ที่บึงหล่ม หมู่ที่ 3 ต.นาอิน อ.พิชัย  นายธนากร   อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์ ประธานเปิด “โครงการขุดลอกบึงหล่ม แก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งต่อเนื่องอย่างยั่งยืน” ได้ระดมเครื่องจักรหนักทุกชนิดจากทุกส่วนราชการ เพื่อดำเนินการขุดลอกบึงหล่ม ก่อเกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่เก็บกักน้ำได้มากถึง 162,000  ลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณไม่เกิน 2.5 ล้านบาท จากงบว่าจ้างผู้รับเหมากว่า 9 ล้านบาท

Advertisement

Advertisement

alt="https://kdcdn.co/wp-content/uploads/DSC_0061-2.jpg" />

Advertisement

Advertisement

alt="https://kdcdn.co/wp-content/uploads/DSC_0108-5.jpg" />

Advertisement

Advertisement

alt="https://kdcdn.co/wp-content/uploads/DSC_0118-2.jpg" /> นายธนากร กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งวิกฤติและรุนแรงรอบ 5 ปี จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้งแล้ว  5 อำเภอ 11 ตำบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 6300 ครัวเรือน ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรปศุสัตว์ จากปัญหาส่วนมากไม่มีแหล่งน้ำทางธรรมชาติ และไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง และใช้งบประมาณครอบคลุมทุกพื้นที่ 9 อำเภอ จึงลงนามความร่วมมือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และมีกำลังคน เครื่องจักร ทั้ง ชลประทานจังหวัดอุตรดิตถ์,อบจ.อุตรดิตถ์ ,หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 34  ปภ.จ.อุตรดิตถ์ ,สนง.โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด  ดำเนินการขุดลอก จัดหาแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ภายใต้ “โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งต่อเนื่องอย่างยั่งยืน” จังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยงบประมาณ 33,965,000 บาท https://kdcdn.co/wp-content/uploads/DSC_0167-4.jpg https://kdcdn.co/wp-content/uploads/DSC_0184-4.jpg https://kdcdn.co/wp-content/uploads/DSC_0151-4.jpg นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอพิชัย กล่าวว่า  ต.นาอิน อ.พิชัย 1 ในพื้นที่แล้งซ้ำซาก จากการสำรวจพบว่า บึงหล่ม ต.นาอิน มีพื้นที่ประมาณ 2,700 ไร่ หากจัดสรรพื้นที่ มีการขุดลอกให้สามารถรองรับน้ำจากภูเขาช่วงฤดูน้ำหลาก จะกลายเป็นแหล่งเก็บกักน้ำใช้ช่วงหน้าแล้ง และแก้ไขปัญหาอุทกภัยช่วงฤดูฝน  จึงกลายเป็นต้นแบบของโครงการฯ พร้อม Kickoff ระดมเครื่องจักรส่วนราชการต่างๆ ขุดบึงหล่มความยาว 700 เมตร ความกว้าง 60 เมตร ความลึกที่ 3 เมตร สามารถ รับน้ำจากภูเขาในช่วงฤดูน้ำหลาก ได้ 162,000  ลูกบาศก์เมตร ด้วยงบค่าน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ทำให้ประหยัดงบและยังมีงบเหลือในการกระจายเนื้องานไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้อีก และประชาชน ต.นาอินมีแหล่งน้ำใช้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตามด้วยงบประมาณ 33 ล้านบาท จะแก้ไขปัญหาภัยแล้งแบบยั่งยืนในรูปแบบเดียวกันนี้ ครอบคลุมทุกพื้นที่แล้ง ครบ 9 อำเภอ นับเป็นโครงการฯเน้นบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก