สวัสดีค่ะ อยากจะเล่าประสบการณ์การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าบริเวณเข่าซ้ายค่ะ โดยข้อมูลมาจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วน ๆ ค่ะ

ขอเริ่มจากสาเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บก่อนเลยนะคะ เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้วเราเป็นนักกีฬาเทควันโด อุบัติเหตุเกิดช่วงเวลาที่ซ้อมเป็นจังหวะที่กระโดดเตะแล้วต้องบิดตัวพร้อมกับวางขาข้างซ้ายลงพอดีเลยทำให้เข่าเกิดการบิดตัวและล้มลงบนพื้นค่ะ  ตอนนั้นรู้สึกเจ็บมาก เราเลยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและไปหาหมอเพื่อทำการตรวจ พบว่าเอ็นไขว้หน้าฉีกเล็กน้อย ตอนนั้นเราไม่ได้ตัดสินใจทำการรักษาโดยการผ่าตัดและก็ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ระหว่างนั้นก็จะมีอาการเข่าหลวม เวลาหมุนตัวหรือวิ่งก็จะเจ็บบ้าง ปีนี้เราเลยตัดสินใจทำการรักษาโดยการผ่าตัดเนื่องจากรู้สึกว่าเข่ามีอาการหลวมเพิ่มมากขึ้นและเพื่อความสบายใจในการดำเนินชีวิตในอนาคตค่ะ

Advertisement

Advertisement

เมื่อไปพบหมอก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา หมอก็เช็คเข่า ปรากฏว่าเข่าหลวมจริง ๆ จากนั้นหมอจะส่งไปทำ MRI และหลังจากดูผลหมอจะทำการนัดเพื่อที่จะวางแผนทำการผ่าตัดและนัดเข้ามานอนโรงพยาบาลเพื่อเตรียมตัว จะขอเล่าว่าเราใช้สิทธิ์นักศึกษาในการเข้ารักษาจึงทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย

วันผ่าตัด: หมอจะนัดเรามานอนที่โรงพยาบาลก่อน 1 วัน โดยให้ไป x-ray และงดข้าวงดน้ำหลังเที่ยงคืนเพื่อเตรียมตัวผ่าตัด ในเช้าวันถัดไปเราได้คิวผ่าตัดตอนประมาณ 7.30 น ก่อนผ่าตัดเรากังวลมาก กลัวมากจริง ๆ พอถึงเวลาที่จะเข้ารับการผ่าตัดก็จะมีเจ้าหน้าที่พาเราไปที่ห้องผ่าตัด พอเข้าไปในห้องผ่าตัดแล้วคุณหมอก็จะเอาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาติดตามตัว พร้อมกับทำการบล็อคหลัง คุณหมอน่ารักมากพูดให้กำลังใจชวนเราคุยตลอด ส่วนตัวขั้นตอนการบล็อคหลังเราไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่เหมือนการฉีดยาปกติเลย หลังจากนั้นท่อนล่างก็ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ หมอก็ให้ยาทำให้เราสะลึมสะลือจากนั้นเราก็หลับไปคะ(ไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว ฮ่า ๆ) เราเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาซึ่งตอนนั้นหมอยังผ่าตัดไม่เสร็จ! แต่เป็นช่วงหลังของการผ่าตัดแล้วค่ะ หมอกำลังทำการผ่าตัดใกล้จะเสร็จแล้ว เรารู้สึกปวด ๆ ตึง ๆ นิด ๆ ตรงขาแต่ก็ยังพอทนไหว จากนั้นเราก็ถูกพามาที่ห้องพักหลังผ่าตัด การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ คุณหมอเก่งมาก ช่วงระหว่างรอกลับเตียงเราปวดขามาก หิวด้วยแล้วก็รู้สึกอยากอาเจียนนิดหน่อยและได้มารู้ทีหลังว่ามันเป็นอาการข้างเคียงหลังการฉีดยาชา

Advertisement

Advertisement

หลังจากการผ่าตัด: พอถึงช่วงเย็นพยาบาลมาบอกให้เราฉี่ค่ะ แต่คือเราฉี่ไม่ออก ครึ่งตัวล่างยังชาอยู่เลย ช่วงดึกเราก็พยายามฉี่อีกครั้งถึงจะฉี่ออกซึ่งก็ใช้เวลานานพอสมควร โดยเราต้องเข้าห้องน้ำ เช็ดตัว ทำธุระต่าง ๆ บนเตียง คืนแรกหลังจากผ่าปวดเข่ามากจึงต้องกินยาแก้ปวดเรื่อย ๆ ถึงจะนอนหลับได้ วันถัดมาคุณหมอแวะมาหา พร้อมบอกผลการผ่าตัดว่าเรียบร้อยดี

Advertisement

Advertisement

สรุป: เอ็นไขว้หน้าขาดหายไป และหมอนรองกระดูกหัวเข่าฉีกเล็กน้อยโดยหมอทำการปัดให้แล้ว

