อมกับขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงของแฟนเราพูดขึ้นมาว่า

"แม่ มีอะไรจะบอกผมหรือเปล่าครับ" 

แม่ของน้องทำหน้างง ๆ และพูดออกมาว่า 

"ไม่มีอะไรนี่ แม่ไม่ได้พูดอะไร"

"แต่มีเสียงบอกผมว่า แม่มีอะไรจะบอก และเขาบอกว่าแม่ช่วยได้" แฟนเราพูด ในใจตอนนั้นเรางงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก แฟนเราเป็นอะไร แล้วใครบอกอะไร เราสับสน และงงมาก ๆ 

"ผมเห็นหน้าแม่ซ้อนกัน โดยมีอีกหน้าโผล่ขึ้นมาซ้อนแบบจาง ๆ เป็นผู้หญิง มีจุดตรงกลางอยู่ตรงหน้าผากด้วย" หลังจากแฟนเราพูดจบ เราขนลุกสิจ๊ะทีนี้ อะไรกันครับนี่ แฟนเราเป็นอะไร เราไม่เคยเห็นแฟนเป็นแบบนี้ เราหันหน้าไปมองหน้าแม่ของน้องทันที แม่น้องก็มองเรา

แล้วแม่ก็พูดขึ้นมาว่า "ตามแม่มานี่" แม่ลุกขึ้นแล้วเดินนำไปที่ห้อง ที่แฟนเราเห็นคนใส่ชุดแดงเดินผ่านหน้าต่าง

"ใช่คนนี้ไหม" แม่พูดพร้อมกับชี้ไปที่รูปปั้นผู้หญิงใส่ชุดสีแดง มีจุดตรงกลางตรงหน้าผาก เรามารู้ทีหลังจากแม่ของน้อง คือพระแม่อุมาเทวี

"ใช่ครับ" แฟนเราพูด

เฮ้ย! อะไรกันอีกนี่ เกิดอะไรขึ้นกับฉันอีก แล้วแฟนเรารู้ได้ไงว่าแม่ของน้องบูชาพระแม่อุมาเทวี ทั้ง ๆ ที่ห้องนี้ก็กั้นอยู่ และเราก็เข้ามาในบ้านพร้อมกัน ยังไม่มีเดินเข้ามาห้องนี้เลย

เราสามคนเดินกลับมานั่งที่ห้องเดิม ด้วยความงงงวยกันทั้งสามคน

แล้วแฟนเราก็พูดต่อว่า "เขาย้ำกับผมว่า ถ้าแม่ช่วยเอาเงินกลับคืนมาได้ ให้ผมพาแม่ไปวัดเจดีย์ เพื่อไปไหว้ไอ้ไข่"

แม่รีบตอบทันที "แม่ตั้งใจจะไปอยู่แล้ว แม่คุยกับรถไว้แล้ว แม่จะเหมารถเขาไปกับเพื่อน"  เอาแล้วไงทีนี้ นี่มันความบังเอิญหรือผีจับยัดกันแน่

พูดจบแม่ก็เดินเข้าไปในห้องนอน แล้วเดินออกมาพร้อมกับซองเอกสาร และแม่ก็หยิบเอกสารของน้องออกมาให้  และหันไปพูดกับแฟนเราว่า 

"แม่เชื่อแล้วว่ารู้จริง คนที่หนูเห็นใส่ชุดสีแดงเดินผ่านหน้าต่าง ก็อาจจะเป็นท่านที่ปรากฎให้เห็น เพราะมีคนเคยทักหลายคนแล้ว" แม่พูด

"แต่คนที่บอกผม ไม่ใช่เสียงผู้หญิงนะแม่ เป็นเสียงผู้ชาย" แฟนเราพูด

สิ้นเสียงแฟนเราพูด ก็มีเสียงโทรศัพท์จากเครื่องของแม่เข้ามา เห็นชัดได้เลยว่าแม่มีอาการตกใจมาก เราก็ได้แต่งง ๆ แล้วแม่ก็รีบกดรับทันที

"ฮัลโหล ต้นหรอ ทำไมโทรมาได้" แม่พูด

"ผมจะถามแม่ว่าตอนแม่ไปเยี่ยมน้ำอ้อย มันฝากบอกอะไรผมหรือเปล่า" ปลายสายพูด

"เดี๋ยวเอาเรื่องนี้ก่อนต้น มีคนมาหาแม่ แล้วเขาบอกว่าเขาโอนเงินผิด โอนเงินมาเข้าบัญชีน้ำอ้อย ต้นลองเช็คในโทรศัพท์ให้หน่อย ว่ามีเงินเข้าบัญชีน้ำอ้อยไหม ถ้ามีต้องคืนเขานะเพราะแจ้งความไว้หมดแล้ว ถ้าใช้เงินนั้นเขาจะแจ้งจับนะ" แม่พูด

เราได้ยินแบบนั้นยิ่งงงไปใหญ่ อะไรกันอีก แล้วต้นคือใคร แม่คุยกับใครอยู่ ในขณะที่เราสงสัยอยู่นั้น แม่ของน้องก็หันไปบอกแฟนเราว่า 

"ต้น เป็นแฟนเก่าน้ำอ้อยที่เลิกกัน มันไม่โทรมาหาแม่นานมาก ทำไมวันนี้มันโทรมาได้"

"เดี๋ยวผมลองเช็คในโทรศัพท์ก่อนนะ ไม่รู้ว่าน้ำอ้อยมันลบ App ธนาคารไปหรือยัง" เสียงปลายสายพูด

เครื่องหมายคำถาม เกิดขึ้นบนหัวเราเต็มไปหมด อะไร? ยังไง? เกิดอะไรขึ้น? ฉันมาทำอะไรที่นี่? 

