หากพูดถึงจังหวัดสุโขทัย หลายคนคงนึกถึงเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย หรืออาจนึกถึงก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยก็เป็นได้ แต่คุณคงไม่รู้ว่าจังหวัดนี้มีอีกหนึ่งอำเภอเล็กๆ ที่มีความสำคัญและแฝงไปด้วยมนตร์เสน่ห์น่าหลงใหล ชวนคุณมาสโลว์ไลฟ์ให้หลงรัก

ก่อนที่จะไปเดินเที่ยวแบบชิลล์ๆ กันนั้น เราไปรู้ประวัติคร่าวๆ ของอำเภอนี้กันก่อน  ในสมัยสุโขทัย เมืองสวรรคโลกมีฐานะเป็นเพียงเมืองลูกหลวงที่มีชื่อว่า “เมืองศรีสัชนาลัย”  ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองเชียงชื่น” ในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา  และสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงตีเมืองเชียงชื่นคืนมาจากล้านนา แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองสวรรคโลก” และใช้ชื่อนี้มาจนปัจจุบัน

01

02

03

04

ฉึกกะฉักๆ ปู๊นๆ ที่สถานีรถไฟสวรรคโลก

มาสวรรคโลกแล้ว ถ้าไม่ได้มาสถานีรถไฟสวรรคโลกก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะสถานีรถไฟแห่งนี้เป็นสิ่งบ่งบอกได้อย่างชัดเจนถึงความเจริญของสวรรคโลกในอดีต และปัจจุบันยังมีความอินดี้สูงมากอีกด้วย วันหนึ่งจะมีรถไฟมาแค่ขบวนเดียว  ใครตั้งใจมาดูขบวนรถไฟสุดอินดี้นี้ก็มาดูได้ในเวลา 18.00 น.

หรือหากใครไม่อยากรอเซลฟี่คู่กับรถไฟ ก็สามารถมาถ่ายรูปกับตัวอาคารซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ด้วยเรือนไม้สองชั้นสุดคลาสสิกอายุกว่า 100 ปีได้  ข้างๆ สถานีมีร้านกาแฟโบราณให้คุณแวะจิบชากาแฟกันแบบฟินๆ อีกด้วย

05

06

07

ถ่ายรูปชิกๆ ที่สตรีตอาร์ตสวรรคโลก

ไม่รอช้า เดินข้ามถนนมาตามซอยพิศาลสุนทรกิจ (กลางเมือง) ย่านการค้าเก่าสวรรคโลก ก็จะพบกับแผนที่สตรีตอาร์ตของสวรรคโลกทั้งหกจุด

สตรีตอาร์ตนี้ได้รับความร่วมมือจากศิลปินหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Hello I am JK ประเทศไทย, Kenji ประเทศมาเลเซีย, Peap Tarr และ Lisa Mam ประเทศกัมพูชา หรือ Ceno2 ประเทศสิงคโปร์ เข้าร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนผนังตึกเก่าย่านชุมชนชาวจีนใจกลางเมืองสวรรคโลก ภายใต้โครงการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่มุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยนำเสนอผ่านวัฒนธรรมสมัยนิยม (pop culture)

ผลงานทุกชิ้นเชื่อมโยงถึงเรื่องอาหาร แฟชั่น ดนตรี กีฬา วรรณกรรม กิจกรรม และไลฟ์สไตล์ต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความสนุกสนานที่ผสมผสานไปกับวัฒนธรรมร่วมสมัย  ในเมื่อมีแผนที่อยู่ในมือแล้วก็ไปถ่ายรูปชิกๆ อวดลงโซเชียลกันเลย!

08

09

10

11

สวมรอยเป็นสิบเวรที่โรงพักเรือนสวรรคโลก

เดินต่อไปอีกแค่ชั่วอึดใจหนึ่งก็จะพบกับโรงพักสวรรคโลกซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  คุณไม่ต้องตกใจว่าจะไปขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะที่นี่เป็นเพียงโรงพักเก่าเท่านั้น

โรงพักเรือนปั้นหยาแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาวสวรรคโลก ด้วยตัวอาคารเป็นเรือนไทยทรงปั้นหยาที่มีมุขกลางหนึ่งห้อง เสาด้านล่างเป็นคอนกรีต ส่วนเสาด้านบนเป็นไม้แดงที่มีความทนทาน ฝาผนังเป็นไม้สัก พื้นเป็นไม้ตะแบก และมุงหลังคาด้วยกระเบื้องซีเมนต์ เป็นสถาปัตยกรรมที่หาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน

ใครที่ยังไม่เคยติดคุก ก็ต้องมาลองติดคุกที่โรงพักเก่าแก่นี้ หรือใครอยากสวมรอยเป็นสิบเวรที่รอคนมาแจ้งความ ก็นั่งเก้าอี้สิบเวรพร้อมลงบันทึกประจำวันได้เลย

ถึงแม้การท่องเที่ยวจะเข้ามาในชุมชน แต่ชาวบ้านก็ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเดิม ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่หมุนไปตามกระแสนิยม เคยใช้ชีวิตอย่างไรก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดาอย่างนั้น แถมยังยิ้มแย้มต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้ามาเยือนด้วย เรียกว่าเป็นเมืองแห่งวิถีสโลว์ไลฟ์ที่ผู้คนมีอัธยาศัยไมตรีอย่างแท้จริง