ทางบ้านเรามีความเชื่ออยู่หลายอย่างที่สืบทอดส่งต่อกันมาหลายชั่วคน หนึ่งในนั้นคือ หากญาติหรือคนในครอบครัวคนใดเสียชีวิตไป ไม่ว่าจะด้วยจากโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ หรือจะสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติก็ตาม สมาชิกครอบครัวอย่างน้อยหนึ่งคนจะต้องมีหน้าที่คอยทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติผู้ล่วงลับคนนั้นทุกๆวันพระ จนกว่าจะครบ 100 วันที่เสียชีวิต โดยไม่ให้ขาดสักวันเดียวค่ะ

 

ตอนที่เรื่องนี้เกิดขึ้น เราและพี่สาวยังเด็กอยู่มาก อาคนนึงซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของพ่อ มีอาการไม่สู้ดีนัก ปอดมีปัญหาเนื่องจากอาเป็นคนที่สูบบุหรี่จัดมาก สูบทุกวันไม่เคยหยุด วันละหลายๆซอง จนวันนึงอาก็ไอออกมาเป็นเลือด พ่อเห็นว่าอาชักจะแย่แล้ว ก็เลยรีบพาไปส่งที่โรงพยาบาล แพทย์ก็ให้อานอนพักรักษาตัวอยู่ที่นั่น และเนื่องจากอายังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่มีลูกเมีย ครอบครัวเราก็เลยจะคอยรับหน้าที่ไปเยี่ยมอาอยู่บ่อยๆ ครั้งละนานๆ โดยเฉพาะแม่ที่จะคอยหมั่นมาเยี่ยมเยียนและดูแลอาอยู่เสมอๆ

Advertisement

Advertisement

 

เวลาผ่านไป อาการของอาก็มีแต่จะแย่ลง อาจะไอทั้งวัน แล้วก็จะร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานให้ได้ยินตลอด อาคงอาการหนักเกินเยียวยาแล้วจริงๆ  จนวันหนึ่งพยาบาลมาบอกพ่อกับแม่ว่าให้ทำใจนะ หลังจากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ดี อาก็เสียชีวิตค่ะ

 

หลังจบงานศพอาซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี แม่ก็จะคอยทำบุญให้อาทุกวันพระตามความเชื่อที่ถูกปลูกฝังมา โดยหากวันไหนเป็นวันพระ แม่จะตื่นแต่เช้าไปตลาด จับจ่ายซื้อของสดมาทำกับข้าวด้วยตนเอง แล้วนำไปถวายพระที่วัดใกล้บ้านก่อนเพล แม่ทำทุกวันพระไม่เคยขาด โดยแม่จะคอยมาเช็คที่ปฏิทินเสมอ ว่าใกล้ถึงวันพระแล้วหรือยัง

 

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ก่อนเข้านอนแม่ก็มาดูที่ปฏิทินตามปกติ บนปฏิทินระบุว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันพระ แม่ดูแล้วก็คิดในใจ อืม พรุ่งนี้วันพระแล้ว ต้องเตรียมไปจ่ายตลาดเพื่อทำอาหารไปทำบุญให้อาอีกแล้วสินะ จากนั้นแม่ก็เข้านอนตามปกติ

Advertisement

Advertisement

คืนนั้น แม่สะดุ้งตื่นเพราะปวดท้อง อยากไปเข้าห้องน้ำ ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปยังไม่ทันถึงประตูดี จู่ๆแม่ก็ได้ยินเสียงใครบางคน (ที่อาจจะไม่ใช่คน) ดังขึ้น แม่ถึงกับสะดุดกึก สะดุ้งโหยง หายปวดท้องเลยทีเดียว

 

'อือออ... อือออ... โอยยยยย...' 

 

เป็นเสียงร้องที่ฟังดูทรมานมากๆ แม่บอกว่า แค่ได้ยินเสียงปุ๊บแม่ก็รู้เลย ว่านั่นเป็นเสียงของอาที่เพิ่งเสียชีวิตไป เพราะตอนแม่ไปเยี่ยม อาแกก็ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานแบบนี้ให้ได้ยินอยู่ตลอด แม่กลัวมากจนล้มเลิกความคิดที่จะเข้าห้องน้ำไปเลย โดยเสียงของอาที่แม่ได้ยินนั้นดังมาจากนอกประตูรั้วบ้าน แม่คิดว่าอาคงเข้ามาในบ้านไม่ได้ เจ้าที่ท่านคงไม่ให้เข้ามา ก็เลยได้แต่ยืนร้องโอดโอยที่นอกประตูรั้วอยู่แบบนั้น แม่กลับมาที่เตียงทั้งๆที่เสียงอายังดังระงมอยู่ แล้วก็นอนกอดพ่อที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวจนกระทั่งเผลอหลับไป สะดุ้งตื่นอีกทีก็เช้าพอดี

Advertisement

Advertisement

 

ตื่นมาแม่ไม่ทำอะไรเลยนอกจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบกุลีกุจอไปที่ตลาด ระหว่างกำลังเลือกซื้อผักซื้อเนื้อก็คุยกับแม่ค้าว่าวันนี้วันพระ จะซื้อของไปทำกับข้าวเตรียมทำบุญ แม่ค้าก็บอก วันนี้วันพระที่ไหน วันพระมันเมื่อวานต่างหาก แม่นี่ตกใจจนถึงกับอึ้งไปเลย กลับมาบ้าน แม่รีบมาดูที่ปฏิทิน ปรากฎว่าปฏิทินที่แสดงอยู่ไม่ใช่ของเดือนนี้ สุดท้ายแม่เลยรู้ว่าโดนมือดีฉีกกระดาษปฏิทินเอาไปเล่น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน พี่สาวเราเองค่ะ ตอนนั้นวัยกำลังซน ดังนั้น วันพระก็เลยเคลื่อนไป 1 วันจากที่ควรจะเป็น ทำให้แม่พลาด ไม่ได้ทำบุญไปให้อาทุกๆวันพระเหมือนทุกที

 

คงเพราะเหตุนี้ละมั้งคะ อาถึงได้ปรากฎตัว ส่งเสียงให้แม่ได้ยิน เพื่อเตือนให้แม่ทราบว่าแม่ลืมทำบุญไปให้อา หลังจากนั้นมาแม่ก็จะคอยตรวจสอบปฏิทินให้ดี และทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้อาทุกวันพระเสมอๆ จนครบ 100 วันที่อาจากไป และอาก็ไม่เคยมาปรากฎตัว หรือส่งเสียงให้แม่ได้ยินอีกเลยค่ะ