ไม่ว่าใครก็อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานกันทั้งนั้นค่ะ 

หลายคนก็จะพยายามหาวิธีการต่างๆที่ช่วยพาไปสู่เป้าหมายแต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญและมีผลกระทบอย่างมากซึ่งเรามักจะมองข้ามคือนิสัยที่เราทำอย่างต่อเนื่องทุกวันบางคนอาจจะคิดว่านิสัยของเรามาส่งผลแค่เพียงเล็กน้อยแต่ผลกระทบที่เล็กน้อยและทำต่อเนื่องกันจนยอดสะสมกลายเป็นผลกระทบที่ใหญ่มากขึ้นได้เพราะเราสามารถฝึกนิสัยแบบคนประสบความสำเร็จได้ ทำต่อเนื่องกันนานๆจะยิ่งเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ ในทางกลับกันถ้าเรามีนิสัยในหน้าที่ตรงกันข้ามที่อาจจะทำลายโดยขัดขวางความสำเร็จของเราโอกาสประสบความสำเร็จก็ยิ่งน้อยลงซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก เพราะการประสบความสำเร็จบางครั้งต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างและเราว่าต้องมีทั้งปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้

ภาพถ่ายโดยนักเขียน

   วันนี้เรามาดู 7 นิสัยที่ไม่ควรทำหากอยากประสบความสำเร็จในชีวิตกันค่ะ

Advertisement

Advertisement

1. ไม่วางแผนการทำงานในแต่ละวัน มีใครที่ตั้งเป้าหมายแล้วแต่รู้สึกว่าตัวเองไปไม่ได้สักทีไหมคะนั่นเป็นเพราะว่าการตั้งเป้าหมายอย่างเดียวนั้นไม่พอ เราต้องวางแผนด้วยว่าทำยังไงให้เราถึงเป้าหมายนั้นได้สำเร็จ ถ้าเราไม่วางแผนก็เหมือนกับเราทำทุกอย่างแบบลอยไปมา ถ้าเราทำแบบนี้เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าตอนนี้เราอยู่ตรงจุดไหนขอเส้นทางในการไปสู่เป้าหมายของเรา และถ้าเราทำแบบนี้เราก็จะมองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด พอเราไม่มีแผน เราก็จะเสียเวลาไปกับการนั่งเล่นโซเชียลมีเดียไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเราไปไม่ถึงไหน จนสุดท้ายอาจทำให้เราล้มเลิกไปเลยก็ได้  

การวางแผนงานในแต่ละวันมันยังช่วยกระตุ้นให้เราลงมือทำบ้างขึ้น โฟกัสได้มากขึ้นซึ่งตัวช่วยสำหรับการแก้นิสัยในข้อนี้คือการเขียนแพลนเนอร์ค่ะการเขียนแพลนเนอร์ทำให้เราสามารถวางแผนงานในแต่ละวันได้และจะช่วยย้ำเตือนเป้าหมายที่สำคัญมากที่สุดในชีวิต  

Advertisement

Advertisement

ภาพถ่ายโดยนักเขียน

2. คือการไม่มีวินัย ซึ่งถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งที่แยกคนประสบความสำเร็จออกจากคนอื่น ก็น่าจะเป็นความมีวินัยค่ะไม่ว่าเป้าหมายของเราจะเป็นอะไรก็ตามเราไม่สามารถลงมือทำได้แค่เพียงวันเดียวและประสบความสำเร็จเลย ทุกๆอย่างต้องอาศัยความพยายามในการลงมือทำและเวลา มันไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จแต่ขาดความมีวินัยเลยค่ะ เกือบแทบทุกคนเป็นคนที่มีวินัยในตัวเองสูงมากดังนั้นต้องพยายามปรับนิสัยของเราให้เป็นคนมีวินัยมากขึ้น

 

3 .นอนหลับบ่อยมากเกินไปหรือนอนตื่นสาย บางคนอาจจะเป็นตอนช่วงกลางดึก แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นตอนเช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากที่สุดของวัน จะเป็นช่วงที่เราตื่นเช้าใหม่ๆ เราจะรู้สึกมีพลังมากที่สุดจึงเหมาะมากที่เราจะใช้เวลานี้ทำงานที่สำคัญสำคัญ และมีพลังในการโฟกัสเยอะๆ ถ้าจะให้ดีควรเป็นงานที่ยากที่สุดควรเอามาทำตั้งแต่ตอนเช้าเลย แค่เราลองปรับเวลาตื่นให้เช้าขึ้นประมาณ 1-2 ชั่วโมง เราก็จะมีเวลามากขึ้น เพื่อที่จะทำงานหลายอย่างได้สำเร็จเลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

