เชื่อว่าหลายๆคนต่างก็เคยประสบกับอาการนอนไม่หลับกันมาแล้วแทบทั้งนั้น ซึ่งอาการนอนไม่หลับนี้ก็เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของร่างกาย ความเครียด การนอนผิดเวลา ฯลฯ วันนี้ CookiezStory จะมาแนะนำ 7 วิธีที่จะช่วยให้คุณรับมือกับอาการนอนไม่หลับที่แสนน่ารำคาญนี้ค่ะ!

1. ปรับห้องนอนให้เหมาะแก่การนอนหลับ

1. ปรับห้องนอนให้เหมาะแก่การนอนหลับ

เริ่มจากการปรับห้องนอนให้น่านอนเสียก่อน ตั้งแต่การทำให้อุณหภูมิในห้องอุ่นสบายกำลังดี ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป จากนั้นก็เตรียมหมอนและผ้าห่มนุ่มๆที่จะพาคุณเข้าสู่นิทรา หากที่นอนเริ่มจะสกปรกก็อาจทำให้คุณคันตามเนื้อตามตัวและรบกวนการนอนหลับได้ ดังนั้นหยิบผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนไปซักบ้างก็จะดีไม่น้อย นอกจากนี้หากคุณจำเป็นต้องนอนในเวลากลางวัน ก็ขอให้แน่ใจว่าได้ปิดผ้าม่านและทำให้ห้องมืดที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะแสงสว่างจะไปรบกวนการนอนหลับของคุณค่ะ รวมถึงหากมีเสียงรบกวนก็ขอแนะนำให้หาที่อุดหูมาใช้จะดีที่สุด

Advertisement

Advertisement

2. ฝึกเข้านอนให้เป็นเวลา

2. ฝึกเข้านอนให้เป็นเวลา

หนึ่งในสาเหตุของการนอนไม่หลับก็คือการนอนไม่เป็นเวลา วันนี้นอนไว วันต่อไปนอนดึกซะงั้น เป็นแบบนี้บ่อยๆเข้านาฬิกาชีวิตของเราก็จะเริ่มรวนค่ะ ร่างกายก็จะงงว่า 'เอ๊~ ควรจะรู้สึกง่วงตอนไหนกันแน่นะ' ก็เลยกลายเป็นว่าพอถึงเวลาที่ควรจะเข้านอนแล้ว เรากลับยังไม่ง่วงซะงั้น ดังนั้นแล้วกำหนดเวลาเข้านอนของตัวเองให้แน่นอนไปเลยจะดีที่สุดค่ะ ถ้าขี้ลืม หรือกลัวว่าจะทำอย่างอื่นเพลินจนลืมดูเวลา ก็อาจจะตั้งนาฬิกาปลุกเตือนไว้เลยว่า 4 ทุ่มต้องเข้านอนแล้วนะ แบบนี้ไม่ลืมแน่ๆค่ะ ซึ่งการฝึกนอนให้เป็นเวลานั้น ช่วงแรกๆอาจจะลำบาก นอนตาค้างไม่หลับซักที แต่ถ้าอดทนทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่เกิน 1 สัปดาห์จะนอนหลับได้เร็วขึ้นแน่นอนค่ะ

Advertisement

Advertisement

3. วิเคราะห์ตัวเอง หาว่าสาเหตุที่นอนไม่หลับนั้นเกิดจากอะไร

3. วิเคราะห์ตัวเอง หาว่าสาเหตุที่นอนไม่หลับนั้นเกิดจากอะไร

อย่างที่บอกไปข้างต้นนะคะ ว่าอาการนอนไม่หลับนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ หากคุณไม่ได้มีอาการมาจากโรคหรืออาการภายนอก เช่น ปวดท้องกระเพาะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ฯลฯ จนทำให้นอนไม่หลับ ก็ต้องลองหาสาเหตุแล้วล่ะค่ะ ว่าเกิดจากอะไร เช่น วันนี้ได้ดื่มกาแฟมาหรือเปล่า หรือว่าได้ออกกำลังกายหนักๆช่วงค่ำมั้ย? หรือมีเรื่องเครียด กังวลใจ ฯลฯ หากเราหาสาเหตุได้ว่าการนอนไม่หลับของเรานั้นเกิดจากอะไร ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดค่ะ

