ภาพปกโดยผู้เขียน

หากกว่ากันตามตรงแล้ว ในการจะเริ่มลงมือทำบางอย่าง สำหรับหลายคนจะพบว่า “เรามักจะมีข้ออ้างเต็มไปหมด” อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวข้ามข้ออ้างส่วนตัวทั้งหลายทั้งปวงที่เราสรรหามาสนับสนุนการไม่ต้องดิ้นรนของตนเองได้แล้ว เรายังจะพบอีกว่า “เราต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นเป็นอย่างมาก” จนในท้ายสุดความคิดที่เราวาดไว้ก็ไม่ได้ปรากฏออกมาอย่างเป็นรูปธรรมและเลือนลางจางหายไปอย่างเงียบ ๆ ในสายธารแห่งเวลา เช่นนี้ David Niven จึงให้เคล็ดลับที่ 31 ใน 100 เคล็ดลับยกระดับความสำเร็จ ว่า มันเริ่มและจบลงที่คุณ


ในความเป็นจริง เรากำลังอยู่ในโลกที่บริษัทระหว่างประเทศขนาดใหญ่หลายบริษัทเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าประเทศหนึ่ง ๆ แต่กระนั้น เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นเดียวกันว่า พนักงานหลายคนและอาจรวมถึงตัวเราเอง กลับปรารถนาที่จะมีอิสระและความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่จะสร้างและดำเนินกิจการที่เป็นของตนเอง อีกประการหนึ่ง ถ้าหากคุณลองเสนอชื่อบริษัทต่าง ๆ ให้บุคคลเลือกว่าเขาจะต้องการจะเข้าทำงานที่ใด อย่าว่าแต่ตัวพนักงานเลย แม้แต่พันธกรณีที่บริษัทจะมีต่อพนักงานแบบตลอดชีวิตก็กลายเป็นเรื่องราวในอดีตที่ตกยุคไปเสียแล้ว

Advertisement

Advertisement

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยออกมามีธุรกิจเป็นของตัวเองก็ตาม ถึงอย่างนั้นคุณก็คงจะเคยมีโอกาสที่จะได้ทำการตัดสินใจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งครั้งหนึ่งในชีวิต นั่นคือ “ฉันจะทำงานที่ใดและต้องการจะทำงานอะไร” อย่างไรก็ตาม แม้ในความเป็นจริงเราไม่ค่อยจะมีทางเลือกอะไรมากมายนัก ทว่า David Niven กลับบอกว่า “จงยอมรับการตัดสินใจของคุณเอง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต”

1ขอบคุณภาพจาก Freepik ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน

Advertisement

Advertisement


“ถ้าหากคุณมีความสามารถก็จงเชื่อมั่นในตนเอง จินตนาการถึงสิ่งที่คุณจะทำและคุณก็จะต้องมีความตั้งใจที่จะทำมันด้วย” Bernard A. Harris ผู้ที่มีประสบการณ์การเดินทางด้วยกระสวยอวกาศ และเดินทางในอวกาศถึงสี่ล้านไมล์ กล่าวเอาไว้เช่นนั้น

Harris เติบโตในแกลลอป ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่แยกตัวออกมาในเมืองนิวเม็กซิโก แต่เมื่อเขาเห็นโครงการ Apollo ผ่านทางโทรทัศน์ นั่นกลับเป็นเสมือนการจุดประกายความฝันอันไร้ขอบเขตให้แก่ชายหนุ่มผู้นั้น โดยก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นนักบินอวกาศนั้น Harris ได้มีโอกาสเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ และเขาก็ได้เข้าร่วมกับกองทัพอากาศในฐานะศัลยแพทย์

Harris ยืนยันความสามารถและความเชื่อมั่นของตัวเองว่า “เส้นทางสู่ความสำเร็จของคนที่เกิดในแกลลอปไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คุณจําเป็นที่จะต้องสร้างเส้นทางของคุณเอง และผมก็ไม่มีวันให้ใครมากะเกณฑ์ว่าผมสามารถทำสิ่งใดได้หรือไม่”

Advertisement

Advertisement

มากไปกว่านั้น เขามักจะแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตของเขากับบรรดาเด็กนักเรียนอยู่เสมอ Harris มักบอกกับพวกเด็ก ๆ ว่า “หนทางที่จะนําไปสู่โอกาสในการโบยบินสู่ห้วงอวกาศนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ เจตคติของคุณ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าคุณจะบินไปได้สูงแค่ไหน”

2ขอบคุณภาพจาก vectorspoint ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน


