เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เราประสบมาด้วยตนเองค่ะ ย้อนกลับไปประมาณ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเราป่วยหนักมาก เดินแทบไม่ไหว แม่ขับรถพาไปส่งที่โรงพยาบาล เราถึงกับต้องนอนบนเตียงเข็นไปให้หมอดูอาการ ปรากฎหลังจากตรวจเลือด เช็คอะไรนู่นนี่นั่นเสร็จ แพทย์ลงความเห็นว่าเราต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งห้องพิเศษก็เต็มหมดแล้ว เราจึงต้องนอนที่ห้องรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยก็จนกว่าห้องพิเศษจะว่าง

บรรยากาศห้องรวมก็ปกติ มีผู้ป่วยมากมายนอนอยู่เตียงติดๆกัน ซึ่งทั้งห้องมีประมาณ 10 เตียง บางเตียงก็มีลูกหลานล้อมหน้าล้อมหลัง บางเตียงก็คุยกับคนเตียงข้างๆ บางเตียงก็นอนคนเดียวเหงาๆก็มี ส่วนเราก็มีแม่ที่เฝ้าอยู่ตลอด นานๆทีก็มีญาติหรือคนรู้จักมาเยี่ยมเยียนบ้าง ประปราย

โดยทางโรงพยาบาลจะมีกฎให้มาเยี่ยมได้ถึง 2 ทุ่มเท่านั้น พอถึงเวลาก็จะปิดตึกและมียามเฝ้าห้ามใครเข้าเยี่ยมอีก ดังนั้นพอได้เวลาปุ๊ปแม่เราก็เลยกลับบ้านไป เพราะเป็นห้องรวม จะนอนเฝ้าก็ไม่สะดวก แม่บอกว่าไว้พรุ่งนี้จะรีบมาหา แต่เราก็ไม่อะไร ไม่เหงาหรอกเนอะ คนไข้คนอื่นเยอะแยะ เลยบอกแม่ไปว่าไม่ต้องเป็นห่วง อยู่คนเดียวได้

Advertisement

Advertisement

พอซัก 3ทุ่ม จากไฟที่สว่างจ้า พยาบาลก็ไล่ปิดเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของผู้ป่วย แต่ก็เหลือเปิดไว้บ้างบางดวง พอให้มองเห็น เราก็มองรอบๆห้อง คนไข้ส่วนใหญ่ก็ทะยอยกันนอนหลับไปบ้างแล้ว เลยคิดว่าเราก็นอนบ้างดีกว่า หลับตานอนสักพักก็ผล็อยหลับไป

ไม่แน่ใจว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รู้แต่หลับๆอยู่ดีๆ จู่ๆก็ถูกสะกิดแรงๆหลายๆครั้ง และไม่ได้สะกิดแค่ที่เดียวด้วย แรกสุดสะกิดหลัง โดนสะกิดแต่ละครั้ง เหมือนถูกใครเอานิ้วมาจิ้มแรงๆ 5 - 6 ที แต่เรายังครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ ก็เลยยังนอนต่อไป คงเห็นเรายังนอนเฉยละมั้ง เอาอีกแล้ว คราวนี้โดนสะกิดขาแรงๆ ทีนี้เราเริ่มจะรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรก็โดนสะกิดอีกรอบ รวมๆแล้วโดนสะกิด 3 ที่ ที่ละหลายๆครั้ง การสะกิดแต่ละครั้งคือแบบกะเอาให้เราตื่นให้เราลุกเลยอะ จิ้มแรงมาก จิ้มย้ำหลายๆครั้งจนเราเจ็บ สุดท้ายเราก็ดันตัวลุกพรวดขึ้นมาทั้งๆที่ยังรู้สึกถึงแรงสะกิดที่เท้า

Advertisement

Advertisement

พรึ่บ! 

