ถ้าคุณเคยขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดไกล ๆ คุณคงจะรู้ว่าบนถนนบางเส้นทั้งเปลี่ยวและมืดมาก และบางครั้งคุณอาจจะเคยเจอกับสิ่งลี้ลับที่รอคุณอยู่บนถนน นั่นก็คือ ผี

ฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่ใช้เวลาในช่วงวันหยุดขับรถไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัดบ่อย ๆ ซึ่งก็ไปมาทั้งเหนือ อีสาน ตะวันออก และก็ชอบที่จะเริ่มต้นการเดินทางไปเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน เพราะมันเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เหนื่อย ไม่ต้องผจญกับรถติดในกรุงเทพ ครั้งนี้ฉันเลือกที่จะขับรถไปเที่ยวภาคใต้ มันเป็นครั้งแรกของฉันและนก ที่ได้ขับรถเส้นทางนี้ ความจริงเราก็ไปเที่ยวทะเลกันบ่อย เพียงแต่เราจะโดยสารเครื่องบินกันเท่านั้น ครั้งนี้อยากจะขับรถด้วยตัวเอง และอาจจะแวะตามจังหวัดต่าง ๆ ก่อนที่จะถึงภูเก็ต

เราอออกเดินทางในเวลาตี 1 เพื่อที่จะขับรถให้ถึงรีสอร์ทและเช็คอินหลังจากบ่ายโมง ฉันขับรถมาเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ถนนสายหลักไปภาคใต้ ด้วยว่าเป็นเวลาดึกมากรถยนต์บนถนนก็เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ มีเพียงแสงไฟจากรถยนต์ฝั่งที่ขับสวนทางมาบ้าง และแสงไฟจากเสาไฟข้างทางเป็นระยะ ซึ่งบางช่วงก็ไม่มีเสาไฟทำให้ถนนมืดมาก ในเวลาตี 3 เราขับไปเรื่อย ๆ ก็เจอกับร่างของใครบางคนที่เดินอยู่ริมข้างทาง แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะอาจจะเป็นชาวบ้านแถวนี้ จนขับไปอีกหลายกิโลเมตรก็เห็นร่างของใครอีกคนเดินอยู่ริมถนนอีกครั้ง คราวนี้ฉันสังเกตุได้ว่าเขาที่กำลังเดินอยู่ไกล ๆ และหยุดเดินเมื่อรถของฉันวิ่งเข้ามาใกล้ แต่ก็ทำเพียงเท่านั้นรถก็วิ่งผ่านไป ฉันมองผ่านกระจกแต่ไม่เห็นเขาคนนั้น อาจจะเป็นเพราะบนถนนไม่มีเสาไฟส่องสว่าง

Advertisement

Advertisement

“แกเห็นผู้ชายคนนั้นไหม ที่เดินริมถนน ฉันไม่แน่ใจว่าเค้าจะเป็นคนเดียวกับที่เดินอยู่ก่อนหน้านี้ไหม แต่สีเสื้อคล้าย ๆ กันอยู่นะ” นกพูดขึ้นมาหลังจากที่รถวิ่งผ่านเขาไป

Advertisement

Advertisement

“บ้าเหรอแก แถวนี้ก็มีบ้านคนอยู่ตั้งเยอะ คงเป็นชาวบ้านแถวนี้แหละ” ฉันพูดออกไปเพราะคิดว่านกอาจจะคิดไปเอง

แต่เมื่อฉันขับรถมาได้อีกไม่นานนัก ไฟหน้ารถของฉันก็ไปกระทบกับร่างของใครบางคนที่ริมถนนอีกครั้ง คราวนี้คำพูดของนกผุดขึ้นมาในสมองของฉัน นกหันมามองหน้าของฉันทันที เป็นการบอกว่าฉันเห็นเขาอีกแล้วนะ รถของเราวิ่งเข้าไปใกล้เขาทุกที เขาหยุดเดินและหันหน้ามามองรถของเราในขณะที่รถกำลังวิ่งผ่านหน้าของเขาไป ฉันและนกมองไปที่เขา จำได้ว่าเขาคือชายคนเดียวกับที่เราผ่านมาก่อนหน้านี้ เพราะเขาสวมใส่เสื้อสีแดง รถของเราขับผ่านหน้าเขาไปอีกครั้ง แต่ฉันยังคงมองหน้าของเขาไม่ชัดเจน

