ภาคต่อจาก Little Forest: Summer/Autumn ฤดูร้อน และ ฤดูใบร่วง ส่วนภาคที่ผมจะรีวิวต่อไปนี้เป็นภาคจบของ Little Forest หนังแนวดราม่าและทำอาหาร เข้าฉายเมื่อปี 2015 โดย โมริ จูนิชิ จากภาคแรกยังคงรับหน้าที่กำกับพ่วงเขียนบทเหมือนเดิม เช่นเดียวกับทีมนักแสดงอย่าง ฮาชิโมโตะ ไอ , มัตซูโอกะ มายุ และ มิอูระ ทาคาฮิโระ

หลังจากภาคแรกทำเงินไปพอสมควร รวมถึงมีกระแสที่ดีในหลายประเทศ จนถูกทางประเทศเกาหลีใต้ ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นภาพยนตร์เวอร์ชั่นเกาหลีใต้โดย ยิมซุนเรียว ผู้กำกับสาวชาวเกาหลี ภาพยนตร์มีความยาวสองภาคเหมือนกัน ออกฉายในปี 2017 และ 2018 ที่ผ่านมารูปที่ 1

(ภาพโดย : IMDB)

Little Forest: Winter/Spring

เรื่องราวของ อิชิโกะ หญิงสาววัยรุ่นที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่แต่ต้องประสบความล้มเหลวในชีวิต จึงทำให้เธอได้เปลี่ยนมาใช้ชีวิตในชนทบแบบพึ่งพาตนเองที่โคโมริบ้านเกิดของเธอ โดยใช้ชีวิตแบบเกษตรกรวิถีพอเพียงตามที่แม่ของ อิชิโกะ ได้เคยสอนไว้ หลังจากที่ อิชิโกะ ได้กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดแล้ว ทำให้เธอเองได้รู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของผู้เป็นแม่ที่หายตัวไป

Advertisement

Advertisement

ภาคที่สองของ Little Forest หนังยังคงความละเมียดละไม ที่ให้อารมณ์แบบเหงา ๆ กับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน โดยเนื้อหาที่สำคัญคือการที่ อิชิโกะ ได้รับจดหมายจากแม่ และตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ว่าเธอจะลงหลักปักฐานกับการปลูกผักไร้สารพิษ ใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้ หรือ จะเดินทางกลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง ขณะเดียวกันการนำเสนอ อาหารในแต่ละมื้อที่แสนจะน่ารับประทานของ อิชิโกะ ก็ยังคงอยู่แม้ว่าสภาพอากาศจะไม่เป็นใจ แต่เธอสามารถสรรหาวัตถุดิบต่าง ๆ มาทำเมนูแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็น ซุปเนื้อ พาสต้า สปาเก็ตตี้ และ ขนมเค้ก เป็นต้นรูปที่ 2

Advertisement

Advertisement

 (ถาพโดย : IMDB)

ขณะเดียวกันตัวหนังได้ถถ่ายทอดความเป็นผู้หญิงแกร่งของ อิชิโกะ มากขึ้น กับการใช้ชีวิตอยู่คโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ชาย ส่วนความสัมพันธ์ที่คลุมเครือของ อิชิโกะ , กิกโกะ และ ยูตะ ก็ชัดเจนมากขึ้น ส่วนสังคมชนบทเองก็เริ่มยอมรับเธอด้วยดี ซึ่ง อิชิโกะ ก็ทำหน้าที่ร่วมประชุมและทำกิจกรรมต่าง ๆ กับสมาชิกในหมู่บ้านได้ ในฐานะตัวแทน 1 เดียวของครอบครัว ซึ่งแม้จะแปลก แต่สายตาแห่งความสงสัยก็หายไป แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของทุกคน

หมู่บ้านโคโมริที่ตั้งอยู่ในเมืองโอชู (Ohshu) จังหวัดอิวาเตะ (Iwate) สถานที่ถ่ายทำของเรื่องมีเสน่ห์มากขึ้น โดยในภาคนี้มีบรรยาศที่สวยงามทั้ง ฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน และ ฤดูใบไม้ผลิททที่มีดอกซากุระเบ่งบาน น่าประทับใจรูปที่ 3

 (ภาพโดย : IMDB)

Little Forest: Winter/Spring ถือเป็นหนังที่ได้รับกระแสความนิยมจากการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ การปลูกผักออแกนิค และ การทำอาหารโฮมเมด ทำให้ตัวหนังระสบความสำเร็จเกินคาด ในฐานะหนังทุนต่ำ ซึ่งสิ่งโดดเด่นที่สุดในภาคนี้คือ ความสุขของชีวิตในชนทบ และบทสรุปของภาพยนตร์ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง

Advertisement

Advertisement

"หลังจากที่ได้ดูหนังจะเห็นได้ว่าตัวหนังจะสื่อไปในทางการทำอาหารมากว่าตั้งแต่ภาคแรก แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน รวมถึงการหาวัตถุดิบมาจากธรรมชาติกับฤดูต่าง ๆ จึงทำให้หนังมีความลื่นไหลเป็นธรรมชาติอย่างมาก ขณะเดียวกันฤดูกาลก็มีผลต่ออารมณ์ของมนุษย์ด้วย

เมนูที่เป็นหัวใจหลักของหนัง ภาคนี้อาหารดูคลีนขึ้นแต่ยังคงทานเหมือนเดิม อิชิโกะ อาจจะมีอาหารหน้าตาออกหรูหรากินบ่อยๆ ทว่าความเป็นอยุ่ไม่ได้สะดวกสะบาย เธอดำรีพอย่างประหยัด ใช้ทรัพยากรแบบคุ้มค่า ยกตัวอย่างกรณีที่เตาทำความร้อนถูกใช้ทำอาหารไปพร้อม ๆ กับรักษาอุณภูมิในบ้านให้มีความอบอุ่นมากขึ้นในฤดูหนาว 

สิ่งที่ตอบโจทย์กับชื่อหนังเพิ่มมาคือภาคนี้ตัวละครเข้าไปเก็บวัตถุดิบในป่ามากขึ้น หลังจากที่ภาคแรกเน้นผักผลไม้จากการเพาะปลูก เสียงของ อิชิโกะ ที่บรรยายขั้นตอนการทำอาหาร กลเม็ดการปลูกพืชเป็นสิ่งหลักที่ถูกนำมาเดินเนินเรื่อง มีบทสนทนาของตัวละครอื่นเป็นส่วนเสริม ทุกอย่างลงตัวในแบบของความเป็นธรรมชาติ ไม่วิชาการเกินไปจนทำให้น่าเบื่อ"รูปที่ 4

 (ภาพโดย IMDB)