"พ่อ! พ่อ! ได้ยินข่อยบ่" เสียงตะโกนเรียกหาพ่อดังก้องไปทั้งป่า "อยู่ทางพี้ พ่ออยู่พี้" เสียงตอบกลับมาว่าอยู่ทางนี้ ทำให้สองพี่น้องรีบจูงมือกันวิ่งไปตามทิศทางของเสียงสองพี่น้องไม่พบพ่ออย่างที่คาดหวังไว้แต่อย่าง มองไปรอบ ๆ กลับพบแต่ป่าหนาทึบกว่าเดิม

ป่า1

ขอบคุณภาพประกอบจากhttps://pixabay.com/ 


เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งยังเรียนชั้นประถม พ่อมักจะพาแก้มหอมและจำปาไปบ้านของเพื่อน สนิทที่อยู่ติดกับภูเขาที่นั่นมีความอุดมสมบูรณ์ และมีของป่าให้เก็บมากินมาขายมากมายหลายชนิด วันนี้เพื่อนของพ่อจะพา พ่อ แก้มหอม และจำปา ขึ้นภูเพื่อเก็บเห็ดป่าเพราะช่วงนี้มีมากจนเก็บกันแทบไม่ทัน พวกเขาเตรียมข้าวห่อและน้ำเปล่าใส่ขวดมาด้วย เพราะกว่าจะกลับก็ตอนเย็นเลยทีเดียว เพื่อนของพ่อผู้ชำนาญป่ามากกว่าเดินนำหน้าขึ้นไปก่อน ต่อมามีแก้มหอมจำปาและผู้ที่เดินรั้งท้ายคือพ่อนั่นเอง เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาป่าจะเป็นที่ราบปรกติ ไม่มีทางลาดชันให้ปีนเหมือนทางขึ้น ในมือของทุกคนมีตะกร้าใบขนาดย่อมกันคนละใบเพื่อใส่เห็ด และมีถุงย่ามที่ใส่ขวดน้ำและใส่ผลไม้ป่า ถ้าเจอจะเก็บใส่ย่ามไม่ต้องใส่รวมกันกับเห็ด เพราะเห็ดจะช้ำเอาได้ ต่างคนต่างก้ม ๆ เงย ๆ หาเห็ดที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มไม้และใต้ใบไม้โดยลืมสนใจคนรอบข้างกันไปเลย

Advertisement

Advertisement

ป่า2

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://pixabay.com/ 

ส่วนแก้มหอมกับจำปามักจะเดินตามกัน เพราะจำปาเป็นเด็กขี้กลัว จึงชอบเดินติดกับแก้มหอมผู้เป็นพี่ไม่เคยห่าง ขณะที่สองพี่น้องมุดป่า มุดพุ่มไม้ไปเรื่อย ๆ ไม่มีใครสังเกตเลยว่าได้ห่างจากพ่อและเพื่อนของพ่อออกไป ทีละนิด ทีละนิด จนมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อตะวันบ่ายคล้อยไปแล้ว สองพี่น้องเงยหน้าขึ้นมาไม่พบใคร จึงคิดว่าควรรีบกลับทางเดิม แต่พอเดินกลับทางเดิมกลับไม่เห็นมีใครอยู่แล้ว สองพี่น้องตะโกนเรียก พ่อ! พ่อ! จนดังก้องไปทั้งป่า เสียงตอบรับของพ่อแว่วมาจากทิศเหนือ จึงพากันรีบวิ่งไปทางต้นเสียง แต่ไม่พบพ่อแต่อย่างใด แถมยังรู้สึกว่าป่านี้รกกว่าเดิม "แก้มหอมกูย่าน" จำปาผู้เป็นน้องพูดพลางจับมือพี่เอาไว้ "ย่านหยังพ่อเฮาอยู่แถวนี้หละจักหน่อยกะพ้อกัน ลาวอาจสิเก็บเห็ดอยู่กะได้" ผู้เป็นพี่รีบพูดปลอบใจน้องทั้ง ๆ ที่ในใจมีแต่ความกลัวเต็มไปหมด แก้มหอมตัดสินใจตะโกนเรียกพ่ออีกครั้ง "พ่อ!พ่อ! เจ้าอยู่ไสได้ยินข่อยบ่" "อยู่ทางพี้ พ่ออยู่พี้" เสียงพ่อตอบมาชัดเจนไม่ผิดแน่ สองพี่น้องรีบวิ่งไปตามทิศทางของเสียงอีกครั้งด้วยความหวังว่าจะเจอพ่อและเพื่อนของพ่อ แต่เปล่าเลยไม่พบใครเลยนอกจากป่าไม้ใหญ่ ที่ปกคลุมจนแทบไม่มีแสงแดดเล็ดลอดเข้ามาได้ คราวนี้ความกลัวมีมากขึ้น จำปาผู้เป็นน้องเริ่มน้ำตาไหล แก้มหอมผู้เป็นพี่ ได้แต่คอยปลอบใจน้องทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะพบพ่อและออกไปจากป่านี้ได้ “อย่าไห้อิหล้าเอื้อยสิพาไปหาพ่อเฮา” ที่บอกน้องออกไปแบบนั้นไม่ใช่ไม่กลัวแต่เพราะความเป็นพี่จึงไม่แสดงอาการกลัวออกมาให้เห็น สองพี่น้องเดินไปทางไหนก็วนกลับมาที่เดิม เดินกันจนเหนื่อยจึงนั่งพักใต้ร่มไม้ ฝ่ายจำปาผู้เป็นน้องร้องไห้จนเพลียและหลับไป แก้มหอมผู้พี่ไม่รู้จะทำยังจึงจะออกจากป่านี้ไปหาผู้เป็นพ่อได้ ไม่มีหนทางใดแล้วนอกจากกราบไหว้เจ้าป่าเจ้าเขา

Advertisement

Advertisement

ป่า3

ขอบคุณภาพประกอบจากhttps://pixabay.com/ 


ฝ่ายผู้เป็นพ่อกว่าจะรู้ตัวว่าลูกหายไปก็บ่ายคล้อย ใกล้ได้เวลาลงจากเขา ทั้งพ่อและเพื่อนของพ่อช่วยกันตามหาตามทางที่คิดว่าสองพี่น้องจะหลงเข้าไป โชคดีที่เพื่อนของพ่อพอมีวิชาความรู้เกี่ยวกับป่าอยู่บ้าง เพื่อนของพ่อเก็บดอกไม้มา 5 คู่แล้วเริ่มว่าคาถา สักพักมีลมพัดใบไม้ปลิวและลอยไปทางทิศเหนือ พ่อและเพื่อนของพ่อรีบเดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ตามสายลมไปเรื่อย ๆ เดินไปจนถึงดงไม้หนาทึบปกคลุมไปด้วยต้นไม้และเถาวัลย์ใหญ่น้อย เดินทะลุเข้าไปในดงไม้จึงพบสองพี่น้องนั่งร้องไห้กอดกันอยู่ตรงนั้น เมื่อสองพี่น้องพบพ่อถึงกับวิ่งถลาเข้าไปกอดด้วยความดีใจ ทั้งหมดจึงรีบออกจากป่าก่อนที่ตะวันจะตกดินและมืดจนมองทางไม่เห็น

หลังจากหลงป่าครั้งนั้นสองพี่น้องไม่กล้าตามพ่อไปในป่าอีกเลย

 

 

 


ขอบคุณภาพปกจากhttps://pixabay.com/  และ ขอบคุณภาพปกจากhttps://pixabay.com/