สวัสดีเพื่อนๆค่ะ เนื่องจากเราได้มีโอกาสไปเชียงใหม่มาในระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 2 วันครึ่ง เรากับเพื่อนจึงเช่ารถมอเตอร์ไซค์มาขับเที่ยวกัน และด้วยความที่เวลาค่อนข้างจำกัดแต่ที่เที่ยวที่อยากไปค่อนข้างเยอะ เราเลยไม่ไปคาเฟ่เลยเพราะกลัวนั่งแช่ถ่ายรูปมากๆ 55 แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ไปเยอะหรอกค่ะ เพราะตื่นสายซึ่งเสียดายมากๆ เเละนี่ก็เป็นครั้งที่สองด้วยที่เพื่อนเราขับมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขา...อยากบอกว่ามีเรื่องให้เสียวไส้ด้วยแหละ ขอแนะนำว่า ถ้าเพื่อนคนไหนยังไม่ชำนาญแนะนำว่าให้เช่ารถแดงขึ้นเขาจะดีกว่านะ 

วันแรก วันพฤหัสบดี 31/10

ขาไปเราไปเชียงใหม่จากเชียงราย ด้วยรถบัสเขียว  x-class ในราคา 180 บาท 

*สอบถามการจองได้ทั้งทางโทรศัพท์ หรือเว็ปไซค์ แนะนำเป็นทางโทรศัพท์จะสะดวกกว่าค่ะ ดูตารางเวลารถและราคาได้ที่นี่  http://www.greenbusthailand.com/website/

ใช้เวลาการเดินทางประมาณสามชั่วโมงครึ่งก็ถึงเชียงใหม่แล้วเราถึงเชียงใหม่ในเวลาประมาณบ่ายสองกว่าๆ เพราะออกเดินทางช่วงสาย ถึงท่าบขส.ก็ทำการถามราคารถแถวนั้นแต่ราคาค่อนข้างสูงไปนิด จึงเรียกแกร๊ปไปส่งที่พักค่ะ 

ที่พัก : เราเลือกที่ๆใกล้สนามบินเพราะมีไฟท์บินกลับกรุงเทพฯเช้า จึงมาลงเอยที่ดวงเดือนเพลส https://www.facebook.com/duangdrenplace/ ที่นี่จะเป็นทั้งอพาทเม้นท์และโรงแรมรวมกันค่ะ ที่พักดี สะอาด พนักงานต้อนรับดีมากเเละเราคิดว่าน่าจะเป็นเจ้าของด้วย ด้านหน้าที่พักอาจจะดูน่ากลัวนิดๆแต่รับรองเลยว่าข้างในห้องดีมากๆเพราะเค้าพึ่งรีโนเวทใหม่ค่ะ และฟรีอาหารเช้าด้วย ซึ่งจะเป็นข้าวต้มไก่ ขนมปัง และกาแฟ รูปภาพในแอปจองโรงแรมกับของจริงเหมือนค่ะ แต่ของจริงแคปกว่านิดนึงแค่นั้นเลย บริเวณรอบๆใกล้เซเว่นและเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เดินไปได้เลยค่ะ 

ราคา 3 คืน ตกที่ 1700 บาท หารสอง คนล่ะ 850 บาท ค่ามัดจำกุญแจ 300 บาท ถือว่าคุ้มค่ะ

เมื่อถึงที่พักพวกเราก็นั่งพักเหนื่อยนิดหน่อยและเดินไปหาข้าวกินที่ห้างกันรวมถึงตัดสินใจเช่ารถมอเตอร์ไซค์ภายในวันนั้นเลยแม้ว่าจะเย็นแล้ว เพราะพวกเราอยากไปข้างนอกมากๆ 

เช่ารถ : เราเช่ากับเพื่อนเป็นเวลา 3 วัน ค่ามัดจำ 2000 บาท เช่าวันล่ะ 200 บาท รวมเป็น 2600 บาทส่วนน้ำมันเติมกันวันล่ะ 70 บาทเป็น 140 บาท ซึ่งที่เช่ารถในเชียงใหม่มีเยอะมาก แต่เรากับเพื่อนเช่าที่ใกล้ๆกับที่พักค่ะ 

ด้วยความว่าเราไปในวันฮาโลวีนเลยอยากไปดูกิจกรรมในเชียงใหม่แต่ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย 55 เลยไปแบบมั่วๆ

