" เราผิวแห้งจนเป็นขุยติดเสื้อผ้าสีดำ ใส่แขนสั้นก็เห็นความกร้าน คิดในใจแบบนี้ไม่โอเคแล้ว "


ที่เชียงใหม่ ฤดูหนาวที่ผ่านมานับว่าเป็นหนาวที่ค่อนข้างนานกว่าปีก่อน และหนาวเย็นพอให้ชื่นใจ พอให้ได้ใส่เสื้อสองชั้นอย่างไม่เคอะเขิน แต่เมื่อลมหนาวโบกมือลาไป ลมร้อนเข้ามาแทนที่ แต่ความหนาวได้ฝากของขวัญไว้ให้เรา ของขวัญที่ว่า คือ อาการผิวแห้งขุยนั่นเอง  โดยสภาพผิวกายในยามที่ไม่ประสบปัญหา จะมีลักษณะผิวธรรมดาค่อนข้างแห้งบริเวณมือ เท้า ไม่แพ้แสงแดดง่าย ๆ ไม่แพ้น้ำหอม แต่เนื่องจากอากาศที่เย็นและความชื้นในอากาศลดลง ประกอบกับฝุ่นควัน PM 2.5 ทั้งสองส่วนนี้จึงถูกคาดว่าเป็นเหตุให้ผิวมีปัญหา เราจะเขียนไทม์ไลน์ย่อ ๆ เล่าอาการให้ฟัง

เริ่มจากผิวเราเริ่มแห้งลงจากปกติ ทาโลชั่นหลังอาบน้ำจะชุ่มชื้นอยู่ประมาณ 30 นาที จึงรู้สึกถึงความแห้งกร้าน จากนั้นประมาณหนึ่งอาทิตย์ผิวเริ่มเป็นขุย เริ่มจากข้อเท้า หัวไหล่ อาทิตย์ถัดมาอาการไม่ดีขึ้นจากการบำรุงด้วยเบบี้ออยล์และน้ำมันมะพร้าว ผิวแห้งขุยเพิ่มมากขึ้นบริเวณหน้าแข้ง ต้นขา หลังแขนและข้อศอกลงมา ซึ่งแน่นอน ส่งผลต่อชีวิตประจำวันเข้าให้แล้ว ดูไม่ดี ดูจะเป็นปัญหากับการแต่งตัว เสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้นต้องพักก่อนนนน ยิ่งวันไหนใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงสีดำ ถอดเสื้อมานี่ชัดเลย ติดเสื้อ!

Advertisement

Advertisement

ภาพประกอบ 1

เริ่มไม่สนใจแล้ว  เดี๋ยวอากาศร้อนขึ้นก็หาย แต่อาการไม่เป็นเช่นนั้น ที่หัวไหล่และแขนกลายจากขุยแห้ง ผิวหยาบไม่เรียบเนียน กลายเป็นผื่นแดง เริ่มคันและเป็นผื่นแผล  ส่องกระจกเห็นแขนตัวเองแล้วตกใจ แถมคิดต่อว่าถ้าผื่นหายมันต้องทิ้งรอยดำไว้แน่ ๆ แย่แล้วตัวฉัน

อยู่เฉยไม่ไหวแล้ว จึงเริ่มต้นหาข้อมูลและทางแก้ไข ความชุ่มชื่นในผิวมี 3 ปัจจัยหลัก คือผิวชั้นบน มีสารชุ่มชื้นตามธรรมชาติ มีหน้าที่จับโมเลกุลน้ำ ปัจจัยถัดมาเป็นไขมันจำเป็นในผิว เช่น เซราไมด์ มีหน้าที่ทำให้ชั้นปกป้องผิวแข็งแรง ป้องกันน้ำระเหยออกไป ปัจจัยสุดท้ายผิวชั้นที่ลึกลงไปจะมีอะควอพอรินทำหน้าที่ส่งผ่านน้ำจากเซลล์สู่เซลล์ 

Advertisement

Advertisement

พูดถึงไขมันที่เป็นเกราะป้องกัน (BARRIER) ของผิวเป็นคนละชนิดกับไขมันที่ออกมากับเหงื่อ ออกมาตามรูขุมขน และไขมันนี้ประกอบไปด้วยไขมันอีก 3 ชนิด นั่นคือ CERAMIDE , CHOLESTEROL และกรดไขมัน แน่นอน เซราไมด์เป็นจำนวนพบมากที่สุด ซึ่งเซราไมด์ก็มีหลากหลายชนิด เท่ากับว่า ถ้าเซราไมด์ผิวของเราลดลง ผลที่ตามมาคือปัญหาผิว

