Cover Photo Credit By Canva/หน้าปกwebsite

โควิด -19 ระบาด มาทำ IF หรือ intermittent Fasting ซะเลย

เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้ทั่วโลกอยู่ในสภาวะวิกฤติไปในทุกๆด้านอีกครั้ง ผู้คนมากมายได้ล้มหายตายจากเป็นว่าเล่นและไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะหนุ่มจะแก่ หญิงหรือชาย แม้กระทั่งเด็กตาดำๆ ยาเวชภัณฑ์ เครื่องใช้อุปกรณ์การแพทย์ต่างขาดแคลนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผลิตไม่ทันต่อความต้องการและขาดตลาดบ้าง เช่น หน้ากากอนามัย เป็นต้น ก็อย่างที่ผู้อ่านได้เห็นตามช่องทางสื่อต่างๆ ยิ่งของอุปโภค บริโภคต่างๆ ที่ราคาค่อนข้างแพงขึ้นทุกวัน เช่น ไข่ไก่ ที่ราคากระโดดสูงจนน่าตกใจ เนื่องจากการเก็งกำไรของพ่อค้าคนกลางที่คอยฉวยโอกาสในยามที่บ้านเมืองเข้าสู่ขั้นวิกฤติ กินกันมาเป็นทอดๆ รวมถึงการที่รัฐบาลได้ออก พรก.ฉุกเฉินขึ้นมายิ่งทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของเราค่อนข้างมีขีดจำกัด ทำให้สิ่งที่เราเคยทำเป็นกิจวัตรได้หายไปบ้าง เช่น ห้ามเดินออกนอกบ้านในเวลาที่กำหนด ห้ามข้ามเขต ห้ามว่ายน้ำตามสระต่างๆ ห้ามออกกำลังกายใน Gym เป็นต้น แต่สิ่งเหล่านี้มันถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องร่วมมือร่วมใจให้มันผ่านพ้นไปให้ได้ในเวลาอันใกล้นี้

Advertisement

Advertisement

Clean foodCredit By;httpspixabay.comphotosclean-eating-broccoli-sweet-potato-2677200

แล้วในเมื่อเราโดนจำกัดเรื่องขอบเขตการใช้ชีวิตแล้ว ทีนี้จะทำอะไรดีละ ผู้เขียนขอแนะนำโปรแกรมๆหนึ่งที่สามารถทำได้ในห้องหรือภายในบ้านได้ ที่พยายามคิดตั้งนานสองนานว่าจะทำอะไรดีในช่วงนี้ สิ่งที่ผู้เขียนคิดออกและจะแนะนำสู่ทุกๆท่านคือ IF หรือ intermittent Fasting หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การกินแบบจำกัดช่วงเวลา และวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีลดน้ำหนักที่คนทั่วโลกใช้กันซึ่งทำแล้วผู้คนส่วนมากจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ผลดีเป็นอย่างมาก หลักขั้นตอนการเผาผลาญก็คือ อดอาหาร อินซูลินลดลง ร่างกายปล่อย และสุดท้ายร่างกายจะดึงไขมันทั้งหมดจากร่างกายของเราออกมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ทีนี้เราจะแบ่งเวลาการกินเป็นสองช่วงดังนี้ คือ 1.ช่วงอด (Fasting) 2. ช่วงกิน (Feeding)