ไม่มีใครเลยจ้า รอบๆเตียงเราไม่มีใครเลย แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ก็เราเพิ่งโดนสะกิดเมื่อกี้ ก่อนลุกขึ้นมาไม่ถึงวินาทีเลยนะ แต่นี่ทุกอย่างเงียบสงบมาก ไม่มีวี่แววของคนที่มาสะกิดเราเลย หันไปมองเตียงข้างๆก็เห็นนอนหลับกันหมด ไม่มีใครตื่นหรือลืมตาอยู่เลย ก็เลยถามตัวเองนี่โดนแล้วใช่มั้ย สุดท้ายก็หยิบมือถือขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเวลาประมาณตี 3 กว่าๆ จากนั้นเราก็ตาสว่างเลยจ้า

Advertisement

Advertisement

หลังจากนั้น พอถึงเวลาเปิดให้เข้าเยี่ยมได้ แม่ก็มาเยี่ยมเรา เราเองก็ไม่อยากให้แม่กังวลก็เลยไม่ได้เล่าให้แม่ฟังแต่แรก วันนั้นก็มีญาติมาเยี่ยมเหมือนปกติ แต่มีอยู่คนนึงที่มาเยี่ยมค่อนข้างค่ำ (ทุ่มกว่า) คือป้า พี่สาวแม่เราเอง พอใกล้เวลาสองทุ่มแม่กับป้าก็เตรียมตัวจะกลับบ้าน โดยป้าขอตัวกลับก่อน พอป้าเดินออกจากห้องรวมไปจู่ๆเราก็ตัดสินใจเล่าเรื่องเมื่อคืนให้แม่ฟัง พอแม่รู้ก็รีบวิ่งไปตามป้า ป้าที่เดินพ้นห้องรวมไปแล้วก็วิ่งปึงปังกลับมา ป้ามาพูดอะไรสักอย่างใกล้ๆหัวเตียงเรา ฟังไม่ถนัด จากนั้นป้าก็เอาอะไรบางอย่างยัดลงที่แถวๆหัวเตียง แล้วแม่กับป้าก็กลับไปเลย ไม่อธิบายถึงเรื่องเมื่อกี้ที่ป้าทำแม้แต่น้อย แต่เราเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าป้าทำอะไรกับหัวเตียง


คืนนั้นพอถึงเวลา เราก็เข้านอนเหมือนปกติ แอบหวั่นๆนิดหน่อยว่าจะเจออะไรเหมือนเมื่อคืนอีกมั้ย ปรากฎว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างปกติ เรานอนหลับสนิทจนถึงเช้า จนวันต่อมานั่นแหละ ถึงถามแม่ แม่ก็บอกว่า เมื่อคืนพอเราเล่าเรื่องให้แม่ฟัง แม่ก็รีบเอาไปบอกป้า พอป้าได้ยินป้าก็บอก อ้าว! นี่เธอไม่ได้ซื้อเตียงให้ลูกเหรอ แม่เราก็งง ซื้อเตียงอะไร? มานอนโรงพยาบาลถึงกับต้องซื้อเตียงเลยเหรอ? ป้าเลยอธิบายว่า เตียงที๋โรงพยาบาลเนี่ย บางเตียงเค้ามีเจ้าของ คือคนป่วยคนก่อนที่เค้าเสียชีวิตคาเตียง เค้ายังถือว่าเตียงนี้เป็นของเค้า เค้าจะมานอน พอเห็นเรานอนก็จะสะกิดให้ลุก นี่ที่เค้า แต่ถ้าเราเอาเงิน พวกเหรียญบาท เหรียญห้าเหรียญสิบก็ได้ ไปสอดไว้ใต้ฟูก ใต้เตียง หรือตรงหัวเตียงแล้วบอกเค้าว่าเตียงนี้ซื้อแล้วนะ เป็นของเราแล้ว คุณไม่ใช่เจ้าของแล้ว เค้าก็จะไม่มารบกวนอีก อะไรประมาณนี้ค่ะ สรุปแล้วหลังจากป้าซื้อเตียงเสร็จ เรานอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องรวมนั้นต่ออีก 3 คืน และก็ไม่เคยถูกสะกิด หรือถูกรบกวนกลางดึกอีกเลยค่ะ