Day 1 Thursday 31/10

1.One Nimman 

ที่นี่มีกิจกรรมกลางแจ้งพอดี มีเพ้นลายที่หน้า กับคอสเพลย์ให้ถ่ายรูปได้ฝรั่งมาเยอะมากๆ บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศสุดๆ

วันนิมมาน เราเดินเล่นถ่ายรูปกันอยู่สักพักเราสามารถข้ามถนนไป

2. Think park 

มุมถ่ายรูปน่ารักๆมีให้เห็นเยอะ เดินเล่นชิวๆได้ มีร้านอาหารเยอะ เราชอบบรรยากาศตรงนี้มากกว่า วันนิมมานนิดนึงแหละ และถ้าจะเดินตลาดให้สุดเราก็แวะอีกที่นึงคือ

3. เพลินฤดีไนท์มาร์เก็ต 

ที่นี่มีร้านอาหารค่อนข้างเยอะแต่จะเน้นๆคือพวกบาร์เล็กๆ มีหลายร้านมาก ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งมากินเบียร์ นั่งชิลกัน พวกอาหารปิ้งย่างก็เยอะ ราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่ กระซิบนิดนึงว่าเหล้าปั่นใช้ได้อยู่นะ



Day 2 Friday 1/11

เราออกจากที่พักกันสิบโมงเช้า เราตั้งใจกันว่าจะนอนให้เต็มอิ่ม เที่ยวเท่าที่จะทำได้ ซึ่งวันนี้เราตั้งใจจะไปเล่นโคสเตอร์ที่โป่งแยงจังเกิ้ล โคสเตอร์&ซิปไลน์ โดยเฉพาะเพราะเราคิดว่าไปวันธรรมดาคนจะน้อยกว่าวันเสาร์-อาทิตย์ และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเราก็ศึกษาที่ท่องเที่ยวในเส้นที่เราผ่านด้วยและเราก็ได้ที่ถ่ายรูปพร้อมกับศึกษาธรรมชาติอย่าง

1.สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แม่ริม

ค่าเข้าคนละ 40 บาท + มอเตอร์ไซค์ 30 บาท ขี่เข้าไปเที่ยวเองได้เลย มีแผนที่เที่ยวในสวนพร้อม

ที่นี่สวยมาก กว้างมากๆๆ ค่าเข้าคือคุ้มสุด ได้รูปเป็นล้านถ่ายได้ทุกมุม ตอนขี่ข้างในสวนคือเย็นสบายมาก ชอบมากๆ เเละเพราะว่ามันใหญ่มากพวกเราจึงตัดสินใจไปแค่เฉพาะจุดที่เค้าแนะนำซึ่งมีสามจุด แต่เรานำเสนอสองที่นี่คือ

canopy walkway ทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ ค่าเข้าชมของเราไม่ต้องเสียแล้วเพราะจ่ายมาตั้งแต่หน้าประตูใหญ่ ทางเดินยาวมากเหมาะที่จะมาเดินช่วงหน้าหนาวมีมุมถ่ายรูปแยกโดยพื้นข้างล่างจะเป็นกระจกให้เสียวนิดๆ แนะนำให้รีบมาก่อนเที่ยงจะได้รูปมุมดีๆไปเยอะเลยล่ะ

 

canopy walkway

และอีกที่ยอดฮิตของสวนนี้คือกลุ่มอาคารเรือนกระจกที่มีต้นกระบองเพชรขนาดยักษ์อยู่ข้างในและมีหลายสายพันธุ์ให้ชมค่ะ จะบอกว่ามีคนมาถ่ายรูปเยอะมากๆ ถ่ายลงไอจีรับรองสวยแน่นอน 

กระบองเพชร พวกเราเดินเล่นกันสักพักและหาอะไรทานที่สวน ราคาไม่แพงเลย กินส้มตำ ยำ และไก่ย่างไป แนะนำไก่ย่างเลยอร่อยมากๆ หมดไปด้วยรา 180 บาทแต่อิ่มไปอีกยาว เมื่อท้องอิ่มเราก็เริ่มเดินทางกันต่อค่ะ ไปเล่นจังเกิ้ลโคสเตอร์กัน 