Advertisement

Advertisement

ทีนี้เราลองมาดูรูปแบบการกินบ้างว่าต้องทำยังไร ซึ่งจะมีหลายรูปแบบ ทางผู้เขียนจึงอยากจะแนะนำและบอกกล่าววิธีให้ท่านๆผู้อ่านโดยเลือกวิธีที่คิดว่าบอกไปแล้วทางผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติและเห็นผลได้ดีและไม่หนักจนเกินไปที่ร่างกายจะรับไหว แบบที่ 1เรียกว่า Lean Gains คือ อด 16 ชม. และกิน 8ชม. โปรแกรมนี้ผู้เขียนใช้อยู่เหมือนกัน ทุกวันนี้ผู้เขียน อดตั้งแต่ 18.00 น.จนถึง 10.00 น.ของอีกวันหนึ่ง หลังจากนั้นก็เริ่มทานอาหารเช้า ส่วนมื้อกลางวันก็ทานสัก 14.00 น. มื้อเย็นก็ทานสัก 17.30 น. ทำแบบนี้ทุกวัน ตอนนี้น้ำหนักก็ลดไปประมาณ 8-9 กิโลกรัม ทำมาแล้ว 4 เดือน นะครับ ช่วงที่ทำก็พยายามทานอาหารที่มีประโยชน์และมีพลังงานต่อร่างกาย ลดน้ำตาล น้ำหวาน แป้งขัดขาว กินคาร์โบไฮเดรตไม่ควรเกิน 20-50 กรัม และกินไขมันจากธรรมชาติ เช่น อะโวคาโด กะทิ มะพร้าว และน้ำมันงาเป็นต้น เพราะการกินอาหารเหล่านี้จะทำให้อินซูลินไม่สูง เหมาะสมสำหรับการทำ Fasting เป็นอย่างมาก ที่สำคัญต้องมีวินัยและซื่อสัตย์ในตัวเอง ไม่กินอาหารที่มีไขมันจากสัตว์และปริมาณแคลลอรี่ ที่มากจนเกินไป และที่สำคัญก็คือออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย แค่นี้เราก็จะมีหุ่นที่ดีและร่างกายที่แข็งแรง

Advertisement

Advertisement

SlimCredit By;httpspixabay.comphotosbelly-body-clothes-diet-female-2473

ส่วนวิธีอื่นๆก็จะมีแบบที่ 2 เรียกว่า Fast 5 คือ อด 19 ชม.และกิน 5 ชม. แบบที่ 3 Eat Stop Eat คือ อดอาหาร 24 ชม. 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ แบบที่ 3 เรียกว่า warrior diet คือ อด 20 ชม. กิน 4 ชม. ส่วนมากจะเน้นกินพวกผัก โปรตีนและอาหารที่ให้พลังงาน สามารถดื่ม ชา กาแฟ ที่ไม่ใส่น้ำตาลได้ ส่วนอีกแบบหนึ่งก็คือ ADF (Alternate Day Fasting)คือการอดอาหารแบบวันเว้นวัน ซึ่งเป็นวิธีที่น่าจะยากที่สุดสำหรับคนใจถึง โดยวันที่อดสามารถทานอาหารที่ปริมาณแคลลอรี่ต่ำและปริมาณน้อยๆได้ แต่สำหรับผู้เขียนคงต้องขอบายก่อนนะครับ แต่สำหรับคนที่สนใจวิธีไหนก็ขอให้ดูรูปแบบที่ทำแล้วไม่ทรมานตัวเองและเป็นผลเสียมากกว่าผลดี จนเกินไปนะครับ เดี๋ยวจากที่อดอาหารกลับกลายเป็นว่าไม่สบายแล้วต้องเข้าโรงพยาบาลหยอดน้ำเกลือเอาซะละ

ReadingCredit By;httpspixabay.comphotoskindle-ereader-tablet-e-reader-

สุดท้ายนี้ก็ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าช่วงที่กินก็ต้องกินเต็มที่ เลือกสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและครบ 5 หมู่ ที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระชับกล้ามเนื้อ ควรแบ่งหรือทำตารางการออกกำลังกายชัดเจน อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงบ้างสำหรับผ่อนคลาย เพื่อให้การลดน้ำหนักครั้งนี้ของเราสมบูรณ์แบบและไม่เสียเวลาเปล่า ที่สำคัญโปรแกรมนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร รวมถึงคนที่ขาดสารอาหาร และเด็กอายุต่ำกว่า18 ปี ห้ามทำเด็ดขาด แค่นี้การกักตัวเองอยู่ในที่พักก็จะไม่ใช่เรื่องหน้าเบื่ออีกต่อไป