อันนี้ต้องโน้ต

ความสามารถในการยอมรับและความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่มีต่อผลลัพธ์ของงานและความก้าวหน้าภายใต้การพิจารณารายบุคคลนั้น จะช่วยเพิ่มโอกาสทางความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงจากการทำงานในบริษัทเก่าแก่ขนาดใหญ่ไปสู่การทำงานในบริษัทขนาดเล็ก หรือการทำงานเป็นที่ปรึกษาอิสระถึง 65 เปอร์เซ็นต์

3ขอบคุณภาพจาก Prosymbols Premium ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน


คุยกันหลังอ่านเสร็จ

ผมพอจะได้อภิปรายไปแล้วถึงความเห็นอกเห็นใจต่ออดีตที่คุณเคยมีมาและไม่สนว่ามันจะเป็นอะไร เพราะหากคุณต้องการทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จในวันนี้ ความคิด/ความเชื่อ/ทัศนะคติ ประกอบกับความมุ่งมั่นพยายามและการลงมือทำอย่างจริงจังอย่างถูกทิศถูกทางที่มีอยู่ในปัจจุบันต่างหากที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าคุณจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว และแน่นอน ถึงทุก ๆ อย่างที่คุณกำลังทำอยู่มันอาจจะถูกต้องและถูกทิศถูกทางแล้ว ทว่ามันกลับยังไม่ไปไหน และส่งกลิ่นถึงความล้มเหลวที่จะต้องเจอแน่ ๆ ในอนาคตอันใกล้ ครับ!!! ลุยเลยครับ!!! มุ่งไปหาความล้มเหลวนั้นเลย (จริง ๆ ครับ อันนี้ไม่ได้ประชด)

หากว่ากันตามตรง มันจะมีสักกี่คนบนโลกนี้ที่แม้แต่จะร่ำรวยล้นฟ้า หรือมีต้นทุนชีวิตที่ทุกคนต่างเห็นว่าดีกว่าคนอื่น ๆ อักโข จะประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องทำอะไรหรือไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลย และบังเอิญด้วยว่าคนรวยคนนั้นเป็นคนที่ชอบในแบบที่ผมได้ชวนคุยไปแล้วในตอนท้ายของ EP.20 ล่ะ ดังนั้น จึงไม่มีอะไรแตกต่างมากมายนักกับสิ่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ กำลังประสบ นั่นคือ “ปัญหาเดียวกัน แต่ต่างกันที่ขนาด”

ผมจะไม่เอ่ยถึงสิ่งที่ดูเหมือนทุกคนแทบจะรู้อยู่แล้วว่า “อย่าปล่อยให้คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักคุณดีมาทำลายจุดยืนของคุณ” -Mark Zuckerberg- และผมจะไม่เอ่ยถึงสิ่งที่คุณเข้าใจดีอีกด้วยว่า “คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย” -Albert Einstein- ทว่าผมแค่อยากให้บทความนี้ทำหน้าที่ของมันด้วยการตระตุ้นเตือนใครก็ตามที่กำลังนั่งอ่านอยู่นี้ ถึงความไม่แน่ไม่นอนของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่คุณได้ลงมือทำ “สิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ ” แล้วว่า แม้คุณจะต้องล้มเหลวอีกเป็นร้อยครั้ง และท้ายที่สุดจะไม่มีใครเชื่ออะไรในตัวคุณอีก ซึ่งมันจะเกิดขึ้นแน่ ๆ แต่จงจำไว้เสมอว่ามีคนหนึ่งที่ยังรอคุณอยู่เสมอ ไม่ใช่พ่อ! แม่ เพื่อน ญาติ คนรู้จัก แม้กระทั่งคนที่คอยซ้ำเติมก็จะไม่มาเสียเวลาเพื่อรอกระทืบคุณแล้ว ทว่าเป็นตัวคุณเองที่จะเป็นผู้ฉุดตัวคุณขึ้นมา ดังนั้น ถ้ากระบวนการนี้มันสามารถจบที่คุณได้ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ!!! แต่ถ้าไม่! เชิญอ่านต่อครับ (หรือถ้าได้แล้วก็อ่านต่อได้นะครับและแนะนำให้อ่านด้วย 555+)

4ขอบคุณภาพจาก Freepik ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน


ติดตามผลงานอื่น


Credit

  • ชื่อหนังสือ: 100 เคล็ดลับยกระดับความสำเร็จ
  • ผู้เขียน: David Niven
  • ผู้แปล: อิศรา ราชตราชู
  • ชื่อเรื่องต้นฉบับ: 100 Simple Secrets of Successful People
  • สำนักพิมพ์ต้นฉบับ: Harper Collins