2. โป่งแยง ซิปไลน์ แอนด์ จังเกิ้ล โคสเตอร์

ขี่มอเตอร์ไซค์ไปอีกไม่ไกลมากทางไปม่อนแจ่มเลยค่ะ ก่อนถึงม่อนแจ่ม 3 กิโลเมตรก็จะเจอเลย ป้ายใหญ่มากกก จะมีที่จอดสองที่นะคะถ้ารถใหญ่ให้จอดที่แรกที่เค้าเขียนป้ายไว้เลย ส่วนมอเตอร์ไซค์แนะนำให้ขึ้นไปจอดอีกชั้นนึงนะคะ จะสะดวกกว่าทางตรงนี้แหละค่ะที่ทำให้รถเราเกือบล้ม เพราะทางมันโค้งขึ้นเขาพอดีแล้วเพื่อนเราขี่เลยทางเข้าลืมเลี้ยวเข้าไปแล้วรถกระบะขับจี้ตามมาด้วย ใจนี่ไปถึงตาตุ่มเสียวมากๆ ยังโชคดีที่รถขับช้าๆตามมาเลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น อยากจะขอเตือนเพื่อนๆให้ขี่รถดูทางดีๆนะคะ 

จังเกิ้ลโคสเตอร์ ราคา 150 บาท เล่นได้ 1 รอบ รอบนึงนั่งได้ 2 คน สนุกมากๆ แต่เสียดายสั้นไปนิด เล่นเสร็จมีคาเฟ่น่ารักๆใกล้น้ำตกด้านล่าง

ราคาเครื่องดื่ม 70+ 

 

3. ม่อนแจ่ม

พวกเรานั่งกันสักพักตัดสินใจไปม่อนแจ่มเพราะอีกแค่ 3 กิโลเท่านั้นวัดใจกันไปเลยจ้า ซึ่งทางก็ไม่ได้โหดมากนะสำหรับพวกเราแต่ก็ไปด้วยความระมัดระวังที่สุด บอกเลยว่าวิวสวยมาก เรามาช่วงพระอาทิตย์ตกพอดีเลย คุ้มมากๆที่มา

ม่อนแจ่ม วิวดีมากๆๆ 

วิวม่อนแจ่ม ตบท้ายด้วย

4. กาดหน้ามอ

เดินช็อปปิ้งเสื้อผ้าราคาถูก รวมถึงอาหารราคาดีๆด้วย ส่วนใหญ่เด็กมช.จะมาเดินเยอะเป็นอาหารตาได้ค่ะ แนะนำผัดไทอร่อยมาก ราคาย่อมเยาว์ด้วย 40 บาทเท่านั้น 





Day 3  Saturday 2/11 

วันนี้จะเป็นสายบุญโดยเฉพาะ ไหว้พระเต็มยาวๆเลยค่ะ 

1.วัดพระธาตุดอยสุเทพ

แน่นอนไม่มีใครไม่รู้จัก มาทั้งที่ก็ต้องแวะไปไหว้ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง! แน่นอนว่าเรามาวัดนี้ก็เล็งเที่ยวเส้นนี้ไปเลยค่ะ 

ไหว้พระขอพรกันแล้วมุ่งหน้าไปเที่ยวที่หมู่บ้านชาวเขากัน

พระธาตุ

 

2.หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งดอยปุย

เส้นทางนี้มีที่เที่ยวเยอะนะคะ บางคนอาจจะจอดรถตรงวัดพระธาตุแล้วนั่งรถแดงขึ้นไปเที่ยวได้ค่ะ มีเยอะมากๆหน้าวัด ถ้ายังไม่ชำนาญทางแนะนำรถแดงเพราะทางสำหรับเราก็ค่อนข้างโหดอยู่ค่ะ คิดว่าถ้าเป็นรถใหญ่ก็ไม่กล้าขับเท่าไหร่ ทางแคบรถเวลาโค้งนี่ต้องบีบแตรส่งสัญญาณตลอด

ดอยปุยช่วงเราไปดอกไม้ยังไม่ค่อยบาน เสียดายมากเลย TT ถ้าอยากชมหมู่บ้านข้างในที่มีดอกไม้เสียค่าบำรุง 10 บาทนะคะแล้วเดินเข้ามาเลย ลักษณะเดินเล่นในหมู่บ้านนี้จะเป็นวงกลม ถ้าถูกใจสินค้าร้านไหนแนะนำให้ซื้อเลยค่ะ เพราะจะไม่เดินผ่านเส้นทางเดิม ส่วนใหญ่ที่ขายจะเป็นพวกชุดชาวเขา กระเป๋า เครื่องประดับทั่วไป เราแวะกินข้าวกันที่นี่ ราคาไม่ได้แพงเกินไปด้วยนะ รสชาติดีมากเลย

