เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ที่จังหวัดลำปาง ณ บ้านเก่าของฉันเอง ถึงแม้จะผ่านมาเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่ความทรงจำของฉันยังชัดเจนราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง... รวมทั้งเสียงที่ได้ยินนั้นก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจ... 

ย้อนไปตอนนั้น ฉันอายุประมาณ 12-13 ปี วันนั้นเพื่อนของแม่แวะมาชวนพวกเราไปเที่ยวด้วยกันที่จังหวัดเชียงราย พวกเราไปดูวัดวาอารามหลายแห่ง รวมถึงไปซื้อสินค้าพร้อมทั้งแวะรับประทานอาหารทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็นที่นั่น กว่าจะออกเดินทางกลับก็ค่ำมากแล้ว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเดินทางกลับถึงบ้านราวๆห้าทุ่มพอดี

เมื่อกลับมาถึง แม่ก็จับน้องฉันอาบน้ำแล้วพาขึ้นนอนที่ชั้นสองของตัวบ้านทันทีเพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว ส่วนฉันที่ตอนนั้นโตกว่าหน่อย แม่เห็นว่าดูแลตัวเองได้ จึงยอมปล่อยให้ฉันอยู่ต่อ ฉันเองก็ยังไม่อยากเข้านอนเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นกำลังเห่อเกมใหม่ที่เพิ่งซื้อมาจากจังหวัดเชียงรายในวันนั้นเอง ฉันนั่งเล่นเกมอยู่ข้างล่างโดยไม่ลืมเปิดทีวีไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา ตอนนั้นน่าจะใกล้เที่ยงคืนแล้ว ในทีวี นักข่าวชายท่านหนึ่งกำลังอ่านข่าวภาคดึกด้วยน้ำเสียงเนือยๆ แต่ฉันก็ไม่ค่อยได้สนใจฟังเท่าไหร่หรอก เพราะกำลังจดจ่ออยู่กับเกมใหม่ที่เพิ่งซื้อมานั่นเอง

Advertisement

Advertisement


ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ฉันเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะง่วงนอนเลย นักข่าวในทีวีก็ยังคงอ่านข่าวต่อไปเรื่อยๆ ส่วนฉันก็เอาแต่เพ่งมองหน้าจอเกมสี่เหลี่ยมอย่างเพลิดเพลิน จนกระทั่ง... 

มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมา เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่ว่าถ้าใครได้ฟังก็จะต้องสั่นสะท้านไปทั้งตัวเหมือนฉันเป็นแน่ เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นเฉียบบาดขั้วหัวใจ และที่สำคัญเสียงนั้นดังใกล้มากๆ ดังมาจากหน้าต่างบานที่อยู่ติดกับทีวีใกล้ๆกับฉันนี่เอง และเป็นเสียงหัวเราะของเด็กผู้หญิง...

Advertisement

Advertisement


"ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ~~"

ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงนั้น ขนลุกเกรียวกราว ฉันรับประกันได้ว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากทีวี เพราะเมื่อมองไปยังจอโทรทัศน์นักข่าวคนเดิมก็ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านข่าวต่อไป และเสียงนั้นก็ไม่ได้ดังมาจากเกมของฉันแน่ๆ เพราะเกมของฉันเป็นเครื่องเกมสมัยก่อนที่เสียงไม่มีทางคมชัดได้ขนาดนี้ ที่น่ากลัวที่สุดก็คือการที่เสียงมันดังมาจากหน้าต่างนี่แหละค่ะ...

หน้าต่างบานนั้น เป็นหน้าต่างที่อยู่ภายในรั้วบ้าน ไม่ได้อยู่ติดกับบ้านเพื่อนบ้านหลังใดๆ กล่าวคือ ถ้าหากคุณจะมายืนหัวเราะข้างหน้าต่างบานนั้น คุณจะต้องเปิดประตูรั้วเข้ามาในบ้านเสียก่อน จากนั้นคุณก็จะต้องผ่านด่านสุนัขหลังอานอีกสองตัวที่พ่อของฉันเลี้ยงไว้ คุณถึงจะเข้ามาตรงจุดนั้นได้... แล้วในเวลาเที่ยงคืนแบบนั้นคนดีๆที่ไหนจะเข้ามายืนหัวเราะริมหน้าต่างบ้านฉันได้ล่ะคะ คิดได้ดังนั้นฉันก็รีบปิดทีวี ปิดไฟแล้ววิ่งแจ้นขึ้นไปหาแม่ทันที ไม่อาบน้งอาบน้ำมันแล้ว!

Advertisement

Advertisement


จากวันนั้น ฉันก็ไม่กล้านอนดึกอีกเลย และฉันก็ไม่เคยได้ยินเสียงนั้นอีก แม่บอกว่า ท่านอาจจะเป็นเจ้าที่เจ้าทาง ท่านคงเห็นว่าดึกแล้วแต่เด็กคนนี้ยังไม่ยอมไปนอนสักที เลยมาเตือนให้ไปนอนก็เป็นได้ค่ะ อันที่จริงบ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่า ป้าซื้อต่อมาจากคนอื่นอีกที ไม่ทราบว่าแต่ก่อนมีประวัติ มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง แต่มีคนพบเจออะไรแปลกๆที่บ้านหลังนี้บ่อยมากๆค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นญาติที่เข้ามานอนค้างคืนที่บ้าน แม้ขนาดป้าขายบ้านต่อให้คนอื่นไปแล้ว พวกช่างก่อสร้างที่มาจัดการกับตัวบ้านต่อก็ยังได้เจอเรื่องแปลกๆกันถ้วนหน้า ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าให้อ่านทีละเรื่องเลยนะคะ แต่ขอย้ำว่าทุกเรื่องที่เล่าเป็นเรื่องจริง ไม่มีการเติมแต่งใดๆทั้งสิ้นค่ะ  โดยเฉพาะกับเรื่องนี้ที่ฉันเจอมาด้วยตัวเอง ฮือ~ จนถึงตอนนี้ เสียงหัวเราะปริศนาที่ได้ยินที่ริมหน้าต่างบานนั้น ก็ยังทำให้ฉันขนลุกได้ทุกครั้งที่นึกถึงค่ะ...