เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมาที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ  ขึ้นเวทีกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อเรื่อง “ร่วมมือ ร่วมใจ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต” ปิดท้ายงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 37″ ภายใต้แนวคิด Thaitay In Action ไทยเท่ ทำได้ ทำจริง โดยได้รับความสนใจจากคณะกรรมการระดับบริหาร และสมาชิกหอการค้าจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงผู้บริหารระดับจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้ประกอบการภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปจากหลายจังหวัดในส่วนภูมิภาค ที่เดินทางมาร่วมงานสัมมนาเข้าร่วมรับฟังกันเป็นจำนวนมาก โดยในการปาฐกถาครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจของไทยยังถือได้ว่าเติบโตอยู่บ้าง แต่เป็นไปในลักษณะของการชะลอตัว ไม่ใช่เศรษฐกิจถดถอยซึ่งในไตรมาสที่ 3 เศรษฐกิจของไทยก็สามารถขยายตัวได้ร้อยละ 2.4 และคาดว่าจะยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกในปีถัดไป ในขณะที่ทุกประเทศทั่วโลกก็ต้องเผชิญกับปัญหาด้านเศรษฐกิจเหมือนเช่นเดียวกัน แต่เศรษฐกิจของไทยยังโตขึ้นแม้จะชะลอตัวลง ซึ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้การที่ประเทศไทยยังคงสามารถประคองตัวให้เศรษฐกิจโตขึ้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีและดีกว่าในหลายๆ ประเทศ ส่วนกรณีที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามเศรษฐกิจยังขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก นั่นเพราะปัจจัยที่แตกต่างเพราะประเทศเวียดนามอยู่ในขั้นกำลังเติบโตมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายอย่าง ในขณะที่ประเทศไทยปัจจัยเหล่านั้นเริ่มที่จะไม่มีแล้ว

Advertisement

Advertisement

ดังนั้นการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ทุกภาคส่วนจึงจะต้องมีการปรับตัวปรับเปลี่ยนหลักแนวทางการบริหารจัดการให้เข้ากับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจที่จะอาศัยปัจจัยจากการผลิตเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่ต้องรู้จักการคิดพัฒนาและต่อยอดให้ปัจจัยจากการผลิตที่ผลิตได้ มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ ตลอดจนต้องรู้จักที่จะพัฒนาสร้างธุรกิจโมเดลใหม่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิตอล ผลักดันกลุ่ม New start-up ที่จะสามารถเป็นส่วนของการขยายเพิ่มเพื่อการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับผู้คนในประเทศ ตลอดจนต้องร่วมกันพัฒนาพื้นที่เมืองรองเพื่อให้เกิดการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคที่จำเป็นให้มีเพียงพอต่อความต้องการ พัฒนาเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นอุสาหกรรมหลักที่จะช่วยสร้างรายได้ และช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำ ถึงสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ประเทศไทยฝ่าฟันวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจไปได้  คือ คนไทยต้องสามัคคีกันและร่วมกันก้าวข้ามความขัดแย้งที่มีอยู่ไปให้ได้เสียก่อน

Advertisement

Advertisement