กลับเข้าเมืองไปไหว้พระกันค่ะ

3. วัดโลกโมฬี

วัดนี้เราขี่รถผ่านตั้งแต่วันแรกๆแล้วรู้สึกอยากเข้ามากเลยจัดค่ะ วัดสวยมาก ฝรั่งเข้าไปถ่ายรูปเยอะเลย วัดนี้มีโคมให้เราเขียนชื่อ วันเกิด ปีเกิดลงไป แล้วเอาไปแขวนบนเชือกจะได้เป็นแบบในรูปค่ะ 39 บาท แต่เราหยอดไปเลย 40 เป็นวัดเก่าแก่ที่สวยมากๆเราชอบมาก 

วัดโลกโมฬี ถัดจากวัดนี้เราตั้งใจไปอีกวัดนึงคือ

4. วัดเกต

วัดนี้เป็นวัดของคนเกิดปีจอค่ะ เราเลยตั้งใจไปไหว้โดยเฉพาะไหนๆก็มาถึงแล้ว ที่นี่วิธีไหว้ก็ไปเอาถาดดอกไม้และเทียน จากนั้นก็เอารูปปั้นปีนักษัตรของเราใส่ถาดด้วย แล้วแต่เลยกี่ตัว เราไหว้คนเดียวก็ตัวเดียวเนาะ ดูเหงาๆ ฮ่าๆ 

 

วัด

จากนั้นเราก็เดินเล่นแถวหลังวัดเกตค่ะ มีร้านชิคๆอยู่เยอะแต่เรารู้สึกเดินค่อนข้างลำบากเนื่องด้วยถนนที่ไม่เอื้ออำนวยเลย เศร้ามาก TT เดินเล่นสักพักเพื่อนก็บอกว่ามาถึงยังไม่ได้ไปประตูท่าแพเลย 555 เราเลยไปแวะถ่ายรูปที่ประตูท่าแพค่ะ

5. ประตูท่าแพ

ที่นี่ไม่มีอะไรมากมาถ่ายรูปล้วนๆ เสียดายที่ไม่ได้อยู่ถึงวันอาทิตย์ เลยไม่ได้เดินตลาดแต่เราไม่พลาดค่ะไปเดินถนนวัวลายแทน

6.ถนนคนเดินวัวลาย

ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนคนเดิน แน่นอนว่าก็มีของขายแฮนเมด เก๋ๆ เสื้อผ้า หรืออาหารที่หลากหลายค่ะ แต่ที่เราแนะนำสำหรับสายบุญอีกอย่างคือให้เพื่อนๆเดินตรงไปเรื่อยๆในซอยแล้วเข้าไปไหว้พระกัน

7.วัดศรีสุพรรณ 

อยู่ในถนนวัวลายนี่เลยค่ะ แนะนำให้มาวันเสาร์ที่มาเดินถนนคนเดินนี่แหละ เพราะเราจะได้ทำกิจกรรมที่วัดซึ่งเค้าจัดกันทุกวันเสาร์ตอนเย็นๆเลย เราเข้าไปที่สัดประมาณ 2 ทุ่มเค้าจะมีให้สวดมนต์จุดเทียนต่อชะตาวันเกิด เราไปแบบไม่รู้อะไรเลย บังเอิญมากๆ เราอยู่สวดมนต์จนถึงเวียนเทียน รับพรประมาณชั่วโมงกว่าๆ ได้รับสายสิญจน์ และพระมา 1 องค์ค่ะ เป็นความบังเอิญที่รู้สึกอิ่มบุญมากๆ 

วัดศรีสุพรรณ

  ช่วงนี้คือรอใส่บาตรหลังจากเวียนเทียนจบค่ะ ทางวัดจะปิดไฟจนหมดให้เหลือแต่แสงเทียนเท่านั้น

ไหว้พระจบทริปไปด้วยความอิ่มบุญค่ะ


รวมค่าใช้จ่าย 

เช่ารถ3วัน 600/2 = 300 + ค่าน้ำมัน 70 = 370

ที่พัก 1700/2 = 850

เข้าสวน 110/2 = 55

เครื่องเล่น 150 

เข้าชมดอยปุย 10

อาหาร เครื่องดื่ม 467 

จิปาถะ 415 

รวม 2,317 บาท 

เพื่อนๆสามารถไปเที่ยวแบบประหยัดเหมือนเราได้นะคะ คุ้มมาก เชียงใหม่มีที่เที่ยวเยอะและสวยมากค่ะ *ทริคแบบประหยัดของเราคือไม่เข้าคาเฟ่เลย 555 จบรีวิวแพลนเล็กๆของเราแล้วนะคะ ไว้ไปที่ไหนอีกจะมารีวิวใหม่ค่า