https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3737-1.jpg

Advertisement

Advertisement

/>

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดบ้านจัดแถลงข่าว “10 เรื่องดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2563” ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ชูเรื่องเด่น “ดาวพฤหัสบดีเคียงดาวเสาร์” ใกล้ที่สุดในรอบ 397 ปี เผยโฉมความคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐานดาราศาสตร์และห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์สุดล้ำ จับตาการส่งยานสำรวจสู่ดาวอังคาร และปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามตลอดปี

Advertisement

Advertisement

alt="https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3796-1.jpg" />

ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนติดตาม 10 เรื่องราว “ดาราศาสตร์สำคัญในปี 2563” ดังนี้
1) The Great Conjunction 2020 ดาวพฤหัสบดีเคียงดาวเสาร์ ใกล้ที่สุดในรอบ 397 ปี (20-23 ธันวาคม 2563) ระยะห่างเพียง 0.1 องศาเท่านั้น เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะเสมือนเป็นจุดสว่างเพียงจุดเดียว หากใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังขยายไม่เกิน 200 เท่า จะสามารถมองเห็นดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดีอยู่ในช่องมองภาพเดียวกัน นักดาราศาสตร์เรียกปรากฏการณ์ที่ดาวเคราะห์ทั้งสองปรากฏอยู่ใกล้กันมากบนท้องฟ้าว่า “The Great Conjunction”

Advertisement

Advertisement

2) จันทรุปราคาเงามัว และสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย อุปราคาในปี 2563 ที่สามารถสังเกตเห็นได้ในประเทศไทยมี 4 ครั้ง ได้แก่ จันทรุปราคาเงามัว : 11 มกราคม/ 6 มิถุนายน/ 30 พฤศจิกายน 2563 และสุริยุปราคาบางส่วน : 21 มิถุนายน 2563 โดยจันทรุปราคาแบบเงามัว เกิดจากดวงจันทร์โคจรเข้าไปในเงามัวของโลกบางส่วน ไม่ได้ผ่านเข้าไปในบริเวณเงามืดของโลก ดวงจันทร์จึงไม่เว้าแหว่ง ยังคงเห็นเป็นดวงจันทร์เต็มดวงแต่ความสว่างลดลง และ 21 มิถุนายน 2563 จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน แนวคราสวงแหวน พาดผ่านฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา คาบสมุทรอาหรับ เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิก สำหรับประเทศไทยจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์บางส่วน ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่ง สามารถสังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย แต่ละภูมิภาคจะมองเห็นดวงอาทิตย์ถูกบดบังแตกต่างกัน ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังมากที่สุดบริเวณภาคเหนือที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 62.70% เวลา 14:42 น.

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3739-3.jpg

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3740.jpg

3) ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ Super Full Moon ที่ระยะห่าง 357,022 กิโลเมตร (8 เมษายน 2563) คืนดังกล่าวจะสังเกตเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย และดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี หรือ Micro Full Moon ที่ระยะห่าง 406,153 กิโลเมตร (31 ตุลาคม 2563) คืนดังกล่าวจะสังเกตเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดปรากฏเล็กกว่าปกติเล็กน้อย

4) ดาวเคราะห์ใกล้โลก ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก (14 กรกฎาคม 2563) ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในแนวเดียวกันมีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่างประมาณ 619 ล้านกิโลเมตร ปรากฏเด่นชัดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า , ดาวเสาร์ใกล้โลก (21 กรกฏาคม 2563) ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเสาร์ เรียงอยู่ในแนวเดียวกันมีโลกอยู่ตรงกลางส่งผลให้ดาวเสาร์อยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่างประมาณ 1,346 ล้านกิโลเมตร ปรากฏเด่นชัดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้หลังจากดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า , ดาวอังคารใกล้โลก (6-14 ตุลาคม 2563) – วันที่ 6 ตุลาคม 2563 ดาวอังคารจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่างประมาณ 62.07 ล้านกิโลเมตร หลังจากนั้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (ดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคาร เรียงอยู่ในแนวเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง) ห่างจากโลกประมาณ 62.70 ล้านกิโลเมตร ช่วงเวลาดังกล่าวดาวอังคารจะส่องสว่างสุกใส เปล่งประกายสีส้มแดงโดดเด่นบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออก

5) ฝนดาวตก มีตลอดทั้งปี แต่ที่น่าจับตาได้แก่ ฝนดาวตกควอดรานติดส์ : 3-4 มกราคม 2563 (เฉลี่ย 120 ดวงต่อชั่วโมง) ฝนดาวตกลีโอนิดส์ : 17-18 พฤศจิกายน 2563 (เฉลี่ย 15 ดวงต่อชั่วโมง) และ ฝนดาวตกเจมินิดส์ : 13-14 ธันวาคม 2563 (เฉลี่ย 150 ดวงต่อชั่วโมง)

