ภาพปกโดยผู้เขียน

เมื่อพูดถึงเรื่องความสำเร็จ ชื่อบุคคลเหล่านี้มักจะหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเรา ไม่ว่าจะเป็น Steve Jobs, Albert Einstein, Warren Buffett, Elon Musk หรือ Jack Ma จนเราแทบลืมไปว่าคนแรกเขาสร้างโทรศัพท์ คนต่อมาเขาเป็นนักฟิสิกส์ คนต่อมาเป็นนักลงทุน คนต่อมาให้คำนิยามในความเป็นเขายากมาก และคนสุดท้ายเป็นนักขายของออนไลน์ ดังนั้น จะเห็นว่าต่างคนต่างที่มา และต่างเส้นทางของการไปสู่ความสำเร็จ ทว่าผู้แสวงหาความสำเร็จอย่างเรา ๆ กลับใช้พวกเขาเหล่านั้นเป็นต้นแบบ จน David Niven ได้สะกิดเราในเคล็ดลับที่ 38 ของ 100 เคล็ดลับยกระดับความสำเร็จ ว่า ต้นแบบของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน

1ขอบคุณภาพจาก sketchandbuild ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน


แทบจะทุกเส้นทางหรือทุกเป้าหมายของความสำเร็จในแทบจะทุกด้านเช่นกัน เรามักจะได้ยินเรื่องราวของบุคคลแห่งแรงบันดาลใจ และเรื่องราวของความสำเร็จอันยอดเยี่ยมจากเขาเหล่านั้น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเราบางคนถึงขั้นติดรูปภาพของบุคคลแห่งแรงบันดาลใจเอาไว้บนฝาผนังหรือหัวเตียง หรืออาจแปะคําพูดที่น่าจดจําของคนเหล่านั้นเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เราเคยสงสัยไหมว่าการที่เราทำสิ่งเช่นนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์อันใดแก่เรา? เพราะในท้ายที่สุด เราก็ไม่ได้คิดค้นโทรศัพท์รุ่นใหม่หรือมีฝันจะไปเหยียบดาวอังคาร หรือเราไม่ได้ทำในสิ่งที่บุคคลแบบอย่างของเราทำ แม้กระทั่งเราอยากทำ ทว่าเรากลับไม่สามารถที่จะทำอย่างพวกเขาได้เลยด้วยซ้ำ

Advertisement

Advertisement

เช่นนั้น David Niven จึงตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า “สำหรับหลาย ๆ คนนั้น การเลือกต้นแบบมักจะก่อให้เกิดการเปรียบเทียบ กล่าวคือ ถ้าหากศักยภาพของเราและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นเทียบไม่ได้กับศักยภาพและผลลัพธ์อันเกิดจากต้นแบบของเรา ต้นแบบที่เราชื่นชมก็จะไม่ใช่แรงบันดาลใจของเราอีกต่อไป แต่จะกลับกลายเป็นที่มาของความคับข้องใจและความสิ้นหวังแทน ดังนั้น จงเลือกต้นแบบของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในด้านที่คุณสามารถประพฤติปฏิบัติตามได้ และความสำเร็จนั้นต้องเป็นสิ่งที่คุณต้องการด้วยเช่นเดียวกัน”

Advertisement

Advertisement

2ขอบคุณภาพจาก sketchandbuild ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน

ในทางกลับกัน เมื่อเราหาต้นแบบที่เป็นคนใกล้ตัวอย่างเช่นเพื่อนร่วมงานหรือสมาชิกในครอบครัวที่เราให้ความยกย่อง เราจะพบว่าเราได้เห็นคุณค่าของต้นแบบมากกว่าการที่เรายกย่องชื่นชมนักกีฬา ผู้นำ หรือบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียง เนื่องจากคนเหล่านี้แม้จะมีประสบการณ์ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ทว่าความสำเร็จนั้นกลับไม่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับเราเลยแม้สักน้อยนิด

Advertisement

Advertisement


Heidi Miller (เฮดิ มิลเลอร์) ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารฝ่ายการเงินให้กับบริษัททางการเงินรายใหญ่อย่าง Citigroup หลังจากนั้น เธอได้หันมาทำงานให้กับธุรกิจการค้าทางอินเทอร์เน็ตอย่างเว็บไซต์ Priceline.com ซึ่งในขณะที่เธอกําลังก้าวหน้าในโลกแห่งธุรกิจนั้น เธอกลับพบว่าทุกก้าวย่างที่เธอก้าวเดินไป กลับยิ่งนําพาเธอไปสู่ความโดดเดี่ยว โดยสิ่งที่ชัดเจนเห็นได้จากเพื่อนเก่าของเธอไม่ติดต่อกับเธออีกเลย ในขณะเดียวกันเพื่อนร่วมงานที่ใหม่ของเธอยังไม่สนับสนุนเธอเหมือนเมื่อก่อนด้วย “ฉันรู้สึกราวกับว่าตนเองไม่มีคุณค่าและไม่มีความสลักสำคัญอะไรเลย” เธอโอดครวญ

3ขอบคุณภาพจาก sketchandbuild ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน

