นั่งรถรางชั่วโมงเดียว เที่ยวเมืองเก่าน่าน

แม้เวียงเก่าเมืองน่าน จะมีอาณาเขตไม่ใหญ่โต  แต่จะให้เที่ยวให้จบครบทุกที่ก็คงจะยาก  ยิ่งใครที่เพิ่งเคยมาถ้ามัวแต่เสียเวลาขับรถ คงไปได้ไม่กี่แห่ง  เทศบาลเมืองน่านจึงเอาใจนักท่องเที่ยวที่สนใจแอ่วเวียงน่าน ด้วยการจัดบริการรถรางวิ่งรอบเมืองเก่า พร้อมมัคคุเทศก์อธิบายไปตามเส้นทาง

A

บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

รถรางหลากหลายแบบที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยว

สำหรับคนที่ต้องการนั่งรถรางชมเมืองแบบเบื้องต้น  ไปซื้อตั๋วได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตรงข้ามกับวัดภูมินทร์   เจ้าหน้าที่จะประกาศว่า รถรางคันไหนจะให้บริการ  พร้อมแล้วก็กระโดดขึ้นรถมาได้เลย

 

C

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

สารถีประจำรถจะเริ่มวิ่งออกไปยังสี่แยกข่วงเมือง ที่ด้านขวาเป็นวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร  วัดหลวงกลางเวียงอีกแห่งที่มีเจดีย์สีทองอร่าม มีฐานเป็นช้างล้อมค้ำไว้  ในวิหารประดิษฐานพระเจ้าหลวง  พระประธานที่มีพุทธลักษณะงดงาม ผสมผสานเอกลักษณ์ช่างเมืองน่านกับช่างสุโขทัยไว้ด้วยกัน

Advertisement

Advertisement

B

ตรงข้ามกันจะเป็นที่ตั้งของ คุ้มเจ้าหลวงเมืองน่าน  มีแนวต้นลั่นทมที่ผู้คนนิยมมาถ่ายภาพในอุโมงค์ต้นไม้นี้  ปัจจุบันคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน  ที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองน่าน พร้อมทั้ง “งาช้างดำ”  สิ่งของคู่บ้านคู่เมือง 

วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง

พ้นสี่แยกรถรางจะเลี้ยวไปทางซ้าย เข้าถนนสุริยพงษ์  ด้านซ้ายมือจะขับผ่าน วัดมิ่งเมือง  จะเป็นโบสถ์ วิหาร เป็นสีขาวสดสว่าง งดงาม ภายในวัดเป็นที่ตั้งของ  “เสาหลักเมืองน่าน” หรือที่เรียกกันว่า  “เสามิ่งเมือง”  ทั้งวิหาร และโบสถ์มีลวดลายปูนปั้นลอยตัว มีทั้งเทพ ครุฑ ยักษ์  และอื่นๆ สวยงามน่าชม

Advertisement

Advertisement

E2

วัดศรีพันต้น

วัดศรีพันต้น

วัดศรีพันต้น

จากนั้นจะวิ่งตรงไปยังสี่แยก เลี้ยวเข้าวัด “ศรีพันต้น”  ที่โดดเด่นด้วยวิหารสีทองอร่ามขนาดใหญ่  หน้าวิหารโดดเด่นด้วยพญานาคาเจ็ดเศียรคอยเฝ้า   ที่วัดนี้ยังมีโรงเก็บเรือยาวที่ใหญ่ที่สุดของเมืองน่าน ชื่อว่าเรือ “พญาฆึ” จะลงน้ำเพียงปีละครั้งเพื่ออัญเชิญถ้วยพระราชทาน รางวัลชนะเลิศการแข่งเรือเมืองน่าน  ในช่วงเดือนตุลาคม เท่านั้น

F

รถรางวิ่งผ่าน วัดหัวข่วง

วัดหัวข่วง

วัดหัวข่วง

F3

วัดหัวข่วง

ในคติการสร้างเมืองแบบล้านนาโบราณ มักจะสร้าง “สนามหลวง” หรือ “ข่วงหลวง”  ไว้ใจกลางเมืองเพื่อทำพิธีกรรมต่างๆ  วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของข่วงเมือง  จึงได้ชื่อว่า “วัดหัวข่วง”  โดยพระวิหารจะตั้งตรงกับวิหารวัดภูมินทร์ แต่พระประธานในวัดนี้จะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง  เยื้องหลบอยู่ทางด้านซ้าย  เพราะเหตุว่าไปตรงกับพระประธานวัดภูมินทร์ 

