เพื่อน ๆ เคยกินขนมจีนน้ำเงี้ยวกันรึเปล่าคะ? ขนมจีนน้ำเงี้ยวเป็นเมนูขึ้นชื่อประจำจังหวัดเชียงรายเลยก็ว่าได้ น้ำเงี้ยวมีการดัดแปลงมาจากน้ำพริกอ่อง แต่ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ การใส่วัตถุดิบที่เรียกว่า "งิ้ว" ลงไปด้วย มักจะใช้รับประทานกับขนมจีนหรือเส้นก๋วยเตี๋ยว

                    จริงอยู่ที่ว่าร้านขนมจีนน้ำเงี้ยวหาได้ง่ายมาก และมีแทบจะทุกที่ในประเทศไทยแล้ว แต่มีไม่กี่ร้านหรอกค่ะ ที่จะทำให้เราได้กิน "งิ้ว" จริง ๆ

**งิ้วแห้งที่เค้าขายกันแพงมาก กิโลกรัมละหลายร้อยนี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ร้านค้าไม่ค่อยใส่งิ้ว**

                    หลายคนรู้จักงิ้วว่าเป็นต้นที่อยู่ในนรก มีหนามเอาไว้ให้คนทำบาปได้ปีน ก็อาจจะถูกค่ะ แต่งิ้วบนดินก็มีนะคะ และรสชาติของงิ้วที่อยู่ในขนมจีนน้ำเงี้ยวก็อร่อยมากเลยด้วย วันนี้เราจะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่า กว่างิ้วบนต้นงิ้วจะกลายเป็นงิ้วในขนมจีนน้ำเงี้ยวเนี่ย ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ?


                    ก่อนอื่นขอบอกก่อนนะคะว่าที่บ้านเราเนี่ยเก็บงิ้วเป็นประจำทุกปี หลายคนพอบอกว่าเราเก็บดอกงิ้ว ก็จะจินตนาการไปไกลว่าเราปีนขึ้นไปเก็บยังไง เราไม่ได้ปีนขึ้นไปเก็บงิ้วนะคะ เพราะเราไม่ได้ทำบาปอะไร (หยอก ๆ) งิ้วเนี่ยจะออกช่วงมกรา-กุมภา ทุกเช้าก็จะมีบางสิ่งมาช่วยทำให้เราเก็บดอกงิ้วง่ายขึ้นค่ะ นั่นก็คือนก ? ใช่แล้วค่ะ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ นกจริง ๆ คือพวกนกมันคงออกมาหาอะไรกินกัน แล้วมันก็ไปจิกหรือไปเกี่ยวดอกงิ้ว ทำให้ดอกงิ้วร่วงลงมา ปกติเราจะเก็บวันละ 2 เวลาคือ ตอนเช้า (ประมาณ 7 โมง หรือ 9 โมง) กับตอนเย็น (ช่วง 4 โมง และ 6 โมง) คือต้นงิ้วที่เราไปเก็บเนี่ยอยู่ใกล้บ้านมาก ๆ เราก็เลยจะรู้ว่าช่วงไหนที่นกมาที่ต้นงิ้ว

                    เพื่อน ๆ อย่าคิดจะไปเก็บงิ้วตอนที่นกยังอยู่เต็มต้นนะคะ เพราะคุณอาจจะได้เจอนรกของจริง แบบว่าอะไรบางอย่างร่วงมาจากฟ้า กระทบหัวคุณ ลำพังดอกงิ้วตกใส่หัวไม่เจ็บมากหรอกค่ะ แต่งิ้วที่ยังไม่บานนี่แหละค่ะตัวดีเลย เราก็โดนไปหลายทีเหมือนกัน 555

                    นี่คือดอกงิ้วที่เราไปเก็บมา กลีบดอกจะเป็นสีแดง เมื่อเราเก็บมาแล้วก็จะเด็ดกลีบดอกทิ้ง และรูดเอาปลายเกสรออก (ใช่แล้วค่ะ! เราก็เพิ่งรู้ตอนที่ได้เก็บงิ้วด้วยตัวเองนี่แหละว่าส่วนที่เรากินกันคือเกสรของมัน) จากนั้นเราก็จะนำงิ้วที่เอายอดเกสรออกหมดแล้วไปตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามกลุ่มเกสร (คือตรงโคนเกสรมันจะแบ่งแยกเกสรชัดเจน ก็ตัดตามนั้นเลยค่ะ) แล้วนำไปตากแดด ตากจนแห้งจริง ๆ (ประมาณ 5-7 วัน แล้วแต่สภาพแดด) ที่ต้องตากให้แห้งเพราะจะได้ไม่มีเชื้อราขึ้นและทำให้สามารถเก็บงิ้วไว้ได้นาน ๆ เอาไว้ทำกินได้ตลอดปี

                    การเก็บงิ้วต้องเก็บให้มิดชิด ให้สัมผัสอากาศน้อยที่สุด เหมือนกับการเก็บอาหารแห้งนั่นแหละค่ะ เวลาเราจะนำงิ้วมาประกอบอาหาร เราก็ต้องเอาออกมาแช่น้ำก่อนประมาณ 20-40 นาที เพื่อไม่ให้งิ้วแข็งเกินไป และนี่ก็คือขั้นตอนกว่างิ้วจากต้นจะกลายมาเป็นงิ้วในขนมจีนน้ำเงี้ยวที่เรากินกัน ต้องผ่านทั้งลม ทั้งแดด ไหนจะอุปสรรคจากนกอีก แต่ก็คุ้มค่ากับรสชาติจริง ๆ นอกจากงิ้วจะมีรสชาติที่อร่อยแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก โดยมีธาตุแคลเซียมสูงถึง 429 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งสูงกว่านมที่มีแคลเซียมอยู่ประมาณ 123 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม

                   เราได้รู้แล้วว่ากว่าจะได้กินงิ้วในขนมจีนน้ำเงี้ยวมันยากแค่ไหน ครั้งหน้า หากคุณได้กินขนมจีนน้ำเงี้ยวที่มีงิ้วจริง ๆ ก็อย่ารีบกินนะคะ ค่อย ๆ ลิ้มรสชาติของเกสรดอกงิ้วก่อน แล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วยว่าครั้งหนึ่งฉันได้กินขนมจีนน้ำเงี้ยวของจริง ?


[ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก https://medthai.com/%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A7/]