“น้าเอ๊าผมเอาของป่ามาฝาก” ผู้เขียนรับถุงหูหิ้วจากหลานชายจึงรู้ว่าของที่เขานำมาให้นั้น เป็นของหากินยากที่ผู้เขียนไม่ได้กินนานจนลืมไปแล้วว่ารสชาติมันเป็นยังไง สิ่งนั้นคือแมงกิซอนหรือบางหมู่บ้านเรียกแมงซอน ส่วนคนภาคกลางเรียกแมลงกระชอนนั่นเอง และนี่เป็นอีกหนึ่งเมนูพื้นบ้าน ที่ไม่คิดว่าจะได้กินเพราะไม่ใช่ของหาง่าย การกลับไปบ้านเกิดที่อุบลราชธานีครั้งนี้ ถือว่าโชคดีเอามาก ๆ เพราะ “อาหารชั้นสูงก็ได้กินอาหารชั้นต่ำก็ได้กิน” อาหารชั้นสูงในที่นี้ไม่ใช่อาหารเหลาหรืออาหารจากภัตตาคารแต่อย่างใด แต่มันคือไข่มดแดงที่อยู่บนต้นไม้ แถมหายากและมีราคาแพงเอาเรื่องในยุคนี้นั่นเอง ส่วนอาหารชั้นต่ำก็คือแมงกิซอน แมลงที่อาศัยอยู่ในดินโคลน ที่หายากพอ ๆ กัน

แมงกิซอน (กระชอน) อาหารพื้นบ้านที่นาน ๆ ได้กินสักครั้ง“แมงกิซอน” เป็นแมลงกินได้อาศัยอยู่ในดินที่มีความชื้น ตามข้างหนองน้ำ ขนาดลำตัวของมันมีความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เมื่อครั้งผู้เขียนเป็นเด็ก จะมีหนองน้ำอยู่ท้ายหมู่บ้าน เมื่อถึงหน้าแล้งน้ำในหนองน้ำจะแห้งลงไป เหลือดินโคลนรอบ ๆ หนองน้ำ นั่นคือที่อาศัยของแมงกิซอน วิธีการหานั้นไม่ยากเพียงเราใช้จอบหรือเสียม ขุดดินให้พรุนขึ้นมาแล้วตักน้ำมาใส่ จากนั้นใช้เท้าย่ำ ๆ ดินให้กลายเป็นโคลน แล้วรอสักพักแมงกิซอนจะโผล่ขึ้นมาเหนือผิวดิน เราต้องรีบจับตัวใส่ภาชนะเช่นถังที่เตรียมไป หากช้าจะบินหรือไม่ก็ไต่ไปที่อื่น เมื่อได้พอสำหรับหนึ่งมื้อ หรือพอแบ่งปันบ้านใกล้เรือนเคียงแล้วจึงหยุดจับ ปล่อยให้ไปขยายพันธุ์ต่อไป ครั้งหน้าค่อยไปหามากินใหม่ การหาแมงกิซอนนิยมหาในหน้าแล้ง ช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ตัวเมียมีไข่เต็มท้อง รสชาติจะมันอร่อย

Advertisement

Advertisement

แมงกิซอน (กระชอน) อาหารพื้นบ้านที่นาน ๆ ได้กินสักครั้งคั่วใส่เกลือใส่ใบเตยหั่นฝอยเพิ่มความหอม

Advertisement

Advertisement

เมื่อได้มาแล้วต้องเอามาขังไว้ให้ขี้ หรือคายดินโคลนออก ก่อนนำไปปรุงอาหาร ส่วนเมนูนั้นจะนำมาคั่วเกลือ ทอด แกงใส่เห็ด หรือแกงใส่หน่อไม้เป็นแกงเปรอะก็เข้าที แต่ที่เมนูที่เอาง่ายเข้าว่าคือนำมาล้างน้ำแล้วคั่วใส่เกลือ โรยใบเตยหั่นสักเล็กน้อยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม กินคู่กับส้มตำหรือน้ำพริก รสชาติจะมัน ๆ ได้รสของแมลง คนที่บ้านของผู้เขียนไม่นิยมนำมาทอด เพราะไม่ชอบน้ำมันที่ติดมากับตัวแมลง

แมงกิซอน (กระชอน) อาหารพื้นบ้านที่นาน ๆ ได้กินสักครั้งปัจจุบันการหาแมงกิซอน มีการพัฒนามาเป็นเปิดไฟแสงสีล่อแล้วเอากะละมังใส่น้ำรอไว้ เมื่อแมลงบินมาเล่นไฟ จะตกลงไปในกะละมังที่เตรียมไว้ วิธีนี้ไม่ต้องไปลงโคลนให้เลอะเทอะ ก็ได้ของอร่อยมากินแล้ว ต่อมามีการพัฒนาอีกขั้นคือการเปิดเสียง ล่อให้แมลงบินตามเสียงมาแล้วตกลงภาชนะที่เตรียมไว้ บางบ้านจับมาขายหารายได้มาจุนเจือครอบครัวได้เลยทีเดียว

Advertisement

Advertisement

แมงกิซอน (กระชอน) อาหารพื้นบ้านที่นาน ๆ ได้กินสักครั้งแต่อย่างที่ผู้เขียนได้เอ่ยไว้ตั้งแต่ข้างต้นว่าเป็นของหายาก เพราะปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป วิธีการจับแมงกิซอนก็ทำกันง่ายขึ้นจึงทำให้มีจำนวนลดน้อยลงตามไปด้วย


::::เรื่องและภาพโดยผู้เขียน:::