ข้อมูลวิเคราะห์การทำงานแต่ละชนิดของเซราไมด์ยังมีอีกมาก แต่เท่าที่เราพอจับความได้และเริ่มเข้าใจปัญหาของตัวเอง ในภาวะผิวแห้งหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า XEROSIS เกิดได้จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก เช่น อายุที่มากขึ้น ดื่มน้ำไม่เพียงพอ การใช้ยารักษาโรคบางชนิด ส่งผลให้มีภาวะผิวไม่เรียบเนียนแห้งเป็นขุย เนื่องจากผิวแห้งทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ไม่ดี จึงมีผิวที่เสื่อมสภาพสะสมอยู่ ส่วนกรณีผิวบางแพ้ง่ายเกิดได้จากสารระคายเคืองเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น เช่น น้ำหอม สารเคมีจากผลิตภัณฑ์ , การขาดไขมันที่จำเป็นในผิว (SKIN BARRIER LIPIDS) ทำให้ผิวหนังอ่อนแอการยึดเกาะของผิวเกิดได้ไม่ดี น้ำจึงสูญเสียออกจากผิวได้ง่าย ส่วนปัจจัยภายนอก เช่น ปริมาณความชื้นในอากาศลดลง แสงแดด สารทำความสะอาดทำร้ายไขมันในผิวที่จำเป็น และสิ่งที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ทำให้เราเริ่มมั่นใจว่าเราอาจเข้าข่ายภูมิแพ้ผิวหน้ง 

Advertisement

Advertisement

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังซ้ำ ๆ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และไม่ว่าสภาพอากาศจะร้อน อากาศหนาวหรืออุณหภูมิปกติ  ผื่นภูมิแพ้ก็กลับมาแสดงอาการได้เสมอ เพราะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้น  ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสกับสารเคมี  ฝุ่นละออง และมลภาวะที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว  ความแปรปรวนของระดับฮอร์โมน และภูมิคุ้มกันของร่างกายที่บกพร่อง รวมถึงการอาบน้ำไม่ถูกต้อง ปล่อยให้ผิวแห้ง ก็ทำให้ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบได้ ส่งผลให้ผิวเกิดการระคายเคือง  อักเสบ เป็นผื่นแดง  คัน  หากเกาก็อาจจะทำให้ผิวเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เป็นผื่นคันลุกลามที่รักษายากมากขึ้น หรือกลายเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังซ้ำ ๆ เกิดรอยนูน สาก หนา แข็งได้ในที่สุด (น่ากลัวใช่มั้ยล่ะ)

บอกก่อนว่าบทความนี้ทางผู้เขียนไม่ได้ค่าจ้างรีวิวหรือสปอนเซอร์ใด ๆ ไม่ได้ผลประโยชน์ทางการค้า ซื้อเองใช้เองและราคาอาจแตกต่างเพราะร้านค้าคนละร้านหรือโปรโมชั่นนะคะ เป็นประสบการณ์ที่อยากเล่า โปรดใช้วิจารณญาณ 

เราเข้าสู่โหมดการรักษา เริ่มจากการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะกับร่างกายต้องการต่อวัน ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ หลับพักผ่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ไม่อาบน้ำด้วยน้ำอุ่น ไม่นอนห้องแอร์ ขัดผิว1ครั้ง/2อาทิตย์ และบำรุงผิวตามที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้น ต่าง ๆ เหล่านี้ ... ผิวก็ไม่ดีขึ้น

เริ่มคิดในใจ หรือว่าต้องลองผลิตภัณฑ์อื่นที่เป็นกลุ่มเวชสำอางค์ หลังจากนอนหาข้อมูลของยี่ห้อโลชั่นต่าง ๆ จึงได้เลือกผลิตภัณฑ์ทั้งสามชนิดนี้มา 1. EUCERIN WASHLOTION PH5 สำหรับผิวธรรมดา-แห้ง 400 ml. ราคาประมาณ 315 บาท

2. EUCERIN HYDRO SERUM PH5 สำหรับผิวธรรมดา-แห้ง 400 ml. ราคาประมาณ 445 บาท 

3. CERAVE MOISTURISING LOTION แบบหัวปั๊ม 473 ml. ราคาประมาณ 550 พนักงานแถมแบบเนื้อครีมมาให้ใช้อีกสี่ซองด้วย ปลื้มสุด

ภาพประกอบ 2

ขั้นตอนการดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ของเราปรับเปลี่ยนประมาณนี้ คือ

