ดาวเรืองเป็นดอกไม้ที่เห็นตามแจกันพระ ตามพวงมาลัยรถ หรือที่เป็นพวงมาลัยที่นำมาห้อยคอ บางก็เห็นตามร้านดอกไม้ แต่คงไม่มีใครมอบดอกดาวเรืองให้กันและกัน เพราะทุกคนส่วนใหญ่แค่ได้ยินชื่อ ก็คงนำไปวัดเพื่อถวายพระ หรือสิ่งศักดิ์ที่ตนเคารพนับถือ


           ดอกดาวเรืองมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Tagetes erecta L. แรกเริ่มเดิมทีนั้นมาจากประเทศเม็กซิโก แถบทวีปอเมริกาใต้ โดยใช้เพื่อบูชาเทพเจ้า ต่อมามีคนนำเข้าไปปลูกในแถบประเทศยุโรป คนส่วนมากจะนำมาบูชาแท่นพระแม่มารี จึงได้มีการเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า Mary’s gold แล้วได้เพี้ยนมาเป็น Marigolds ดอกดาวเรือง1

                                                                                            ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

         ซึ่งต้นกำเนิดที่เข้ามาในประเทศไทยนั้นเกิดจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ทรงนำเมล็ดพันธุ์จากประเทศเนเธอร์แลนด์มาปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2510 ทรงโปรดให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำการทดลองปลูก และขยายพันธุ์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ (รัชกาลที่ 9) เพราะมีสีเหลืองอร่ามที่ตรงกับสีวันคล้ายวันพระราชสมภพ ก็คือ วันจันทร์ ที่เปรียบเสมือนพระจริยวัตรที่เรียบง่าย พอเพียง ทรงบำเพ็ญแต่ความดีงาม พัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าอยู่เสมอซึ่งชื่อของดาวเรืองถือเป็นชื่อที่เป็นสิริมงคล จึงมีนิยมปลูกตามบ้านเรือน 

Advertisement

Advertisement

ดอกดาวเรือง2                                                                                      ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

ดอกดาวเรือง3

                                                                                       ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

            แต่ดอกดาวเรืองนั้นไม่ได้มีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่มีสรรคุณทางยา ซึ่งดอกดาวเรืองสดมีความสามารถในการต้านเชื้อแบคทีเรียซึ่งทำให้แผลหายเร็วขึ้น ซึ่งการใช้รักษาภายนอกนั้นสามารถใช้รักษาแบบภายนอก ส่วนสรรพคุณทางยาที่ต้องดื่มหรือรับประทานนั้น ไม่นิยมกินดอกสดควรตากให้แห้ง ชงเป็นชา หรือนำไปต้มก่อนซึ่งมีสรรพคุณต่างๆดังนี้

  • ดอกใช้รักษาคางทูม ด้วยการใช้ดอกประมาณ 3-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม
  • ช่วยขับและละลายเสมหะ ด้วยการใช้ดอกประมาณ 3-10 กรัมนำมาต้มกับน้ำดื่ม
  • ดอกและทั้งต้นเป็นยาขับลม ทำให้น้ำดีในลำไส้ทำงานได้ดี
  • ดอกมีสรรพคุณทำให้แผลหายเร็ว ด้วยการใช้ดอกนำมาต้มเอาน้ำใช้ชะล้างบริเวณที่เป็นแผล นอกจากนี้ยังพบว่าในดอกมีสารเอทานอลช่วยป้องกันการเกิดรอยแผล และลดริ้วรอยได้
  • ช่วยในการดูแลและฟื้นฟูจอประสาทตา เนื่องจากในดอกดาวเรืองมีสารให้สีนกลุ่มแคโรทีนอยด์ คือ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยดูดซับแสงสีน้ำเงิน จากจอโทรศัทพ์ โน้ตบุ๊ค และโทรทัศน์ ซึ่งส่งผลให่จอประสาทตาเสื่อมได้

Advertisement

Advertisement

ทั้งนี้การนำดอกดาวเรืองมาใช้เป็นยาควรเป็นดอกดาวเรืองที่ปลูกขึ้นเอง ไม่ควรซื้อตามท้องตลาด เพราะนอกจากจะได้สรรพคุณทางยาจริง แต่อาจจะได้สารเคมีทางการเกษตรมาอีกด้วย ส่วนการรับประทานจะนำมาใส่ในอาหาร หรือต้มดื่มเป็นชาก็ได้ แต่ไม่นิยมกินสด แต่ดอกดาวเรื่องนั้นไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคตับและโรคไต เพราะอาจจะส่งผลต่อการขับสารของไต ทำให้ไตทำงานหนัก ในผู้หญิงมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรก็ควรงดรับประทานเพื่อการรักษา สุดท้ายนี้อาหารหรือสมุนไพรถ้ารับประทานหรือใช้อย่างเหมาะสม ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาล แต่หากใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจจะส่งผลให้เสียชีวิตได้ ถ้าไม่รู้จักศึกษาและระวัง


  • ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  1. http://daorueng1110.blogspot.com/2018/05/blog-post.html
  2. https://medthai.com/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/
  3. https://www.posttoday.com/life/healthy/520038
  4. https://www.honestdocs.co/benefits-of-marigold