ดังนั้น เมื่อเธอรู้ดีว่า ถ้าหากเธอประสบปัญหาในการแสวงหาแรงสนับสนุนที่เธอตั้งความหวังเอาไว้เช่นนี้ คนอื่น ๆ ก็คงจะประสบปัญหาเช่นเดียวกันเป็นแน่ ฉะนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Heidi ก่อตั้ง Women and Company ซึ่งเป็นสมาคมของนักธุรกิจหญิงที่นัดพบปะกันเป็นครั้งคราว เพื่อจะแบ่งปันผลประโยชน์และให้แรงสนับสนุนซึ่งกันและกัน พร้อมให้ตัวอย่างเชิงบวกแก่กันด้วย และที่สุดแล้ว Heidi ค้นพบว่ากลุ่มของเธอนั้นยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าผู้ที่เข้าร่วมกับสมาคมได้ขจัดความกังวลที่มีอยู่ในตัวเองไปจนแทบจะหมดสิ้น


อันนี้ต้องโน้ต

คนที่มีบุคคลต้นแบบเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งความสำเร็จนั้นมีความเกี่ยวข้องกับตนและเป็นความสำเร็จที่ตนสามารถเข้าถึงได้ มักจะก่อให้เกิดความรู้สึกเชิงบวก ทว่าในทางตรงกันข้าม คนที่เลือกแบบอย่างเป็นคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตนเลย มักจะมีความพึงพอใจในการทำงานน้อยกว่าคนที่ไม่มีต้นแบบในการดำเนินชีวิตเลยด้วยซ้ำถึง 22 เปอร์เซ็นต์


คุยกันหลังอ่านเสร็จ

หากว่ากันตามตรง เมื่อพูดถึงเรื่องความสำเร็จ ใครบ้างที่จะไม่นึกถึงเหล่าผู้ประสบความสำเร็จที่กล่าวไปในตอนต้นบทความ แม้เราไม่หวังจะไปท่องอวกาสก็เหอะ แต่เราก็เห็นถึงความล้มเหลวและวิสัยทัศน์ที่ Elon Musk มีในระหว่างทางประสบความสำเร็จของเขา แม้เราไม่หวังจะ Create สมาร์ทโฟน ให้เทียบรอยเท้าได้กับ iPhone แต่เราก็ได้เห็นว่า Steve Jobs รักในสิ่งที่เขาทำมากแค่ไหนกว่าจะได้อะไรที่ล้ำขนาดนั้นออกมา แม้เราจะไม่ได้ต้องให้เกิดเหตุการณ์ Atomic bombings of Hiroshima and Nagasaki และมีเพียงคนจำนวนน้อยที่เข้าสิ่งที่ Albert Einstein ทำ ทว่าเราก็ชื่นชมและยกย่องแนวคิดของเขา ดังนั้น จึงนำมาซึ่งคำถามที่ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีอะไรที่เหมือนกัน? หากเรานำคำถามนี้ไปถามเหล่ากูรูด้านความสำเร็จทั้งหลายในประเทศ พวกท่าน ๆ ก็คงจะตอบตามมุมของที่พวกท่าน ๆ มอง และปิดท้ายด้วยประโยคเท่ ๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจ กระนั้นก็ตาม แม้ไม่ใช่กูรู ทว่าผมก็มีสิทธิที่จะเห็นว่า สิ่งที่เหล่าผู้ประสบความสำเร็จทั้งหลายมีในตัวก็เป็นสิ่งเดียวกันกับสิ่งที่เรามีในตัวเช่นเดียวกัน นั่นคือ ความรัก ความหลงใหล ความหมกมุ่น การลองผิดลองถูก ความวิริยะ รวมไปถึงความล้มเหลวและสิ่งอื่น ๆ ที่เราก็มีเหมือนดั่งเขา

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะสงสัยว่า “หากตัวเรามีทุกอย่างในแบบที่เขามีแล้ว ทำไมเราจึงยังไม่ประสบความสำเร็จแบบเขา?” ต้องขออภัยที่ล่วงเกิน หากผมจะถามกลับว่า เรามีทุกอย่างแบบเขาแล้วจริงหรือ? เรามีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นแบบเขาแล้วจริงหรือ? หรือว่า เราอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกันกับที่เขาอยู่แล้วจริงหรือ? ใช่ครับ! หากบังเอิญคุณเป็นกูรูแห่งความสำเร็จแล้วกำลังอ่านบทความนี้ คุณคงหัวเราะเยาะในโลกใบแคบของผม แต่ยังไงนะ คุณจะให้ผมไปทำงานกับ Elon Musk เช่นนี้หรือ? ดังนั้น เมื่อย้อนกลับคำถามที่ว่า แล้วเราจะมีบุคคลแบบอย่างหรือ Idol ได้หรือไม่? สำหรับคำตอบของผมคือ ได้ครับ! แต่เราจะหลีกเลี่ยงอารมณ์เปรียบเทียบตัวเรากับตัวอย่างของเราได้อย่างไรนั้น? เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และต้องขึ้นอยู่กับการจัดการอารมณ์นั้นของแต่ละบุคคลด้วย แต่สำหรับผมคิดว่า แนวคิดของเขาเหล่านั้นก็น่าจะสำคัญเท่า ๆ กับการกระทำของพวกเขาเช่นกัน ดังนี้แล้ว จึงไม่น่าจะผิดแปลกอะไรที่เราจะนำแนวคิดของพวกเขามาปรับใช้ให้สอดคล้องกับแนวทางของเราให้ได้มากที่สุด ก็น่าจะเป็นเรื่องดีอยู่มิใช่น้อย


ติดตามผลงานอื่น


Credit

  • ชื่อหนังสือ: 100 เคล็ดลับยกระดับความสำเร็จ
  • ผู้เขียน: David Niven
  • ผู้แปล: อิศรา ราชตราชู
  • ชื่อเรื่องต้นฉบับ: 100 Simple Secrets of Successful People
  • สำนักพิมพ์ต้นฉบับ: Harper Collin