สวัสดีจ้า.. ยินดีต้อนรับคุณเมล็ดพันธุ์ผัก สู่สวนริมระเบียงน้อย ๆ ของฉัน

หลังจากที่ได้ส่งซองเปล่าขนาด 13 ซม.×18 ซม.ติดสแตมป์ 5 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเอง ไปที่ ผศ.ฉันทนา วิชรัตน์ อาคารปรับปรุงสภาพและตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์พืชอินทรีย์ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตอนนี้คุณบุรุษไปรษณีย์ก็ได้นำส่งซองที่จ่าหน้าด้วยลายมือคุ้นตา.. ที่ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นลายมือของเราเอง ใช่แล้ว.. มันคือซองที่ส่งไปขอเมล็ดพันธุ์ผักเมื่อเดือนก่อนนี่ แอบดีใจเบา ๆ

 เมล็ดพันธุ์ผักแจกฟรีมาถึงมือของฉันแล้ว

อ้อลืมบอกไป.. ก็มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดโครงการแจกเมล็กพันธุ์.. เพื่อส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวทั่วไทย ทั่วทุกภาค ทุกคนที่ส่งไปขอก็จะได้รับแจก คนละ 2 ชุด แต่ละชุดก็ประกอบไปด้วยเมล็ดพันธุ์พืชจำนวน 5 ชนิด มีคละกันไปทั้ง ผักสวนครัว ชุดผัก อย่างเช่น พริก มะเขือ กะเพรา  โหระพา และผักใบ เช่น ผักกาด  ผักคะน้า ฯลฯ มีครบชุด เพื่อให้ไว้ปลูกเป็นผักสวนครัวประจำบ้านค่ะ 

Advertisement

Advertisement

ซองใส่เมล็ดพันธุ์

สำหรับ โครงการนี้ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้นั้นเกิดขึ้นด้วยแนวคิดที่ต้องการจะช่วยเหลือสังคม ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนคนไทยทั่วทุกภาคทุกพื้นถิ่น ได้สร้างความมั่งคงทางอาหาร ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเป็นการเตรียมความพร้อมระดับครัวเรือน ในการสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการนี้ได้รับความสำเร็จอย่างงดงาม.. ก็ด้วยเพราะความร่วมมือจากหลายภาคส่วนด้วยกัน อาทิเช่น สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และศูนย์การเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักเกษตรอินทรีย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่จะช่วยให้คนไทยมีพืชผัก อาหารปลอดภัย ในช่วงวิกฤต- 19

Advertisement

Advertisement

เกริ่นนำกันมาพอสมควรแล้ว ไปทำความรู้จักกับเมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดที่ได้รับมากันดีกว่าค่ะ
  1. มะเขือเทศ พันธุ์อีเป๋อสันทราย
  • มะเขือเทศ พันธุ์อีเป๋อสันทราย

 

ลักษณะเฉพาะของผลเขา คือ มีเปลือกที่หนากว่ามะเขือเทศพันธุ์อื่น ๆ รดชาดเปรี้ยวกว่า จึงเหมาะกับการนำไปทำอาหารประเภทยำ ต้มยำ หรือสำหรับคนที่นิยมนำไปทานเล่น ๆ ก็อร่อยค่ะ แถมได้ผิวสวย ๆ เป็นของแถมอีกนะคะ ในการปลูกนั้น จากการที่ศึกษาข้อมูลมา ให้เราปลูกวางลำต้นแนวนอน เพราะต้นมะเขือเทศสามารถแทงรากออกมาทางลำต้นได้ การวางแนวนอนจะช่วยเพิ่มจำนวนราก เมื่อรากเยอะหาอาหารเก่ง ต้นไม้จะเติบโตดี ไม่เกิน 5 วัน ต้นตั้งตรงเองได้ ไม่ต้องกังวล จากนั้นให้หมั่นริดกิ่งหรือใบที่อยู่ด้านล่าง ๆ ของลำต้นให้โล่งเลยค่ะ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น รากเน่า โคนเน่า เหี่ยวเขียว เป็นต้น มะเขือเทศไม่ต้องให้น้ำเยอะมากนะคะ เพราะหากน้ำเยอะเกินไป เราจะเห็นผลของเขามีรอยแตก และแนะนำให้รดที่โคน ห้ามโดนใบค่ะ 

