Cover photo credit by; pixabay.com

โควิด-19 กับผลต่อกระทบวงการฟุตบอล

 

            ก็อย่างที่ทุกคนทุกท่านได้รับชมรับทราบผ่านทางช่องทางต่างๆไม่ว่าจะทางสื่อทีวี สื่อออนไลน์ต่าง ๆ ว่า ตอนนี้สถานการณ์เกี่ยวกับไข้ไวรัส โควิด-19 ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแบบตั้งตัวแทบไม่ทัน จำนวนผู้ป่วยสะสมขึ้นทุกวันจนถึงวันนี้ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลกอยู่เกือบ 1,096,006 ราย เสียชีวิต 58,788 กว่าราย รักษาหายแล้วเกือบๆ 225,796 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 04 เม.ย. 2563) ซึ่งสถานการณ์แบบนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบต่อการดำรงชีพประจำวัน ความเป็นอยู่ของทุกคน รวมถึงรายได้จากที่ได้รับกันเป็นกอบเป็นกำ มาถึงวันนี้ แทบทุกสาขาอาชีพโดนหักเงินเดือนเป็นจำนวน % บ้าง บางคนโดนบังคับลาโดยไม่ได้รับค่าจ้างบ้าง เป็นต้น

                คอลัมน์นี้ ผู้เขียนจะมาพูดถึง โควิด -19 และผลกระทบต่อวงการฟุตบอลและนักบอลทั่วโลกอย่างไร แน่นอนว่าตอนนี้ลุกลามไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ไล่ตั้งแต่คนดูแลสนาม คนซักผ้า คนขัดรองเท้า คนเตรียมอาหาร หรือแม้แต่ผู้บริหารทีม เริ่มจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด มีนโยบายที่จะลดค่าจ้างพนักงาน และผู้บริหารของทั้งสองแห่ง มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา หรือจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจากการกระทำตรงนี้จะส่งผลต่อพนักงานสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ บจก.ไทยลีก ที่มีอยู่กว่า 100 ชีวิต ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจิปาถะ มากมายหลายอย่าง แต่ก็ต้องยอมทำตัดชิ้นเนื้อตัวเอง เพื่อประคับประคองไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในอนาคต ต่อไป

Advertisement

Advertisement

Audience

                Credit By; pixabay.com

Advertisement

Advertisement

                ทีนี้เราลองมาดูสถานการณ์สโมสรชื่อดังต่าง ๆ ทั่วโลกกันบ้างว่าเขามีมาตรการรองรับสถานการณ์นี้อย่างไร เพื่อประคับประคองการเงินและเพดานค่าใช้จ่ายของสโมสรในช่วงที่ไม่มีรายได้จากด่านต่างๆ เช่นการถ่ายทอดสด การขายของที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น เริ่มที่ บาร์เซโลน่า ที่เล่นบทโหด สั่งหักเงินค่าเหนื่อยของพนักงานลง 70% เพื่อช่วยเหลือการเงินของทีมในช่วงไวรัสโควิดระบาด และทำให้ ลีโอเนล เมสซี่ ดาวเตะชื่อดังของทีม รายได้หายไป 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ จะเหลือแค่ 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เท่ากับว่ารายได้หายไป 14 ล้านบาทต่อสัปดาห์เลยทีเดียว ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะยังตกใจอยู่ ว่าเป็นไปได้หรืออย่างไร แต่บอกตรงๆว่านี่คือเรื่องจริงครับ ส่วนคนอื่นโดนกันหมดครับ หลุยส์ ซัวเรซ,อองตวน กรีชมันน์,เกราร์ด ปิเก้ และคนอื่นๆอีกมากมายทั้งสโมสร แอตเลติโก้ มาดริด ที่มีพนักงานกว่า 500 คน และเอสปันญ่อล ก็ประกาศแล้วว่าจะหั่นค่าจ้างนักเตะและพนักงานลง 70%

Advertisement

Advertisement

StadiumCredit By; pixabay.com

            มาทางฝั่งอิตาลีกันบ้างซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากและทำให้การแข่งขันฟุตบอลในประเทศก็ถูกระงับไป เริ่มจากสโมสรยูเวนตุส แถลงการณ์ยืนยันว่า พนักงานและสต้าฟฟ์ของทีม ได้ตกลงยินยอมที่จะลดค่าจ้างของตัวเองเป็นเวลา 4 เดือน ในช่วงที่วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะทำให้เซฟเงินสโมสรไปถึง 90 ล้านยูโรเป็นอย่างน้อย และหลายสโมสรก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก แต่ทางสมาคมฟุตบอลอิตาลี ก็ยืนยันว่าพวกเขาจะกลับมาแข่งขันให้ได้เป็นอันดับแรกและให้จบภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ ขณะที่สโมสรบาเยิร์น มิวนิค จากเยอรมัน ทางนักเตะและผู้บริหารทุกคน ตกลงที่จะหั่นเงินเดือนตัวเองคนละ 20% นำไปช่วยเหลือพนักงานของสโมสรที่ขาดรายได้ในช่วงกักกันตัวเองจากโควิด-19 และก่อนหน้านี้ท่านผู้อ่านก็คงได้ยินข่าวที่นักเตะชื่อดังหลายๆคนได้ร่วมกันบริจาคเพื่อระดมทุนไปบริจาคช่วยเหลือหน่วยงานที่รับมือกับไวรัสจนยอดบริจาคตอนนี้พุ่งไป 4 ล้านยูโรแล้ว

FootballCredit By; pixabay.com

                ทางด้านประธานยูฟ่า ยังมองหาหนทางและหวังให้ฟุตบอลยุโรปแข่งขันจนจบฤดูกาล ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นทางออกที่สมเหตุสมผล และทำให้ไม่มีฝ่ายไหนเสียเปรียบและฝ่ายไหนได้ประโยชน์จนเกินไป ขณะที่ฟีฟ่าก็หวังให้นักเตะหั่นค่าของตัวเองลงครึ่งหนึ่งเพื่อพยุงกิจการของสโมสร ขณะที่ยังมีนักเตะชื่อดังบางรายปฏิเสธยอมรับข้อตกลงในการยินยอมให้ลดค่าเหนื่อย แต่ก็มีนักเตะหลายๆคนที่ยอมเต็มใจยอมลดเอง เนื่องจากมองว่ามันเป็นสถานการณ์สุดวิสัย ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและถึงเวลาที่เขาต้องร่วมแรงร่วมใจกันในการฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปด้วยกัน เพราะอย่าลืมว่าแฟนบอลคือส่วนหนึ่งที่ทำให้นักบอลมีวันนี้ได้ สุดท้ายนี้ผู้เขียนหวังว่าทุกอย่างจะกลับมาปกติในเร็ววันนี้ และอยากเห็นฟุตบอลกลับมาแข่งขัน เรียกว่าทนรอแทบทนไม่ไหวก็ตาม

 

Sunshine