มีโอกาสจัดตู้ยาของบ้าน เพราะรกไปนิดหนึ่ง แต่ก็ภูมิใจเล็ก ๆ ที่บ้านของเรามีความพร้อมสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างมาก อุปกรณ์ที่บ้านของเรามีหลายอย่าง เช่น เครื่องวัดความดัน เจลประคบเย็น น้ำมันคลายเส้น กระเป๋าน้ำร้อน ผ้ายืดพันแขน น้ำเกลือปลอดเชื้อพร้อมอุปกรณ์ฉีด เป็นต้น ถามว่าทำไมต้องเตรียมขนาดนี้ เพราะเราให้ความสำคัญกับสุขภาพเสมอ หากพักผ่อนน้อย เครื่องวัดความดันจะยืนยันว่า ต้องพักให้มากขึ้น หรือหากปวดบวมฉุกเฉิน อย่านอนปวดน้ำตาไหล ให้ประคบเย็นเอาไว้ กล้ามเนื้อจะเข้าที่ได้เร็วขึ้น

ทั้งหมดนี้ บ้านเราเห็นตรงกันเกือบทั้งหมด การซื้อมาติดไว้ที่บ้านจึงเป็นการช่วยกันคิด ช่วยกันซื้อ ไปดูกันว่า พวกเราใช้กันบ่อยแค่ไหน และใช้ยังไงกันบ้าง

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล 01เครดิตภาพ : Alexas_Fotos

5 อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ต้องมีติดบ้าน

1.เครื่องวัดความดัน : ข้อแรกนี้เชียร์ให้มีกันทุกบ้าน เพราะการรู้ตัวเองก่อนใคร เป็นเรื่องที่ดีที่สุด ที่บ้านของเรามีมานานแล้ว เพราะพ่อเป็นโรคความดันสูง จนเส้นเลือดสมองแตก พอออกจากโรงพยาบาลมาอยู่ที่บ้าน หมอก็บอกว่าให้มีติดบ้านไว้ใช้จะดีมาก เพราะบางครั้งคนไข้อาจบอกเราไม่ได้ เราก็ใช้วิธีการวัดความนี่แหละ ช่วยดูอาการในเบื้องต้นก่อน หากตัวเลขผิดปกติทั้ง ๆ กินยา ก็ให้รีบพามาพบแพทย์ เพื่อรักษาต่อไป ประโยชน์อื่น ๆ ก็คือ บ้านเราทุกคนจะวัดกันหมด ทำให้รู้ว่าตอนนี้ใครพักผ่อนน้อย ก็ต้องปรับตัว เช่น แม่ของเรา เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล 02เครดิตภาพ : JillWellington

2.เจลประคบเย็น :  สำหรับแก้อาการปวดเมื่อยเฉียบพลัน ข้อนี้บ้านเราเพิ่งซื้อมาติดบ้านไว้ไม่นาน ประมาณ 1-2 ปี ที่จำเป็นต้องมี เพราะเอาไว้เป็นตัวช่วยหลังการออกกำลังกาย แต่ทุกคนในบ้านก็ได้ใช้กันทั้งหมด เพราะบางครั้งแม่ไปทำสวนแล้วปวดเมื่อย ก็จะให้แม่ประคบเย็นเอาไว้ และเราคือผู้ที่ใช้บ่อยสุด เพราะเวลาออกไปวิ่งในระยะ 15+ กิโลเมตรขึ้นไป จะมีอาการปวดเกร็ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากเราประคบเย็นทันทีหลังกิจกรรมเหล่านี้ จะทำให้กล้ามเนื้อกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ง่าย ตื่นขึ้นมาอีกวันลืมไปเลยว่าเมื่อวานนี้เจ็บกล้ามเนื้อ ดังนั้นถ้าใครวางผิดที่ เราจะโวยวายทันทีเลย