Advertisement

Advertisement

 

ขอขอบคุณข้อมูล มะเขือเทศ พันธุ์อีเป๋อสันทราย จากเฟซบุ๊ค ธนาคารเมล็ดพันธุ์ด้วยนะคะ

 


2พริกขี้หนู พันธุ์พัฒนฉันท์พริกขี้หนู พันธุ์พัฒนฉันท์

พริกพันธุ์พัฒนฉันท์.. เป็นพริกสายพันธุ์แท้ ได้มาจากการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ (pure-lire selection) จากพริกที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงคัดเลือกจากแปลงรวบรวมพันธุ์พริกของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้เก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชในวงศ์มะเขือ (Solanaceae) มานานกว่า 15 ปี เช่น พริก มะเขือ เป็นต้น โดยแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์ได้มาจากหลายแหล่ง อาทิ การให้นักศึกษาเก็บพันธุกรรมพื้นถิ่นจากภูมิลำเนา จากงานวิจัยของคณาจารย์สาขาพืชผักที่เก็บรวบรวมไว้ดั่งเดิมต่อเนื่องกันมา เป็นต้น พันธุกรรมพริกซึ่งได้มีการเก็บรวบรวมไว้ จะถูกนำมาปลูกใหม่เพื่อรักษาพันธุกรรม (maintenance) และนำมาปลูกให้นักศึกษาได้เรียนรู้ลักษณะต่าง ๆ รวมถึงฝึกวิธีการคัดเลือกพริก

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จ ณ แปลงปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และได้ทรงคัดเลือกพริกจากแปลงรวบรวมพันธุ์พริกของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ไว้จำนวน 1 ต้น รหัส PE52-2-1-4 จากนั้นคณะทำงานปรับปรุงพันธุ์ผักได้จัดทำแผนงานเพื่อพัฒนาพันธุ์พริกจากต้นดังกล่าว โดยใช้วิธีการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ ดำเนินการคัดเลือก จำนวน 6 รอบ จนมีลักษณะคงที่ ปลูกศึกษาลักษณะประจำพันธุ์ ณ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนำไปปลูก ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จทอดพระเนตร ในวันที่ท 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 มูลนิธิชัยพัฒนาได้ขอพระราชทานชื่อเมล็ดพันธุ์พริกนี้ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยายบรมราชกุมารี ได้พระราชทานชื่อพันธุ์ว่า พัฒนฉันท์ ความหมายคือ มีความยินดีความพอใจที่ได้พัฒนาร่วมกันและมีชื่ออาจารย์ผู้ปรับปรุงพันธุ์เป็นที่ระลึก

ลำต้นมีลักษณะการเจริญเติบโตแบบเป็นพุ่ม (compact) สูง 60 - 70 เซนติเมตร กว้าง 50 - 60 เซนติเมตร จำนวนกิ่งแขนง 15 - 20 กิ่ง ใบเดียว รูปใบหอก ( lanceolate ) ใบกว้างประมาณ 3 - 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 9 - 10 เซนติเมตร ใบสีเขียวเข้ม ดอกเดี่ยวหรือช่อดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มักออกดอกเป็นช่อ กลีบดอกสีขาว อับเรณูสีม่วง ผลมีเนื้อหนึ่งถึงหลายเมล็ด (berry) ติดผลเป็นช่อ ผลชี้ตั้งขึ้น รูปร่างผลเรียวยาว (elongate) กว้างประมาณ 0.8 - 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 - 7 ผลอ่อนสีเขียว บางผลมีสีม่วง ผลแก่สีแดงเข้ม ไม่มีสีม่วงที่ โคนผลมน (obtuse) ปลายผลแหลม (pointed) น้ำหนักผลเฉลี่ย 2 - 3 กรัมต่อผล ความหนาเนื้อเฉลี่ย 0.1 เซนติเมตร จำนวนช่อต่อต้น 15 - 20 ช่อ จำนวนผลต่อช่อ 10 - 15 ผล จำนวนผลประมาณ 500 - 600 ผลต่อต้น เซนติเมตร ก้านผลยาวประมาณ 4 เซนติเมตร จำนวนเมล็ด 60 - 70 เมล็ดต่อผล อายุการออกดอก 30-35 วันหลังย้ายปลูกม, 2. ปริมาณผลผลิตสด 900 - 1,000 กรัมต่อต้น, 3. อายุการเก็บเกี่ยวผลผลิต 90 - 120 วันหลังเพาะเมล็ด

