ภาพปกโดยผู้เขียน

คุณลองนึกถึงไม้บรรทัดที่ยาวสัก 30 เซนติเมตร คุณคิดว่าไม้บรรทัดนั้นยาวหรือไม่? เช่นเดียวกันนี้เอง David Niven ได้กล่าวถึงเคล็ดลับที่ 20 ไว้ในหนังสือ 100 เคล็ดลับยกระดับความสำเร็จ ว่า จุดที่คุณยืน ขึ้นอยู่กับจุดที่คุณมอง


David Niven ได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า “คุณทำดีแล้วหรือเปล่า หรือเพียงแค่พอใช้ หรือสิ่งที่คุณกําลังทำอยู่นั้นอยู่ในขั้นที่ต้องปรับปรุง?” ซึ่งหากว่ากันตามตรง เราแทบทุกคนต่างก็รู้คําตอบดีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นเลยที่จะต้องได้รับการประเมินหรือแม้กระทั่งวิพากษ์วิจารณ์ เพราะคําตอบนั้นมันปรากฏออกมาค่อนข้างที่จะชัดเจน ใช่หรือไม่?

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าขบต่อก็คือ เราสามารถรู้คําตอบได้อย่างไรและคําตอบของเรามาจากไหน? ทั้งนี้ Niven ได้กล่าวว่า “ในความเป็นจริงนั้น การประเมินทั้งหมดนี้ต่างก็มีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน กล่าวคือ ความรู้สึกของการประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับตำแหน่งของคุณกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จน้อยกว่า ทว่าในทางกลับกัน ความรู้สึกล้มเหลวก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของคุณกับผู้ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าด้วย” ดังนั้น ความรู้สึกว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวของคนเราส่วนใหญ่นั้น จึงมักขึ้นอยู่กับกรอบของการอ้างอิง และสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้กระทำลงไปนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

1ขอบคุณภาพจาก Roundicons ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน


เหมือนเช่นเดิมทุก ๆ วัน Roger (โรเจอร์) ออกจากบ้าน และมาถึงโต๊ะทำงานของเขาตอน 8 โมง ซึ่ง Roger เป็นนักบัญชีให้กับบริษัทในแถบคลีฟแลนด์มาเป็นระยะเวลากว่า 24 ปีแล้ว โดยเขาไม่เคยออกไปทำงานให้กับบริษัทอื่นเลย อย่างไรก็ตาม ในวันหนึ่งก่อนที่จะถึงเวลาอาหารกลางวัน เขาก็ถูกเรียกตัวเข้าไปในห้องทำงานของหัวหน้าแผนก ซึ่งเขากล่าวกับ Roger ว่า “คุณไม่จําเป็นที่จะต้องมาทำงานอีกแล้ว”

Advertisement

Advertisement

“เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น คุณก็รู้สึกสั่นไหวไปทั้งร่างกาย ไม่ว่าคุณจะเตรียมใจมาพร้อมแล้วหรือไม่ก็ตาม” Roger ยังจำได้ดี

ความเสียหายอันเกิดจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ และสิ่งที่เกิดตามมาก็คือการปฏิเสธเหตุการณ์ดังกล่าว “เหตุการณ์เช่นนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นกับฉันได้หรอก” Roger คิด กระนั้นก็ตาม เมื่อเขามีโอกาสได้อ่านบทความและหนังสือเกี่ยวกับการจัดการกับชีวิตหลังถูกเลิกจ้าง ในเรื่องของผู้ชายกลุ่มหนึ่งซึ่งรู้สึกสิ้นหวังหลังจากถูกเลิกจ้าง แต่คนเหล่านี้ก็ยังแต่งตัวออกไปทำงานในทุก ๆ เช้าดังเดิม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำงานแล้วก็ตาม เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกครอบครัวและเพื่อนบ้านของเขาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

Advertisement

Advertisement

หลังจากที่เขาได้อ่านเรื่องราวของคนเหล่านี้ เขาก็เริ่มที่จะมองสิ่งที่เขากําลังเผชิญอยู่ในมุมมองที่แตกต่างออกไป เขายังคงรู้สึกเจ็บปวดกับการปฏิเสธที่เขาได้รับ แต่เขาก็ยังตระหนักได้ว่า ตัวของเขานั้นมีความสุขกับงานที่น่าเชื่อถือนี้มามากกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งการทำงานที่ผ่านมานี้ ก็ทำให้เขามีความเจริญก้าวหน้า อีกทั้งยังทำให้เขาสามารถเลี้ยงดูครอบครัวของเขาได้อีกด้วย