Advertisement

Advertisement

สิ่งก่อสร้างอีกอย่างที่น่าชมก็คือ หอไตร ซึ่งมีฐานล่างก่ออิฐถือปูน ด้านบนทำด้วยไม้  คล้ายกับหอไตรที่วัดพระสิงห์ จ. เชียงใหม่

G

เจดีย์วัดสวนตาล มุมมองจากบนรถราง

รถรางจอดให้ลงไปกราบพระที่วัดสวนตาล

โดยมีมัคคุเทศก์น้อยซึ่งจะมาประจำอยู่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คอยให้คำอธิบาย

จากนั้นรถจะวิ่งไปตามถนนผากอง ผ่านสี่แยกดอนแยง ที่มีเรื่องเล่าว่า ทหารน่านคอยเอาไว้แยง (มอง) พม่าข้าศึก ไปจนถึง วัดสวนตาล  ซึ่งรถรางจะจอดให้เข้าไปกราบพระประธาน “พระเจ้าทองทิพย์”  พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ซึ่งชาวน่านจะอัญเชิญพระพุทธรูปจำลองออกมาแห่แหนไปทั่วเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำในเทศกาลสงกรานต์  และที่วัดนี้ยังมีบ่อน้ำทิพย์ ที่ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา  และใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10  ด้วย

G4

พระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล

ไหว้พระเสร็จแล้ว รถก็จะวิ่งต่อไปยังสี่แยกช้างเผือก  ผ่านวัดช้างเผือก  เข้าสู่ชุมชนวัดพระเกิด ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นน่าชม  บางครั้งก็มีกิจกรรมการแกะสลักพระไม้ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองแกะสลักด้วย

H1

ภายในโฮงเจ้าฟองคำ จัดบรรยากาศห้องนอน ห้องพักผ่อนให้เหมือนกับเมื่อหลายสิบปีก่อน

สาธิตการทอผ้าลายน้ำไหล ที่โฮงเจ้าฟองคำ

จากนั้นจะพาไปยัง  “โฮงเจ้าฟองคำ”  โฮงหรือโรงเจ้านี้ เป็นบ้านพักที่อยู่อาศัยของเจ้านายชั้นรองลงมา  ถ้าเป็นเจ้าหลวง หรือเจ้าราชบุตร จะเรียกว่า “คุ้ม” 

เรือนหลังนี้เป็นแบบล้านนาโบราณ มีชานแล่น มีหอนอน หอนั่ง  น่าชม ด้านบนจัดแสดงห้องนอน ห้องพักผ่อนของท่านเจ้าของเรือนเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน  ส่วนด้านล่างจัดแสดงการทอผ้า วิถีชีวิตคนไทลื้อเมืองน่าน  ตั้งแต่การอีดฝ้าย ปั่นเป็นเส้น  ย้อม  ทอ ซึ่งรถรางจะแวะอยู่ที่นี่ประมาณ 15-20 นาที  พอได้ชมแบบผ่านๆ  หากใครสนใจจริงจัง จะมาเองอีกครั้งก็ได้

I

บรรยากาศภายในรถรางที่สามารถชมเมืองได้รอบทิศ โดยมีมัคคุเทสก์ของเทศบาลฯ คอยบรรยายเรื่องราวต่างๆ

ศาลเจ้าปุนเถ่ากง บริเวณถนนสุมนเทวราชที่เป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองน่าน

วัดหัวเวียงใต้ วัดนี้สร้างโดยคหบดีชาวพม่าที่เข้ามทำไม้อยู่ในเมืองน่าน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พระประธานด้านในเป็นแบบศิลปะพม่า

มาจนถึงศาลเจ้าปุนเถ่ากง และวัดหัวเวียงใต้  ก่อนจะผ่านย่านตลาดสด  โดยตลอดทางจะมีการบรรยายเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยเกี่ยวกับบ้านเรือน  วิถีชีวิต  ผู้คน และอื่นๆ ให้ฟังตลอดทาง เรียกว่าได้ความรู้ความเข้าใจเมืองน่านอย่างเต็มอิ่ม

เมื่อรถรางเลี้ยงผ่านวัดกู่คำ  เข้ามาใกล้ศูนย์บริการ มัคคุเทศก์ของเรามักจะอวยชัยให้พร หลับก็ขอให้ได้เงินหมื่น ตื่นก็ขอให้ได้เงินแสน พร้อมทั้งท่องคำกระซิบรักรำพัน* ให้ฟังด้วย ส่วนจะกระซิบว่าอย่างไรนั้น  ขอให้ลองไปฟังกันเอาเอง