เช้า - อาบน้ำด้วย EUCERIN WASHLOTION PH5  สัมผัสเนื้อตัวโลชั่นอาบน้ำจะหนืดเล็กน้อย ฟองไม่เยอะ ผิวจะลื่น แต่รู้สึกสบายผิว ตัวกำลังหมาด ๆ ก็ชะโลมโลชั่นทันที เรียกว่าโบกเลยก็ได้ ด้วย CERAVE MOISTURISING LOTION โลชั่นยี่ห้อนี้สูตรนี้ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมผิวไว เนื้อไม่หนัก ไม่มีกลิ่น เว้นแต่กลิ่นของผลิตภัณฑ์เอง ข้างขวดเคลมว่าทาหน้าได้ด้วย ไม่อุดตัน ซึ่งเราก็ทำการลอง ปรากฏว่าไม่เป็นสิวในเช้าวันถัดมา และจะลองทาควบคู่กันไปเรื่อย ๆ

เย็น - อาบน้ำด้วย EUCERIN WASHLOTION PH5 งดการขัดผิวกันสักพักก่อน เช็ดผิวก่อนลงโลชั่นด้วยน้ำเกลือล้างแผล และตามด้วย  EUCERIN HYDRO SERUM PH5 ความรู้สึกของโลชั่นตัวนี้จะออกแนวฟิล์มเคลือบบาง ๆ ซึมง่าย หนึบผิวเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับตัวโลชั่น PH5 สูตรปกติ ถือว่าสบายผิวกว่ามาก กลิ่นหอมอ่อน ๆ 

เราทำแบบนี้เป็นเวลา 1 อาทิตย์ ผลที่ได้คือ ผิวเราหายจากอาการผื่นแผล อาการคันก็หายตามไปด้วย มีขุยแห้งปรากฏให้เห็นบ้างในตอนเช้าแต่ในระดับที่รับได้เพราะไม่มีอาการลุกลามเพิ่ม มีการผลัดผิวคล้ายขี้ไคลบ้าง เลยถูออกเบา ๆ

เข้าอาทิตย์ที่ 2 ผิวเรากลับมายืดหยุ่นได้ปกติ แผลไม่เกิดซ้ำ รอยแดงไม่หลงเหลือ ทิ้งไว้แต่รอยดำจากผื่นแผล ขุยแห้งไม่เห็นแล้ว มีการลองใช้สบู่และเจลอาบน้ำยี่ห้ออื่น ผลที่ได้คือผิวเป็นขุยเล็กน้อยวันถัดไป หมายความว่าผิวอาจจะอ่อนไหวกับเคมีบางอย่างและค่าความไม่สมดุลของ PH เป็นแน่  

ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนของการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ ตอนนี้ผิวกายทั่วตัวเราไม่มีอาการดังกล่าวมาทั้งหมดแล้ว แต่รอยดำคล้ายเวลาเป็นแผลแล้วแห้ง ตกสะเก็ดนั้น ยังคงอยู่ แต่จางลง ยังไม่กล้าหนีไปใช้เจลอาบน้ำหอม ๆ อย่างที่อยากใช้ ยังไม่กล้าใช้โลชั่นที่ใส่น้ำหอมฟุ้งเช่นเคย ส่วนการทดลองใช้ CERAVE MOISTURISING LOTION ทาผิวหน้า ผลคือ ไม่เป็นสิวอุดตัน ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ใช้ครีมกันแดดและรองพื้นได้ปกติ ไม่มันเยิ้ม แถมผิวกรอบคางและหน้าผากก็ดูจะชุ่มชื้นมากขึ้น ความเห็นส่วนตัวคิดว่าจะเห็นผลชัดคงต้องลองในระยะเวลาพอสมควร

ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์เกี่ยวกับผิวที่ประสบปัญหาจากปัจจัยต่าง ๆ การดูแลผิวไม่ได้จำกัดแค่ผิวหน้า หรือการแต่งหน้าเท่านั้น ความสดใส ความมั่นใจของผิวทั่วร่างกายนั้นส่งผลต่อบุคลิกภาพ ส่งผลต่อการแต่งกาย ผิวสุขภาพดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีผิว ดูแลให้ดีที่สุดตามช่วงวัย โดยไม่เน้นแค่ผลิตภัณฑ์เท่านั้น หากยังรวมถึงอาหาร ดื่มน้ำ ออกกำลังกาย การพักผ่อนและการดูแลความสะอาด ผิวดีจากภายในและภายนอก

ขอบคุณภาพจาก https://www.pexels.com/search/skin/

 

ภาพประกอบที่ 2 โดยนักเขียน

และขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ PEXELS  ภาพปก / ภาพประกอบที่ 1 / ภาพประกอบที่ 3