ท้ายสุด การที่ Roger ได้ทำงานอาสาสมัครระดมทุนนั้น ทำให้เขาเห็นถึงคุณค่าของสถานการณ์ที่เขากําลังเผชิญอยู่มากขึ้น “ถ้าหากคุณไม่สามารถที่จะมีความสุขกับโอกาสต่าง ๆ ที่คุณมี และยังคงจมปลักอยู่กับความล้มเหลว ขอให้คุณนึกถึงคนที่ประสบแต่เพียงความล้มเหลวมาตลอดชีวิต นั่นจะทำให้คุณตระหนักถึงสิ่งดี ๆ ที่รอคุณอยู่ในภายหน้า” เขากล่าว

2ขอบคุณภาพจาก Roundicons ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน


อันนี้ต้องโน้ต

คุณอาจจะคิดว่าการได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงานนั้น ทำให้คุณมีความมั่นใจในตนเองและเห็นคุณค่าของตนเองมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามจากงานวิจัยกลับพบว่า ผู้บริหารในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เพิ่งจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง กลับแสดงออกถึงความไม่แน่นอนและความเคลือบแคลงใจในตนเองและตำแหน่งใหม่ของพวกเขา นักจิตวิทยาพบว่าการเลื่อนตำแหน่งสามารถบ่อนทำลายความมั่นใจในตนเอง เพราะแทนที่ตนจะเป็นพนักงานที่ดีที่สุดในหมู่แรงงานชั้นล่าง เขากลับรายล้อมไปด้วยคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เขามีตัวชี้วัดในการประเมินตนเองอันใหม่

3ขอบคุณภาพจาก Roundicons ใน flaticon.com; แก้ไขโดยผู้เขียน


คุยกันหลังอ่านเสร็จ

คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ฟังดูน่าขันที่ว่า “รถของคุณจะเก่าลงทันที หากเพื่อนบ้านของคุณมีรถคันใหม่” ไหมครับ? จะว่าไปมันคงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้เราจะบูชาในความเป็นปัจเจกบุคคลของเราว่าสูงส่งขนาดไหนแล้วก็ตาม แต่เรากลับยังก้าวไม่พ้นการนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นในแทบจะทุกแง่มุมของชีวิตอยู่ดี หากจะว่ากันตามตรงแล้ว เราทุกคนต่างเห็นและยอมรับว่า ชีวิตของคนอื่นไม่สามารถมีอิทธิพลเหนือชีวิตของเราได้ ใช่ครับ!!! เราคิดถูกและมันควรจะเป็นเช่นนั้นด้วย แต่ในความเป็นจริง เรากลับผูกตัวเองไว้กับความคิดเห็นของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งใส่ใจกับคำพูดและการกระทำของคนอื่นแทบจะตลอดเวลาอีกด้วยเช่นกัน มากไปกว่านั้น เมื่อเราต้องการหรือแม้จะไม่ต้องการก็ตามที่จะเปรียบเทียบกับคนอื่น มนุษย์เราคิดไม่ได้ดอกครับว่าหากเอาตัวเองไปเทียบกับคนที่สำเร็จน้อยกว่าเราหรือลำบากกว่าเรา จะทำให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จและมีความสุขมากยิ่งขึ้น ทว่ามนุษย์เรากลับมีความถนัดที่จะเปรียบเทียบตนเองกับคนที่อยู่ในระดับเดียวกันหรืออยู่ในระดับที่เหนือกว่า หรือแม้กระทั่งมักจะเอาสิ่งของที่ตนมีอยู่ไปเปรียบกับของคนอื่นที่ดูเหมือนจะดีกว่า ผลก็คือเรามานั่งเครียดกับชีวิตว่า “ทำไมเราไม่มีเหมือนเขาวะ? ทำไมเราไม่เป็นอย่างเขาวะ? ทำไมแฟนเขามีของขวัญชิ้นใหญ่ให้ตลอดเลยวะ? ทำไมชีวิตเขาดูมีความสุขจังวะ?” ทำไม ทำไม และทำไม จนเราลืมไปว่า “ก็แล้วทำไมเล่า? เราจึงไม่เป็นตัวของเราเอง!”