ขอขอบคุณข้อมูลพริกพันธุ์พัฒนฉันท์จาก ฐานข้อมูลพืชพรรณไม้ภายในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของมูลนิธิชัยพัฒนา

 


3. ถั่วแขกสีม่วง พันธุ์สิริธร เบอร์ 1

ถั่วแขกสีม่วง พันธุ์สิริธร เบอร์ 1

ถั่วแขกสีม่วง "สิรินธร เบอร์ 1" เป็นผลงานวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ของ ผศ.ฉันทนา วิชรัตน์ และทีมงานนักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมือวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จ.เชียงราย

สำหรับ “ถั่วแขกสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1” เป็นถั่วฝักยาวสำหรับบริโภค มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบขึ้นค้าง ใบ เป็นแบบสามเหลี่ยม ใบมีสีเขียวแต้มม่วง ใบย่อยส่วนปลายมีความกว้าง 10.5 ซม.และยาว 13.25 ซม. ก้านใบมีสีม่วง ด้านหลังใบและท้องใบมีขนเล็กน้อย ดอก/ช่อดอก มีตำแหน่งข้อที่ดอกแรกบานพบข้อที่ 4-5 สีกลีบคู้ข้างและสีกลีบกลางมีสีม่วง 

ฝักและเมล็ด มีลักษณะเป็นฝักสดสีม่วง รูปร่างปลายฝักแหลม มีความยาวประมาณ 14.50 ซม. มีความกว้างฝักประมาณ 0.89 ซม. น้ำหนักฝักประมาณ 8.17 กรัม ลักษณะฝักโค้งเล็กน้อย ผิวฝักเรียบ รูปร่างเมล็ดเป็นรูปไต เมล็ดมีสีครีมลายกระ สีขั้วเมล็ดสีครีม จำนวนเมล็ดต่อฝัก 8-10 เมล็ด น้ำหนัก 100 เมล็ดเท่ากับ 21.98 กรัม มีอายุการเก็บเกี่ยวเพียง 45 วันจัดอยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE

เป็นถั่วที่ได้มาจากการผสมข้ามระหว่างถั่วแขกสายพันธุ์แม่ CMB001 กับสายพันธุ์พ่อ CMB013 ซึ่งเป็นพันธุกรรมจากแหล่งรวบรวมพันธุ์ถั่วแขกของสาขาพืชผัก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลักษณะสายพันธุ์แม่จะเป็นถั่วแขกเลื้อย ฝักกลม สีเขียว ให้ผลผลิตสูง ออกดอกเร็ว ส่วนสายพันธุ์พ่อ เป็นถั่วแขกพันธุ์พุ่ม ฝักกลม ปลายเรียวแหลม ฝักมีสีม่วงเข้ม ผลผลิตต่ำ ทำการผสมข้ามเมื่อปี 2551 ณ สำนักฟาร์ม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ปลูกคัดเลือกจำนวน 7 รอบ ได้ถั่วแขกที่มีลักษณะคงที่ทางพันธุกรรม จากนั้นทำการปลูกทดสอบรวมกับสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อเก็บข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในปี 2557-2558 ได้นำไปปลูก ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เคยเล่าว่า ถั่วชนิดนี้เป็นพันธุ์พืชที่คิดค้น ปรับปรุง และพัฒนาพันธุ์โดยนักวิจัยของหน่วยงานทั้งภาครัฐ-เอกชน และเกษตรกร เจ้าของหรือนักปรับปรุงพันธุ์พืชสามารถขอให้กรมวิชาการเกษตรให้การรับรองเป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ได้ ทั้งนี้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพันธุ์ที่คิดค้นได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มีการคิดค้น และปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ๆ ให้เป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ปรับปรุงพันธุ์พืช อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทยต่อไปค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูล ถั่วแขกสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1 จาก คมชัดลึก ไลฟ์สไตล์ ค่ะ

