เธอกลับมาที่นี่อีกแล้ว

             แสงแดดสีส้มยามเย็นส่องกระทบกับต้นดอกหญ้าที่ปลิวไสวไปตามแรงลมเอื่อย ๆ มันถูกย้อมเปลี่ยนจากสีขาวให้เป็นสีส้มอ่อนตามแสงของดวงอาทิตย์ ภาพต้นไม้ถูกเห็นเป็นสีดำสนิทจากการที่พระอาทิตย์อยู่อีกด้านหนึ่งของมัน เงาของมันเลยทับกลับลงมา เป็นสัญญาณว่าวันนี้กำลังใกล้จะหมดลงเต็มทีแล้ว

             เธอเดินลงมาจากรถคันเล็ก ๆ ของชาวบ้านที่ลงไปรับมาจากหมู่บ้านด้านล่าง เนื่องจากทางขึ้นมายังพื้นที่บริเวณนี้รถใหญ่ไม่สามารถเดินทางขึ้นมาได้ ภาพรอบ ๆ คือวิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นได้รอบด้านเมื่อขึ้นมาอยู่สูงขนาดนี้ บริเวณหนึ่งมีชิงช้าไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มีเด็กน้อยสองคนกำลังแกว่งเล่นกัน นักท่องเที่ยวมากมายหลายคนกำลังเลือกทำเลเพื่อจะกางเต็นท์ เสียงหัวเราะพูดคุยเฮฮาดังมาจากอีกมุมหนึ่งที่มีกลุ่มวัยรุ่นนั่งอยู่ บ้างก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพในยามเย็น บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความครื้นเครง สนุกสนาน น่ามากับครอบครัว กับแฟน หรือไม่ก็กลุ่มเพื่อน

Advertisement

Advertisement

              แต่แปลก บรรยากาศแบบนี้เธอกลับเลือกมาคนเดียว

              ฟ้ามืดไปแล้ว อุณหภูมิอากาศตอนเย็นเริ่มลดต่ำลงมามาก แสงไฟสลัว ๆ จากกองไฟแถวเต็นท์ในมุมหนึ่งส่องแสงสว่างให้เธอเห็นอยู่ไกลลิบ ๆ เธอเลือกที่จะพักอยู่บริเวณโซนของโฮมสเตย์ที่มีอยู่ไม่กี่หลัง ผมเห็นเธอเดินออกมานั่งอยู่ที่เสื่อหน้าโฮมสเตย์ไม้ไผ่ หลังจากได้รับมันเผาร้อน ๆ มานั่งทานเป็นเซอร์วิสจากเจ้าของโฮมสเตย์

              คืนนี้ท้องฟ้าเปิด เธอเลยเห็นดวงดาวอยู่เต็มฟ้า ผ้าห่มผืนบางของเธอถูกกระชับเข้าหาตัว เธอคงหนาวถึงแม้จะมีกระป๋องเบียร์วางอยู่ตรงนั้นไม่ห่างก็ตาม ผมรู้แหละว่าเธอเหงา เพราะเมื่อหลายปีก่อนเธอไม่ได้มาที่นี่คนเดียว แต่พอเขาหายไป ผมก็เห็นเธอมาที่นี่คนเดียวทุกปี เธอยกมือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดอะไรดูไปเรื่อย ผมได้ยินเสียงเธอฮัมเพลงออกมาเบา ๆ  

Advertisement

Advertisement

              เธอนั่งกอดเข่าพร้อมผ้าห่มนอนดูดาวนานเท่าไรก็ไม่รู้ แต่ผมก็มั่นใจว่าดึกมาก ก่อนผมจะเห็นเธอตัดสินใจลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องของเธอ พร้อมกับกระป๋องเบียร์ที่วางตั้งไว้อยู่หน้าห้องแบบนั้น

ภาพประกอบ 1              วันใหม่เริ่มต้นหลังจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมง พระอาทิตย์ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างแข็งขัน เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่ดังขึ้นทำให้เธอลุกขึ้นมานั่งอย่างงัวเงีย แสงแดดแรกในยามเช้าเริ่มส่องผ่านลอดประตูไม้ไผ่เข้ามา เธอยังคงนั่งทำใจพร้อมกับกอดผ้าห่มผืนหนาอยู่อย่างนั้นเกือบห้านาทีกว่าจะยอมลุกขึ้น

              ผมเห็นแล้วก็ขำ …

Advertisement

Advertisement

              เธอเดินไปล้างหน้าล้างตา แปรงฟันในห้องน้ำก่อนจะออกมา หน้าตาเธอดูสดชื่นขึ้นเล็กน้อย พอออกไปด้านนอกเธอก็เห็นนักท่องเที่ยวมากมายที่ออกมาดูพระอาทิตย์ดวงกลมโตที่กำลังจะขึ้นจากขอบฟ้า เธอเองก็เดินไปยังจุดชมวิวตรงนั้นเหมือนกัน ก่อนจะได้รูปถ่ายไปอีกหลายรูป

รูปประกอบ 2              ยามสายของวันทะเลหมอกก็เริ่มปรากฏตัวขึ้น มันขาวโพลนจนปกคลุมพื้นที่ด้านล่างไปเสียหมด เหมือนเกลียวคลื่นยักษ์ที่กำลังถาถมเข้ามา ผ่านภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่เบื้องล่างก่อนที่จะเข้ามาหาเธอ เธอไปยืนดูทะเลหมอกที่พัดเข้ามาหาตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนจะส่งยิ้มกลับออกไป ผมดีใจที่เห็นเธอยิ้มออก

ภาพประกอบ 3              เธอยกตัวผมที่คล้องอยู่ที่ลำคอขึ้นมา ก่อนจะหันหน้าผมเข้าหาใบหน้าตัวเอง โดยหันหลังให้กับทะเลหมอก

              “เราสบายดีนะ ไม่ต้องเป็นห่วง เราดีขึ้นมากแล้ว เราสัญญากันแล้วไง ว่าจะมาที่นี่ทุกปี ตอนนี้เราถ่ายรูปเองได้แล้วนะ กล้องของนายโคตรดี ถ่ายสวยด้วยแหละจะบอกให้” เธอพูดกับผม แต่ผมรู้ว่าเธอไม่ได้พูดกับผมจริง ๆ หรอก เธอพูดกับใครอีกคนของเธอต่างหาก

              คนที่เคยเป็นเจ้าของผมมาก่อน …

              ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ผมเห็นความเศร้าในดวงตาคู่สวยคู่นั้น

              แชะ …

 

แล้วผมก็บันทึกอีกหนึ่งภาพ ให้เป็นความทรงจำอีกเรื่องหนึ่งในชีวิตของเธอ

เครดิตภาพ : พระอาทิตย์สีแดง

เขียน : พระอาทิตย์สีแดง