หลังผ่าตัดได้ 1 วัน: คุณหมอจะพันผ้าไว้แน่นและให้ยกขาสูงและขาเหยียดตรงตลอดเลยค่ะ เพื่อลดอาการบวมและมีสายต่อมาจากเข่าไหลไปที่กระบอกสำหรับระบายเลือด พอเลือดในกระบอกหยุดไหล (ประมาณอีก 1-2 วัน) หมอจะมาแกะผ้าพันและท่อออก ซึ่งขั้นตอนนี้เจ็บมาก แผลมีขนาดเล็ก ช่วงอาทิตย์แรกขาข้างที่ผ่าตัดจะมีอาการกระตุกเวลานอนหลับและรู้สึกเจ็บมาก พอผ่านอาทิตย์แรกไปอาการนี้ก็หายไปคะ
หลังจากได้รับการผ่าตัดเป็นแผล 3 จุด

หลังจากนำท่อออกแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่มารับไปทำกายภาพบำบัดและสอนการใส่ knee brace โดยล็อคไว้ที่ 0 องศาและสอนวิธีการใช้ไม้ค้ำยัน รวมถึงสอนการขึ้นลงบันไดด้วยค่ะ โดยการงอเข่าในช่วงแรก ๆ ต้องใช้เครื่องในการช่วยงอเข่า เริ่มแรกจะมีเป้าหมายให้สามารถงอเข่าได้ 90 องศา วันแรกที่เริ่มทำกายภาพเรางอได้ประมาณ 70 องศา ก็รู้สึกเจ็บแล้ว และทำการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าเพื่อให้กล้ามเนื้อตื่นตัว วันถัดมาหมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ค่ะ ช่วงเวลา 1 อาทิตย์แรกเราไม่สามารถยกขาเองได้เลย เหมือนขาไม่มีแรงต้องใช้มือยกหรือใช้ขาอีกข้างช่วยตลอด ในระหว่างช่วงที่รอพบหมอในอีก 2 อาทิตย์นี้ต้องใส่ knee brace ประคองเข่าและใช้ไม้ค้ำยันตลอด รวมถึงการไปทำกายภาพบำบัดอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

อุปกรณ์ใส่สำหรับประคองเข่า หรือ knee brace

ไม้ค้ำยัน

วันที่ไปตัดไหม: วันนี้เข้าไปพบหมอพร้อมกับตัดไหม หมออนุญาตให้ปรับ knee brace ไปที่ 90 องศาแล้วค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มลงน้ำหนักขาซ้ายได้มากขึ้นแต่ก็ยังกลัว ๆ และหมอนัดอีกที 1 เดือนนับจากวันตัดไหมค่ะ โดยหลังจากตัดไหมได้ 1-2 วันถึงสามารถอาบน้ำได้ค่ะ

ในช่วงที่รอพบหมอครั้งที่ 2 เราได้เดินทางไปกรุงเทพฯคนเดียว โดยไม่ได้ใช้ไม้ค้ำแต่จำเป็นต้องใส่ knee brace ตลอดเวลาเพื่อช่วยในการพยุงเข่าเวลาเดิน การเดินบนทางเรียบเราเดินได้ปกติไม่รู้สึกเจ็บอะไรแล้วค่ะ แต่ขึ้น-ลงบันไดอาจจะลำบากและเจ็บนิดหน่อยค่ะ

หลังจากพบหมอครั้งที่ 2 : หลังจากผ่าตัดได้ประมาณ 1 เดือนกว่า ๆ ตอนนี้สามารถงอเข่าได้ถึง 120 องศาแล้วค่ะ ตอนหมอตรวจจะรู้สึกได้เลยว่าเข่าแน่นขึ้นมากเมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัดค่ะ หมอแนะนำให้ใส่ knee brace จนครบ 3 เดือน และทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

สรุปอาการตอนนี้ในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง สามารถเดินได้ปกติแล้วค่ะ อาจจะมีปวดบ้าง แต่ต้องระวังการก้าวขึ้น-ลงบันได ระวังเรื่องการบิดตัว 

ขอฝากเป็นข้อมูลในการตัดสินใจสำหรับคนที่มีปัญหาเดียวกันนะคะ การผ่าตัดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ อาจจะเกิดการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกได้ หากอายุยังน้อยแนะนำให้รีบปรึกษาหมอเพื่อทำการรักษาเพราะร่างกายจะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้เร็ว

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลาย ๆ คนนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่า knee brace 2,000 บาท

ค่าผ่าตัด ~2,000 บาท(เนื่องจากใช้สิทธิ์นักศึกษา)

ค่าทำกายภาพบำบัดอาทิตย์ละ 2 ครั้ง 500++

 

ภาพถ่ายโดยนักเขียน