 


4. แมงลัก

แมงลักแมงลัก เป็นพืชล้มลุกในสกุลกะเพรา-โหระพา ลักษณะของต้นแมงลักจะคล้ายกันกับต้นกะเพรา จนหลายคนอาจจะสับสนได้นะคะ แต่กลิ่นและใบจะมีสีอ่อนกว่า ลำต้นของแมงลัก จะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 65 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมจากทุกส่วน ใบเป็นใบเดี่ยว รูปร่างรี ขอบใบเรียบหรือหยักมน ดอกออกช่ออยู่ปลายยอด กลีบดอกมีสีขาว และร่วงง่าย ผลเป็นผลชนิดแห้ง ภายในมี 4 ผลย่อย เรียกว่า เม็ดแมงลัก มีลักษณะกลมยาวสีดำ มีเมือกห่อหุ้ม

เราสามารถปลูกได้โดยใช้กิ่งชำหรือใช้เมล็ดเพาะเป็นต้นกล้าแล้วย้ายปลูก เมื่อเมล็ดงอกขึ้นมาได้อายุ 1 เดือน ลงแปลงที่เตรียมดินไว้ ระยะระหว่างต้นและระหว่างแถว 40 เซนติเมตร แต่ถ้าเมื่อถอนขึ้นมาก่อนนำไปปลูกลงดิน ต้องตัดยอดทิ้งก่อนหรืออาจตัดออกครึ่งต้นก็ได้ ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรตัดแต่งรากด้วย เพราะแมงลักที่ตัดแต่ง รากจะงอกงามกว่าค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูล แมงลัก จาก วิกิพีเดีย ค่ะ


 

5. มะเขือเปราะ พันธุ์พวงหยกจักรพันธุ์

มะเขือเปราะ พันธุ์พวงหยกจักรพันธุ์

มะเขือเปราะพันธุ์นี้ได้จากการผสมข้ามระหว่างมะเขือเปราะสายพันธุ์แม่ พันธุ์ขาวกรอบแม่โจ้ กับสายพันธุ์พ่อ EP 06 จากแหล่งรวบรวมพันธุ์มะเขือของสาขาพืชผัก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลักษณะสายพันธุ์แม่เป็นมะเขือเปราะต้นเตี้ย ออกดอกเร็ว ติดผลเป็นช่อ ผลกลม สีขาว เนื้อกรอบ ส่วนสายพันธุ์พ่อเป็นมะเขือเปราะต้นสูง ออกดอกช้า ผลผลิตต่ำ ผลกลมใหญ่สีเขียวลาย เนื้อเหนียวไม่กรอบ ทำการผสมข้ามเมื่อปี พ.ศ. 2552 ณ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ปลูกคัดเลือกจำนวน 7 รอบ ได้มะเขือเปราะที่มีลักษณะคงที่ทางพันธุกรรม จากนั้นทำการปลูกทดสอบร่วมกับสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อเก็บข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในปี พ.ศ. 2557–2558 ได้นำไปปลูก ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 และพระราชทานนามว่า “มะเขือเปราะพวงหยกจักรพันธ์”