Advertisement

Advertisement

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล 03เครดิตภาพ : Yamsri

3.กระเป๋าน้ำร้อนหรือลูกประคบ : ข้อนี้มีมาแต่ช้านานแล้ว เพราะใช้กันทั้งบ้านเหมือนกัน โดยเฉพาะพ่อ ที่ต้องใช้การประคบร้อนในการคลายกล้ามเนื้อ หลักการคือในผู้ที่มีปัญหาเส้นยึดติดเรื้อรัง ต้องใช้ความร้อนเข้าประคบเท่านั้น ช่วงที่พ่อรับการบำบัดในศูนย์ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ ทางศูนย์จะใช้ใบพลับพลึงมาปิ้งพออุ่น แล้วประคบ ทำให้พ่อกลับมาเดินโดยใช้ไม้ 3 ขาช่วยได้ พอกลับมาอยู่ที่บ้าน หมอนวดก็แนะนำว่า ให้หมั่นประคบร้อน เส้นที่ยึดจะคลายตัว การเคลื่อนไหวจะดีขึ้น ภาวะเสี่ยงติดเตียงก็น้อยลงไปมาก ส่วนเราเองก็เอามาประคบหน้าท้องในเวลาที่ปวดประจำเดือนอยู่บ่อย ๆ เอาเป็นว่า สำคัญและจำเป็นต้องมีติดบ้านในระดับสูงจริง ๆ

Advertisement

Advertisement

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล 04เครดิตภาพ : Hans

4.ผ้ายืดพันแขน-ขา : บ้านเราเรียกว่า “ผ้าก๊อตยืดได้” มีติดบ้านครั้งละ 2-3 ม้วน และจำเป็นมาก การเจ็บจนต้องพันผ้าสำหรับครอบครัวเรา จะไม่ค่อยเกิดขึ้นมากเท่าไร หากไปออกกำลังกายแล้วมีอาการ ก็แค่ประคบเย็น...เป็นอันจบ เพราะไม่ชอบพันอะไรให้รำคาญ

แต่คนที่ใช้ประจำคือพ่อ (อีกแล้ว..) บ้านเราให้พ่ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน ซีกซ้ายพ่อจะใช้งานไม่ได้ ดังนั้น จะเอาไว้ใช้พันที่มือ 1 ม้วน และ ที่เท้า 1 ม้วน จากนั้นก็ปั่นโดยให้เท้าข้างขวาผลักไป เท้าซ้ายก็ทำงานไปโดยอัตโนมัติ .. ความจำเป็นอื่น ๆ อาจไม่บ่อย แต่ที่จำเป็นต้องมี เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา การพยุงกล้ามเนื้อด้วยการพันผ้ายืดเอาไว้ จะช่วยลดอาการอักเสบได้มาก เมื่อรักษาจะทำให้หายเร็วขึ้นได้

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล 05เครดิตภาพ : mcmurryjulie

5.น้ำเกลือปลอดเชื้อ : จำเป็นต้องมีติดบ้านไว้ เพราะประโยชน์เยอะมาก เช่น ล้างแผลสด ล้างจมูก ล้างตา จะเห็นว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้นชั้นยอด ส่วนใหญ่แล้วบ้านเราจะเอาไว้ล้างจมูก ช่วงที่อากาศเปลี่ยนจะมีคนในบ้านเป็นหวัดบ่อย ๆ แต่ช่วงฤดูร้อนหมอกและควันเยอะ ก็เอามาใช้ด้วยเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าหายใจไม่คล่อง แถมคันจมูกคล้ายภาวะภูมิแพ้ด้วย คงเพราะสูดฝุ่นเข้าไปมาก แม่จึงย้ำให้พวกเราล้างจมูกกันบ่อย ๆ ด้วยน้ำเกลือเพื่อฆ่าเชื้อโรค เป็นอีก 1 รายการที่บ้านเราต้องมี

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล 06เครดิตภาพ : PublicDomainPictures

จริง ๆ ไม่เฉพาะ 5 รายการนี้เท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่บ้านของเราเตรียมไว้ เช่น ยาลดกรด ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ พาราเซตามอล เพราะเป็นยาที่ช่วยระงับอาการเบื้องต้นได้ ครั้งหนึ่งเคยไปหาหมอที่คลินิก ด้วยอาการเป็นหวัดเล็กน้อย พอตรวจเสร็จสรรพ หมอแนะนำว่าอาการแบบนี้หายเองได้นะ ล้างจมูกบ้าง กินยาแก้ไอ จะทุเลาไปเอง จากนั้นจำคำหมอมาตลอด ก็ใช้ยาและอุปกรณ์เบื้องต้นที่มี ร่วมกับการออกกำลังกาย ทำให้หลาย ๆ ครั้งอาการดีขึ้นได้จริง ๆ แต่หากไม่ไหว หมดแรงข้าวต้ม ก็ต้องไปพบแพทย์กันนะ 

เครดิตภาพปก : stevepb