"เราจะได้เงินคืน" เสียงแฟนเราแทงเข้ามาในโสตประสาท

จริงหรือนี่ มันเป็นไปได้อย่างไร อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ แล้วแฟนเรารู้ได้ยังไงว่าเราจะได้เงินคืน

"มีคนบอกว่าเขาจะโอนเงินคืนมาให้เรา" แฟนเราพูด

"ฮัลโหล ผมเช็คเงินใน App แล้วนะครับ เงินไม่ถึงแปดหมื่น มันถูกหักค่าธรรมเนียมไปสองร้อยกว่าบาท เพราะบัญชีนี้น้ำอ้อยมันไม่ได้ใช้นานแล้ว เลยไม่มีเงินค้างบัญชี" เสียงจากปลายสายพูด

ถึงตรงนี้เราดีใจสุด ๆ เราจะได้เงินคืนแล้วหรือนี่

"ได้ ๆ ไม่เป็นไร โอนกลับมาเท่าที่มีก็ได้ เพราะธนาคารเขาบอกอยู่ว่ามีหักค่าธรรมเนียมไปด้วย มันจะไม่เต็มแปดหมื่น" เรารีบพูดแทรกด้วยความตื่นเต้นทันที

"ได้ครับเดี๋ยวผมโอนไปให้นะครับ ขอเลขบัญชีหน่อยครับพี่" ปลายสายพูดกลับมา

   เรารีบเลยจ้าให้เลขบัญชีไป แล้วน้องเขาก็โอนกลับคืนมาทันที ความรู้สึกตอนนั้นดีใจมาก นั่งมองเงินในบัญชีด้วยความคิดถึง เปรียบเหมือนเงินออกไปรบมานานหลายแรมปี อยากโผกอดเงินแน่น ๆ แล้วพูดว่าอย่าจากฉันไปไหนอีกนะ

"ขอบคุณมากครับแม่ แล้วแบบนี้แม่จะสะดวกไปวัดเจดีย์กับผมเมื่อไหร่ครับ ผมจะพาไปครับ" แฟนเราพูด

"แม่ยังไม่สะดวกเลย แม่ต้องขายของก่อน เพราะแม่เพิ่งหยุดมา ถ้าหยุดอีกเดี๋ยวเขาจะไม่ให้เช่าแผง" แม่พูด

"ถ้าอย่างนั้นหนูขอให้เงินแม่ เผื่อเป็นสินน้ำใจที่ช่วยหนูนะแม่" เราพูดบ้าง

"แม่ไม่เอาหรอกลูก หนูเก็บไว้เถอะมันเป็นเงินหนู เดี๋ยวค่อยเอามาทำบุญร่วมกันก็ได้" แม่ของน้องพูด

"แล้วอย่างนี้ถ้าแม่ไม่ไปวัดไอ้ไข่ได้ไหม แม่ยังไม่สะดวกเลย" แม่ของน้องหันไปถามแฟนเรา

"ได้ครับแม่ เขาบอกว่าให้ไปวัดหลวงพ่อโสธรก็ได้ครับ ไปทำบุญให้กับน้อง น้องจะได้ออกจากเรือนจำเร็ว ๆ" แฟนเราพูด

"ผมไม่เข้าใจว่าทำไม เขาถึงจะให้ผมพาแม่ไปวัดไอ้ไข่  น้องเคยไปไหว้หรือไปบนไอ้ไข่ที่วัดไหมครับ" แฟนเราหันไปถามแม่ของน้อง

"ใช่แล้ว ก่อนที่น้องจะถูกจับ น้องไปวัดไอ้ไข่มา แต่แม่ก็ไม่รู้ว่าน้องได้ไปบนอะไรไว้หรือเปล่า พอกลับมาถึงบ้านของน้อง น้องก็ถูกจับ" แม่ของน้องพูด

"ถ้าอย่างนั้น ถ้าแม่ไปเยี่ยมน้องอีก ผมฝากแม่ถามน้องหน่อยนะครับ ว่าน้องไปบนอะไรไว้ ผมจะได้แก้ให้ เผื่อจะช่วยให้น้องมีขวัญกำลังใจขึ้นบ้าง" แฟนเราพูด

รูปเรากับแฟนเราตอนไปไหว้ขอพรไอ้ไข่ในครั้งแรก และเช่าบูชาไอ้ไข่หรือตาไข่มาที่บ้าน

     แล้วหลังจากนั้น เรากับแฟนก็ขอบคุณแม่ของน้องกันอยู่สักพัก แล้วก็ขอตัวเดินทางกลับบ้าน และนัดหมายวันที่จะไปทำบุญร่วมกัน 

   ในระหว่างเดินทางกลับ ในใจของเราก็คิดมาตลอดทางว่ามันเกิดอะไรขึ้น แฟนเราได้ยินเสียงใครพูด แฟนเราเห็นใคร และแฟนเราเป็นอะไร เพราะไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เอาไว้เราจะแอบถามแฟนให้ว่าเขาเจออะไร และจะมาเล่าถึงการแก้บนที่บนไว้กับไอ้ไข่ หรือตาไข่ให้ทุกคนได้อ่านกันนะจ๊ะ

ภาพทั้งหมดโดย : ผู้เขียน