"ต้น   ไม้พุ่ม (shrub) มีเนื้อไม้ ความสูงของลาต้น 80-90 เซนติเมตร มีขนบนลำต้นเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ (alternate) รูปไข่ (ovate) ปลายใบแหลม (acute) ขอบใบเว้า (lobed) เป็นคลื่นเล็กน้อย เส้นกลางใบ (midrib) สีเขียว แผ่นใบมีขน ก้านใบมีขน ออกเป็นช่อดอก ดอกย่อยจานวน 3-4 ดอก เส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง (calyx) 5 แฉกที่ปลาย สีเขียว กลีบดอก (petal) 5-6 แฉก สีม่วง เกสรเพศผู้ (anther) สีเหลือง ผลแบบมีเนื้อหนึ่งถึงหลายเมล็ด (berry) รูปร่างกลม (globose) ปลายผลกลม (rounded) สีหลักสีเขียว ลายความเข้มของสีผลมีสีอ่อน เป็นเงา กว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงติดทน (persistent calyx) หนา สีเขียว เนื้อในสีขาว ผลสุกสีเหลือง อายุการออกดอก 60-65 วัน หลังเพาะเมล็ด ผลผลิตประมาณ 1,000-1,200 กรัมต่อต้นค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูล มะเขือเปราะ พันธุ์พวงหยกจักรพันธุ์ จาก ฐานข้อมูลพืชพันธุ์สัตว์มหาวิทยาแม่โจ้ ค่ะ

 


ข้อควรปฏิบัติ เมื่อได้รับเมล็ดพันธุ์

1. ดำเนินการปลูกอย่างรวดเร็ว

2. ถ้ายังไม่พร้อมปลูกหรือปลูกไม่หมด ให้เก็บไว้ในตู้เย็น ช่องธรรมดา โดยเก็บไว้ในภาชนะมิดชิด ห้ามอากาศเข้า

(เมล็ดพันธุ์นี้จะมีคุณภาพดีเมื่อเก็บรักษาถูกต้อง และปลูกก่อน เดือนธันวาคม 2564)

 


เกร็ดความรู้

 

การให้ไม่มีที่สิ้นสุด

เมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ ที่สามารถเดิบโต เป็นต้นไม้ เป็นดอกไม้หรือเป็นพืชผัก ให้คุณค่าที่งดงาม และทรงพลังกับสรรพสิ่งในโลกใบนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้เชื่อมั่นในการมอบเมล็ดให้แก่กันนั้น เป็นการให้ที่ไม่สิ้นสุด เพราะ 1 เมล็ดคือ 1 ชีวิต ที่จะสามารถร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ได้อีกมหาศาล

ตัวอย่าง มะเขือเปราะ 1 ต้น

ซึ่งเกิดจาก 1 เมล็ด ให้ผลประมาณ 100-150 ผล/ต้น  โดย 1 ผลมีเมล็ดประมาณ 500-700 เมล็ด นั่นคือ จากเมล็ดมะเขือเปราะ 1 เมล็ด จะได้เมล็ดมะเขือเปราะ 50,000 - 75,000 เมล็ด ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 100-150 วันเท่านั้น 

เมล็ดที่บรรจุในซองนี้เป็นเมล็ดพันธุ์แบบผสมเปิด (Open Pollinated ; Op) ซึ่งสามารถเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ต่อได้

 

ปลูกผักสวนครัวอย่างไรให้แข็งแรง

ปลูกเพื่อคนที่คุณรัก

ทุกอย่างเริ่มต้นที่ใจ เมื่อใจต้องการ กระบวนการจะเริ่มขึ้น

1. เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือ อินเตอร์เน็ต หรือการออกไปท่องเที่ยวดูของจริง ตามสถานที่ต่าง ๆ สิ่งที่ควรจะต้องเรียนรู้ เช่น ปัจจัยในการเจริญเติบโตของพืช การปฏิบัติดูแล รักษา การจัดการดิน น้ำ การป้องกันกำจัดโรคแมลงต่าง ๆ ชนิดและพันธุ์พืชผักต่างๆ (เรียนรู้มากๆ)

2. ลงมือปฏิบัติ เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด เริ่มการปฏิบัติโดยการวิเคราะห์สถานที่ที่มี เพื่อการปลูกผัก 1 ต้น หรือ 1 แปลง หรือมากกว่านั้น ตามความต้องการ

 

จากนั้น "ลงมือทำ" แล้วคุณจะรู้ว่าการปลูกผักสวนครัวมีเสน่ห์อย่างไร 

ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อยู่เคียงข้างคนไทย

พ้นภัยโควิด-19 เพื่อความมั่นคงทางอาหาร

Cr. ภาพถ่ายประกอบบทความนี้ทุกภาพ โดย เด็กหญิงเมล็ดพันธุ์