4. ทำสมองให้ปลอดโปร่งเข้าไว้

4. ทำสมองให้ปลอดโปร่งเข้าไว้

งดใช้ความคิดหนักๆก่อนเข้านอน ไม่ขุดเรื่องเก่าๆที่ทำให้กดดัน ผิดหวัง หรือเครียดมาคิด นอกจากนี้ เชื่อหรือไม่ว่าการอ่านข่าวที่มีเนื้อหารุนแรงหรือแม้แต่การดูซีรี่ส์บ่อน้ำตาแตกก่อนเข้านอนก็สามารถทำให้คุณนอนไม่หลับหรือหลับยากกว่าเดิมได้เช่นกัน! ดังนั้นก่อนเข้านอนแนะนำว่าทำสมองให้ปลอดโปร่งโล่งๆเข้าไว้จะดีกว่า ลองนั่งสมาธิ สวดมนต์ หรืออาจจะหาหนังสือที่มีเนื้อหาสบายๆมาอ่านสักเล่มพร้อมกับจิบนมอุ่นๆไปด้วยก็ไม่เลว นอกจากนี้ คุณยังอาจจะลองใช้กลิ่นหอมต่างๆ เช่นกลิ่นวานิลลา กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นยูคาลิปตัส กลิ่นพิมเสน หรือกลิ่นคาโมมายล์ ฯลฯ เพื่อช่วยในการผ่อนคลายได้อีกด้วย 

Advertisement

Advertisement

5. งดใช้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ก่อนเข้านอน

5. งดใช้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ก่อนเข้านอน

ทั้งสมาร์ทโฟน โน๊ตบุ๊ค ทีวี ฯลฯ ล้วนทำให้คุณหลับได้ยากขึ้นทั้งนั้น ควรจะอยู่ให้ห่างจากเจ้าพวกนี้ไว้ก่อนที่จะเข้านอน รวมถึงหากคุณตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกแล้วคิดจะนอนหลับต่อง่ายๆละก็ อย่าได้แตะมือถือเชียว ถึงจะบอกว่าแค่ 2-3 นาที แต่มันมีผลกับการนอนจริงๆนะ! เพราะสิ่งกระตุ้นมากมายในมือถือสามารถทำให้สมองของคุณตื่นตัวขึ้นได้ ทีนี้ล่ะ จะกลับไปหลับต่อก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกแล้ว...

6. อาบน้ำอุ่น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

6. อาบน้ำอุ่น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

อีกวิธีที่ดีมากๆที่จะช่วยให้คุณเข้าสู่นิทราได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพก็คือการอาบน้ำอุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วยการกดนวดตามจุดต่างๆของร่างกายก่อนเข้านอนค่ะ หลายคนใช้ชีวิตหนักๆมาทั้งวันแต่ละเลยในเรื่องนี้ บางทีปวดเมื่อยโดยไม่รู้ตัวก็มี วันนี้หลังจากอาบน้ำอุ่นๆแล้วมาลองนวดตามจุดต่างๆของร่างกายดูนะคะ เริ่มจากการนวดเบาๆ อาจจะใช้น้ำมันนวดที่มีกลิ่นหอมๆร่วมด้วยก็ได้ถ้าชอบ เริ่มจากนวดเท้าก่อน จากนั้นก็ แขน ขา ไหล่ ฯลฯ พอได้นวดแล้วร่างกายจะเบาสบายขึ้น ทีนี้ล่ะ หลับสบาย~

7. ไปพบแพทย์

7. พบแพทย์

หากคุณคิดว่าทำตามข้างบนนี้ครบทุกข้อแล้วก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น สุดท้ายแล้วการไปพบแพทย์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณค่ะ เพื่อให้แพทย์ได้ช่วยวินิจฉัยหาสาเหตุ และจะได้ทำการรักษาได้อย่างถูกต้องต่อไป อย่างไรก็ตาม หากคุณคิดว่ายังไม่ได้เป็นหนักจนถึงขั้นควรพบแพทย์ ก็ควรลองพยายามด้วยตัวเองให้ถึงที่สุดก่อนนะคะ เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และงดใช้ยานอนหลับ ซึ่งหากคุณคิดจะพึ่งยานอนหลับแล้วละก็ พึงรู้ไว้เถิดว่า ก็จะมีแต่ต้องใช้ไปเรื่อยๆ แถมยังต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย กลายเป็นติดยาไปในที่สุด

เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ~


ขอบคุณภาพจาก

  • Macaylah K.
  • coolpicking
  • myrealdomain
  • mindful
  • vectorstock
  • sixty and me
  • Nika Teacher
  • South China Morning Post