“แก ตกลงว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า” นกหันมาถามด้วยความตื่นกลัว

“อย่าเพิ่งคิดมากแก เขาอาจจะไม่ใช่คนเดียวกันก็ได้” ฉันก็ได้แต่ข่มความกลัว และทนขับรถต่อไป ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรที่น่ากลัวกว่านี้ไหม

Advertisement

Advertisement

ขับรถต่อมาอีกหน่อย เริ่มมีแสงไฟจากเสาไฟข้างทาง ฉันใจชื้นขึ้นมาทันทีเพราะอย่างน้อยบนถนนก็ไม่ได้มืดมิดซะทีเดียว แต่เรายังไม่เจอกับเพื่อนร่วมทางบนถนนแม้แต่คันเดียวในช่วงนี้ ในที่สุดสายตาของฉันก็เจอเข้ากับร่างของเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขายืนหันหน้ามาหารถของเรา และยืนอยู่กลางถนนเลยค่ะ

“แก ฉันว่ามันไม่ปกติแล้วนะ เขามายืนอยู่กลางถนนแล้ว” นกพูดและดูมีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัด

ฉันยังไม่พูดอะไรออกไป เพียงแต่พยายามควบคุมรถให้ขับผ่านเขาไปให้ได้ สิ่งที่ฉันมั่นใจมากก็คือเขาไม่ใช่คนอย่างแน่นอน เพราะเขาคือผู้ชายคนเดียวกันกับที่เราขับรถผ่านมาหลายครั้ง ฉันตั้งใจขับรถด้วยความเร็วปกติ ไม่เร็วเกินไปแต่ก็ไม่ช้ามาก

โชคดีที่ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่กว้างมาก ฉันจึงสามารถหักพวงมาลัยรถหลบหลีกร่างของเขาไปอีกทางได้ ในจังหวะที่รถของเรากำลังขับผ่านเขาไป มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันจำมันได้ดี เพราะฉันมองไปที่ใบหน้าของเขา ใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเลือดและรอยยิ้มที่น่าสยดสยอง เขามองมาที่รถของเราด้วยสายตาที่ดุดันมาก ฉันยอมรับว่ากลัวแต่ก็พยายามคุมสติและควมคุมรถให้ผ่านไปได้อย่างปลอดภัยที่สุด เราผ่านเขามาได้แล้ว ฉันมองไปที่กระจกมองหลัง ด้วยเพราะบนถนนมีแสงไฟส่องลงมา ฉันเห็นเขาหันมามองรถของเราจากข้างหลัง แต่ทันใดนั้นเขาเริ่มเดินตามรถของเรามา ฉันพยายามขับให้เร็วมากขึ้นหลังจากที่เห็นว่าเขากำลังวิ่งตามมา

“มันตามาแล้วแก ฉันกลัว” นกพูดขึ้นมา

“แก ทำใจดี ๆ ไว้ ฉันกำลังพยายามขับรถให้พ้นจากตรงนี้” ฉันกลัวมาก อยากจะให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปเร็ว ๆ

ฉันขับรถไปเรื่อย ๆ โดยที่นกได้หันกลับไปมองข้างหลังรถตลอดเวลา ไม่มีร่างนั้นวิ่งตามมาแล้ว เราคงจะรอดพ้นจากเหตุการณ์หลอนนี้ได้แล้ว อีกสักพักเราก็เจอปั๊มน้ำมันและเลี้ยวเข้าไปพักตั้งสติก่อน รอจนกว่าจะเช้าและค่อยขับรถต่อไปยังจุดหมายปลายทางของเรา เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ฉันหลอนและไม่สนุกกับการเดินทางไกลในช่วงเวลากลางคืนอีก เพราะฉันอาจจะเจอกับใครบางคนที่ยังคงต้องการจะทักทายกับนักเดินทางกลางคืนบนถนนอยู่