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3776.jpg

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3780-1.jpg

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3781-1.jpg

6) NASA ส่งยาน MARS 2020 มุ่งสู่ดาวอังคาร ยาน MARS 2020 เป็นรถสำรวจดาวอังคาร ที่องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐอเมริกา (NASA) มีแผนจะส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 มีภารกิจหลักเพื่อศึกษาดาวอังคารในหลายประเด็น ได้แก่ สภาพแวดล้อมในอดีตบนดาวอังคารในเชิงชีวดาราศาสตร์ กระบวนการทางธรณีวิทยาบนพื้นผิวดาวอังคาร วิวัฒนาการของดาวอังคารในเชิงชีวดาราศาสตร์ เช่น สภาพเอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต (Habitability) ของดาวอังคารในอดีต ความเป็นไปได้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตสมัยดึกดำบรรพ์บนดาวอังคาร การตรวจหาสัญญาณบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิต (Biosignature) คาดว่ายาน MARS 2020 จะลงสู่พื้นผิวดาวอังคารบริเวณหลุมอุกกาบาตเยเซรอ (Jezero Crater) ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

7) อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร แหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ครบวงจรแห่งใหม่ของไทย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กำหนดเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ในวันที่ 27 มกราคม 2563 โดยอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาทางดาราศาสตร์ของประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งรวมศิลปวิทยาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ เป็นแหล่งค้นคว้า ศึกษาวิจัย บ่มเพาะและสร้างนักวิจัยดาราศาสตร์ เป็นศูนย์บริการข้อมูล ฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีดาราศาสตร์ จัดกิจกรรมทางดาราศาสตร์ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการที่สำคัญของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 54 ไร่ บริเวณตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย อาคารสำนักงานใหญ่ อาคารปฏิบัติการ อาคารท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการ ที่ประกอบด้วย ส่วนท้องฟ้าจำลองระบบฟูลโดมดิจิทัล ความละเอียดสูงสุด 8K ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 เมตร ความจุ 160 ที่นั่ง และพื้นที่สำหรับรถผู้พิการ อาคารหอดูดาว เป็นอาคารสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าด้วยกล้องโทรทรรศน์แบบต่างๆ และลานกิจกรรมอเนกประสงค์กลางแจ้ง กำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3738-2.jpg

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3751.jpg

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3769-1.jpg

8) ติดตั้งจานรับสัญญาณกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ณ หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ สดร. อยู่ในระหว่างการก่อสร้างหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ ติดต่อกล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบจานเดี่ยว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายดาราศาสตร์วิทยุและยีออเดซี เพื่อพัฒนางานวิจัยดาราศาสตร์วิทยุและด้านธรณีวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาผลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเปลือกโลก ซึ่งอาจมีผลต่อการเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือ สึนามิ เป็นต้น คาดว่าจะดำเนินการยกจานรับสัญญาณ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ติดตั้งบนอาคารฐานรากที่ใช้เป็นอาคารควบคุมการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2563

9) ปักหมุดหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบ แห่งที่ 4 ของไทย หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปลายปี 2565 หากแล้วเสร็จ จะเป็นศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์ที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อบริการวิชาการดาราศาสตร์ สนับสนุนงานวิจัยดาราศาสตร์สำหรับนักเรียน นักศึกษา สถาบันการศึกษาภูมิภาค และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการของชุมชนและท้องถิ่น

10) การพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ “ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูง” นอกจากภารกิจค้นคว้าวิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์สู่ประชาชนแล้ว สดร. ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบและสร้างอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการวิจัย และมุ่งใช้ดาราศาสตร์ เป็นส่วนสำคัญเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน ยกระดับงานวิจัยและวิศวกรรม ให้สามารถเป็นผู้ออกแบบและสร้างอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ระดับสูงด้วยตัวเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยี จากต่างประเทศ ความรู้ความเชี่ยวชาญที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานด้านดาราศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปต่อยอดประยุกต์ในสาขาอื่น ๆ ได้อีกด้วย ปัจจุบัน สดร. มีห้องปฏิบัติการเทคโนโลยี ดาราศาสตร์ขั้นสูง 5 ด้าน ได้แก่ 1) เทคโนโลยีทางทัศนศาสตร์และโฟโตนิกส์ (Optics and Photonics) 2) เทคโนโลยีด้านความถี่ในช่วงคลื่นวิทยุ (Radio Frequency Technology) 3) เทคโนโลยีแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) 4) เทคโนโลยีขึ้นรูปชิ้นงานความละเอียดสูง (High Precision Machining) 5) เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงและวิทยาศาสตร์ข้อมูล (High Performance Computing and Data Science)

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3785.jpg

พร้อมกันนี้ ดร. ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนทุกท่านติดตาม 10 เรื่องดาราศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า และขอเชิญชวนทุกคนให้มาเยี่ยมชม เสริมสร้างแรงบันดาลใจทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรียนรู้เรื่องราวดาราศาสตร์ ผ่านท้องฟ้าจำลอง นิทรรศการดาราศาสตร์ และหอดูดาวภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้าด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจข่าวสารดาราศาสตร์เพิ่มเติม ติดตามได้ที่ www.facebook.com/NARITpage หรือ www.NARIT.or.th