เรื่องเล่าเก่าแก่เรื่องหนึ่งถูกเล่าเอาไว้ว่า “ณ ป่าแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เมืองใหญ่ในประเทศอิตาลี่ ผู้คนได้มาหาผู้เฒ่าคนหนึ่ง แล้วเล่าปัญหาต่าง ๆ นานาของพวกเขาให้ชายคนนั้นฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางคนเล่าปัญหาเดิม ๆ แต่บางคนก็เล่าปัญหาที่เขาบอกว่าเป็นปัญหาใหม่ ทว่ากลับมีความใกล้เคียงกับปัญหาเดิมเป็นอย่างมาก ผู้เฒ่ายังคงฟังพวกเขาต่อไป และพอทุกคนได้เล่าปัญหาของตัวเองจนหมดแล้ว เขาจึงได้เล่าเรื่องของตัวเองบ้าง แต่ผู้เฒ่ากลับเล่าเรื่องตลกให้กับทุกคนฟัง หลังจากเล่าจบ ทุกคนต่างหัวเราะชอบใจและดูจะพออกพอใจเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นาน ผู้เฒ่าก็ได้เริ่มเล่าเรื่องอีกครั้ง แต่แทนที่จะเป็นเรื่องใหม่ เขากลับเล่าเรื่องตลกเรื่องเดิม พอเล่าจบ มีเพียงรอยยิ้มจากชาย 2-3 คนในกลุ่มเท่านั้น ผ่านไปสักประมาณ 10 นาที ผู้เฒ่าได้เล่าเรื่องตลกเรื่องเดิมให้ทุกคนฟังอีกครั้ง บัดนี้ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มของใครสักคนที่จะมีให้กับเรื่องดังกล่าว พอผู้เฒ่าเห็นเป็นเช่นนั้น เขาจึงกล่าวต่อไปว่า ‘อ้าว!! ทุกคนไม่ตลกกับเรื่องตลกที่ข้าได้เล่าให้ฟังซ้ำไปซ้ำมาแล้วเหรอ แต่ใยพวกท่านยังให้ปัญหาหรือความทุกข์เรื่องเดิม ๆ มากัดกินจิตใจของพวกท่านซ้ำไปซ้ำมาด้วยเล่า’”

ความเรียบง่ายแต่ลุ่มลึกของนิทานเรื่องนี้อย่างน้อยมันก็ได้ฉุดกระชากเราออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ฉุดกระชากออกมาจากปัญหาหรือจากความทุกข์ที่เราต้องเผชิญอยู่ ซึ่งไม่มีใครสามารถทำได้นอกจากตัวเราเอง แต่ก็อาจทำให้เราถอยออกมาอย่างน้อยหนึ่งก้าว เพื่อจะได้มองปัญหาหรือความทุกข์นั้นได้อย่างรอบด้านขึ้น และอาจจะทำให้เห็นด้วยว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้น แท้จริงแล้ว เราเคยผ่านพวกมันมาและจัดการกับพวกมันได้แล้ว แต่ก็แล้วทำไมอีกด้วยเช่นกัน เรากลับให้เรื่องราวเหล่านั้นวนกลับมารบกวนจิตใจทำให้เราต้องทรมานซ้ำไปซ้ำมาด้วยเล่า ดังนั้น ผู้เฒ่าท่านนี้อาจถามคำถามที่ถูกต้องก็ได้ว่า เมื่อเราไม่สามารถหัวเราะกับเรื่องราวขำขันได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใยเราจึงต้องมานั่งทรมานกับความทุกข์เรื่องเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาด้วยเล่า จริงหรือไม่?

ทั้งนี้ เนื่องจากเคล็ดลับที่ 21-27 ในหนังสือมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดพิมพ์ ดังนั้น ผมจึงขอข้ามเคล็ดลับดังกล่าวไปก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อจบเคล็ดลับที่ 100 แล้ว ผมจะตามแก้ที่เหลือให้อ่านกันนะครับ


ติดตามผลงานอื่น


Credit 1

  • ชื่อหนังสือ: 100 เคล็ดลับยกระดับความสำเร็จ
  • ผู้เขียน: David Niven
  • ผู้แปล: อิศรา ราชตราชู
  • ชื่อเรื่องต้นฉบับ: 100 Simple Secrets of Successful People
  • สำนักพิมพ์ต้นฉบับ: Harper Collins

Credit 2

  • เนื้อหาต้นฉบับ: Dan Western
  • แปลและเรียบเรียง: ศุภกานต์ โสภาพร