 

4. เสียเวลาไปกับโลกออนไลน์มากเกินไป ถึงแม้อินเทอร์เน็ตจะมีประโยชน์อย่างมากในการเชื่อมต่อผู้คนและข้อมูลจำนวนมหาศาลแต่มันก็อาจเป็นเหตุผลของใครหลายคนที่ทำงานไม่เสร็จสักทีเพราะมัวแต่เล่นโซเชียลมีเดีย วิธีง่ายๆที่จะเลิกนิสัยหยิบมือถือมาเล่นตอนทำงาน คือ เอามือถือวางไว้ไกลๆตัวเรา หรือไว้คนละห้อง หรือปิดโทรศัพท์มือถือไปเลย

 

 5. ไม่จัดลำดับความสำคัญ จากหนังสือกินกบตัวนั้นซะได้แนะนำให้เราทำงานชิ้นที่ยากและสำคัญมากที่สุดสำหรับเราเป็นอย่างแรกในตอนเช้า จึงเปรียบเทียบเหมือนกับการกินกบตัวนั้นซะตั้งแต่เช้า จากนั้นทั้งวันเราก็จะสบายใจเพราะทำงานเสร็จตั้งแต่เช้าแล้ว ช่วยสร้างความรู้สึกว่าเราได้ทำงานเลยภูมิใจในตัวเอง แต่ถ้าเราไม่ยอมทำเลื่อนงานที่สำคัญนั้นออกไปเรื่อยๆ เราก็จะกังวลแล้วเราก็จะใช้เวลาทั้งวันนั้นอย่างไม่มีความสุข มัวแต่คิดเรื่องงาน

 6 .ขี้บ่น มัวแต่บ่นจนไม่ยอมทำงานสักที เลื่อนผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ยิ่งบ่นมากยิ่งไม่ยอมทำ พอไม่ทำงานก็ยิ่งดองเยอะยิ่งบ่นมากขึ้นไปอีกวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไปไม่ถึงไหนสักที หากเราสามารถหลีกเลี่ยงการบ่นได้นอกจากจะช่วยเซฟเวลาให้เราแล้วจะช่วยลดการพูดลบของเราลงไปด้วย เพราะการบ่นก็เหมือนเป็นการพูดสิ่งที่เรากับตัวเองสร้างพลังด้านลบถึงบ่นไปก็ไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จไวขึ้นเอาเวลาที่บอกว่าเริ่มต้นทำงานให้มันเสร็จไวๆดีกว่า

ภาพถ่ายโดยนักเขียน

7. กลัวความล้มเหลว ความกลัวล้มเหลวเป็นตัวขัดขวางเราสู่ความสำเร็จหลายครั้งที่เราอาจจะมีไอเดียบางอย่างแต่ไม่เคยได้ลองทำสักทีเพราะคิดว่าเราจะรับมือกับความล้มเหลวไม่ได้การไม่ลงมือทำอะไรเลยยอมล้มเหลวแน่นอน 100% แทบทุกคนที่ประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้เคยผ่านการล้มเหลวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแถมอาจจะมากกว่าคนอื่นทั่วไปด้วยซ้ำแต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างคือพวกเขาไม่กลัวความล้มเหลวเพราะเขาไม่ปล่อยให้ความกลัวเหล่านั้นเป็นตัวฉุดรั้งพวกเขาเอาไว้แต่พวกเขาพยายามซ้ำแล้วซ้ำอีกล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ทุกครั้งจนกระทั่งสุดท้าย ความพยายามที่จะยอมแพ้นั้นจึงช่วยนำพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จความกลัวล้มเหลวไม่ควรเป็นอุปสรรคที่สุดของเราไปสู่เป้าหมายเราสังเกตตัวเองดูนะคะว่านิสัยแบบไหนที่เป็นปัญหามากที่สุดสำหรับเรา ยังไงก็ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ

 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !