เรื่องราวที่เราจะเล่าต่อไปนี้คือ เป็นเรื่องราวที่เราเจอกับตัวเองเป็นประสบการณ์ที่เจอกับตัวเองโดยตรง ก่อนอื่นต้องเล่าย้อนไปก่อนว่าเราออกจากงานเดิมมาประมาณ 3 เดือนกว่า ๆ แล้วก็ยังหางานทำไม่ได้ก็ส่งไปหลายที่เหมือนกันแต่ยังไม่มีที่ไหนตอบรับหรือโทรมาบอกเลย ก็ว่างงานอยู่บ้านเฉย ๆ หลังจากนั้นมาเด็กแถวบ้านที่เข้าโรงเรียนแถวบ้านมาบอกที่บ้านผู้อำนวยการโรงเรียนอยากให้ไปเป็นคุณครูสอนอนุบาลเพราะว่า คุณที่ประจำลาออกไปประจำการที่อื่นเลยไม่มีครูสอนเด็ก เราก็เลยงงๆ อยู่ว่าเด็กมันพูดเล่นหรือเปล่าก็เลยไปถามผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยตัวเองพอเจอหน้าแกก็เลยอยากมาถามเรื่องที่เด็กมันพูดเป็นความจริงไหม ? แกก็บอกว่าเป็นความจริงเพราะครูที่ประจำอยู่อนุบาล 2 เขาจะลาออกไปประจำการที่อื่น  ก็ถามว่าตอนนี้อยู่บ้านเราใช่ไหม ? ทำงานที่ไหน เราก็เลยบอกแกว่าตอนนี้ว่างงานค่ะกำลังหางานทำอยู่ค่ะ และแกก็ถามอีกว่าจบครูใช่ไหม เราก็เลยบอกว่าไม่ได้จบสายครูมาค่ะหนูจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สาขานิเทศศาสตร์(การสื่อสารสื่อใหม่)ค่ะ แกก็เลยถามว่าพอจะดูเด็กอนุบาลได้ไหมแบบเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เราก็เลยตอบผอไปว่าได้ค่ะ

Advertisement

Advertisement

            พอถึงวันอาทิตย์ตอนเย็นแกก็โทรหาบอกว่าวันจันทร์มาเริ่มทำงานได้เลย ใส่ชุดธรรมดาไปก่อนนะเพราะเรายังไม่ได้เป็นครู พอถึงวันจันทร์ที่ 20 ม.ค 63 ก็ไปถึงโรงเรียนได้เจอครูที่เขาประจำอยู่ที่ห้องอนุบาล 3 ครูเขาก็ถามอีกว่าจบครูมาหรอ ก็เลยตอบว่าไม่ค่ะครูเขาก็ถามต่ออีกว่าแล้วพอจะได้ดูหลักสูตรอนุบาลมาบ้างหรือเปล่า เราก็เริ่มคิดละว่ามันไม่ใช่พี่เลี้ยงแล้วก็เริ่มคิดอีกว่าทำไมเป็นพี่เลี้ยงเด็กต้องดูหลักสูตรของอนุบาลมาด้วยก็เลยตอบครูว่าไม่ได้ดูค่ะ พอถึงเวลาจริงๆ ที่จะต้องสอนเด็ก

Advertisement

Advertisement

               ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่พี่เลี้ยงเด็กธรรมดาเหมือนว่าไปช่วยครูเขาอีกทีแต่ความจริงมันไม่ใช่เลยอ่ะ เพราะตอนแรกผอบอกว่าให้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กพอไหวไหม ก็ไม่คิดว่าจะต้องมาเป็นครูที่ต้องสอนเด็กอนุบาลในวัย 4-5 ขวบ OMG คือบอกเลยว่ามันไม่ใช่ทางเพราะเราไม่ได้เรียนครูหรือจบสายครูมาโดยตรงแผนการสอนในแต่ล้วนก็ต้องเป็นเราที่ต้องคิดแผนทั้งหมดว่าจะสอนอะไรพวกเด็ก ๆ ดี คือแบบไม่ใช่อย่างที่เราคิดเลยจ้าเข้าใจหัวอกความเป็นครูเลยวีรกรรมในตอนเด็กวิ่งเข้ามาในหัวเลยจ้าที่ไปได้ไปพบเจอกับเด็ก ทั้งมีความดื้อ ความซน บอกอะไรก็ไม่ค่อยจะฟังกันแหละนี้ก็คงเป็นบันทึกเรื่องราวของความเป็นครูครั้งแรกของเราทั้ง ๆ ที่ไม่ได้จบสายครูมาก็ต้องมาสอนเด็กนักเรียนในวัย 4-5 ขวบให้อยู่ในกฎระเบียบเรียบร้อย

Advertisement

Advertisement

เชื่อเถื่อว่าการจะเป็นครูที่ดีต้องมีความอดทน ต้องใช่ความใจเย็นเป็นอย่างมาก

 

 ครูเปรียบเหมือนเรือจ้างที่ส่งลูกจ้างไปยังฝั่งให้รอดปลอดภัย 

               ภาพประกอบโดย ผู้เขียนภาพประกอบโดย ผู้เขียนภาพประกอบโดย ผู้เขียน

   สรุปการทดลองการเป็นครูสอนอนุบาลครั้งแรกของเฟี้ยวฟ้าวนั้น ให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับเด็กทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างมากจากที่เคยเป็นคนใจร้อนใครพูดอะไรไม่เข้าหูก็จะตะโกนด่า ถามว่าชอบเด็กไหม ก็ไม่เท่าไหร่นะเพราะหลายครั้งจะชอบด่าเด็กเป็นประจำแต่ตั้งแต่การทดลองเป็นครูแล้วรู้เลยว่าเราต้องมีธีโน้มน้าวให้เด็กเชื่อฟังเรายังไง ตะโกนใส่พวกเขาก็ไม่ได้เพราะว่าไม่ใช่ลูกหลานของเราอีกอย่างก็มีพ่อหลายแม่ หลายที่อบรมสั่งสอนไม่เหมือนกันการปรับตัวให้เข้ากับเด็กๆ ในห้องเรียนที่มีประมาณ 10 กว่าคนถือว่ายากมากสำหรับเราเพราะอีกอย่างเราไม่ได้เรียนสายครูมาโดยตรงเลยไม่รู้วิธีการว่าต้องทำยังไงให้เด็กเชื่อฟังเราได้ ก็เป็นการเปลี่ยนชีวิตที่ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเราไหนจะเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับเด็ก ไหนจะเรื่องพื้นฐานการสอนเด็ก การอบรมเด็กให้เป็นคนดีของสังคมบความนี้ให้ข้อคิดกับผู้อ่านคือ การศึกษาหาความรู้ไม่มีวันหมดอายุต่อให้คุณจบสายอะไรมาก็ตามแต่ในชีวิตจริง บางคนก็ไม่ได้ทำงานตามสายที่เรียนมาหรือบางคนก็ได้ทำงานตามสายที่ตัวเองเรียน ก็อยากจะบอกว่าไม่เลือกงานไม่ยากจน ไม่ดูถูกอาชีพต่าง ๆ และการหาความรู้เพื่อพัฒนาตัวเองก็เป็นสิ่งที่ดีงามมาก ยิ่งมีโอกาสก็รีบคว้ามันไว้ก่อนที่จะสายเกินไปและทุกอาชีพสอนให้คนเป็นคนดีทำงานแบบสุจริต ไม่คดโคงบริษัททำงานด้วยความสุจริตและทำงานให้มีความสุข

 

ภาพหน้าปก 

https://pixabay.com/th/photos/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87-1782430/