เมื่อต้นเดือน พฤศจิกายน 2562ที่ผ่านมา มีชายคนหนึ่งชื่อ เอก (นามสมมติ) เอกกับเพื่อนได้รับจ้างตัดหญ้าที่ไร่แห่งหนึ่ง ทางอำเภอเชียงแสน เอกนั้นเป็นคนขยันทำมาหากิน หาเลี้ยงครอบครัวด้วยความสุจริต วันนั้นเอกและเพื่อนแยกย้ายกันทำงานปกติ จนกระทั่งช่วงพักเที่ยง เอกและเพื่อนต้องมากินข้าวด้วยกันเป็นประจำ แต่วันนี้เอกกลับเงียบหายไป ไม่ได้มากินข้าวด้วย ตัวเพื่อนเองก็ไม่ได้สงสัยและคิดว่าเอกคงเหนื่อยและคงจะกลับไปกินข้าวที่บ้านมั้ง แต่หลังจากที่เพื่อนคนนั้นกินข้าวเสร็จก็ลองไปหาเอกที่บ้าน ปรากฎว่าไม่พบ พอถามคนในบ้านก็บอกยังไม่กลับมา ตั้งแต่ที่ไปทำงานกับเอ็งแล้ว เพื่อนเริ่มเห็นท่าไม่ดีจึงรีบขับรถกลับมา ณ จุดที่เรามารับจ้าง และแล้วก็พบเอกนอนสลบอยู่ คาเครื่องตัดหญ้าที่กำลังทำงานอยู่ โชคดีที่เครื่องไม่ได้ตัดเอาส่วนใดส่วนหนึ่งร่างกายของเขาไป เพื่อนรีบพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดทันที หลังจากถึงมือหมอ เอกนั้นก็เริ่มรู้สึกตัวทุกคนต่างก็ดีใจ แต่บ่ายวันนั้นเอง อยู่ๆก็มีแมลงตัวหนึ่งมาต่อยเข้าที่ต้นขาของเขา ทำให้เขาปวดมาก ต้นขาของเขาบวม เขียวช้ำ และดำขึ้นในที่สุด พิษของแมลงที่ไม่รู้จักนี้ พิษลามเร็วมาก จนกระทั่งหมอบอกเห็นท่าไม่ดี ควรที่จะตัดขา เมื่อเขาได้ยินดังนั้น เอกรู้สึกเสียใจอย่างมาก เขาไม่อยากที่จะตัดขาหรอก ก็เพราะว่าเขาต้องดูแลทุกคนในครอบครัว แต่ถ้าไม่ตัดขา พิษก็อาจจะลามเข้าถึงขั้นหัวใจ ทำให้เขาอาจจะตายได้

Advertisement

Advertisement

ก่อนวันผ่าตัด ญาติๆตกลงกันลองที่จะไปปรึกษากับพระรูปหนึ่ง ญาติๆก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวหลานเอกให้ท่านฟัง

หลวงพ่อก็เลยถามขึ้นมาว่า: "ทำงานแถวไหนละ ถึงได้เป็นแบบนี้"

เพื่อนเอก: "ศาล ตรงแถวไร่แห่งหนึ่งครับท่าน"

Advertisement

Advertisement

หลวงพ่อ: เพื่อนเอ็งเจอของดีเข้าให้แล้วล่ะ ครั้นอดีตที่ตรงนั้นเคยเป็นวังเก่า และบริเวณศาลที่เพื่อนเจ้าไปตัดหญ้าก็คือที่ประทับของเจ้าเมือง

อยู่ๆหลวงพ่อก็ได้ยินเสียงแว่วนึงว่า "ข้าอยากอยู่สงบ เพื่อนเอ็งมาตัดหญ้าเสียงดังรบกวนข้า ข้าเลยสั่งสอน และต่อไปพวกเอ็งก็อย่ามายุ่งกับบริเวณที่ข้าอยู่อีก" หลวงพ่อก็ได้เอาคำที่ท่านเจ้าเมืองเตือนมาบอกกล่าวให้ญาติและเพื่อนเอกทันที

เพื่อนเอกและญาติ: "แล้วจะทำอย่างไรต่อดีคะ เอกมันอาการหนักถึงขั้นจะตัดขาในวันพรุ่งนี้แล้ว ตอนนี้มันก็ยังหนุ่ม แข็งแรงดีอยู่ มีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้หายเป็นปกติไหมหลวงพ่อ"

หลวงพ่อ: "พวกเอ็งก็เตรียมของไปขอขมาท่านซะ แล้วหลานเอ็งก็จะดีขึ้นเอง"

และแล้วเพื่อนเอก ญาติ และหลวงพ่อ ก็ได้ไปทำการขอขมาให้เอกอย่างเป็นทางการ ทุกคนหวังว่าเอกจะดีขึ้น แม้ว่าวิธีนี้จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายแล้วก็ตาม แต่แล้วหลังจากการได้ทำพิธีไม่นาน ก็ได้ขับรถมาหาเอกที่โรงพยาบาลเพื่อมาเยี่ยมเยียน แต่ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ ขาของเอกที่เคยบวม ได้กำหนดเวลาผ่าตัดแล้วนั้น ได้ยุบลงจนหายเป็นปกติ ญาติเลยเรียกหมอให้มาตรวจอาการอีกรอบ หมอตะลึง งง และบอกว่า "หาย ไม่ต้องตัดขา คุณออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ" ทุกคนดีใจอย่างมาก เป็นคำที่ทุกคนอยากที่จะฟังเป็นที่สุด ณ เวลานี้ เอกได้ออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย แล้วเขาสามารถเดิน ขับรถ วิ่งได้เองได้อย่างปกติแบบคนทั่วไป แม้ว่าจะพึ่งลุกจากเตียงผู้ป่วยออกมาไม่ถึง5นาทีที่แล้วเองก็ตาม หลังจากวันนั้นมา เขาและเพื่อนๆก็ไม่ไปทำงานรับจ้างที่แห่งนั้นอีกเลย 

Advertisement

Advertisement