เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเราเอง เหตุการณ์เริ่มต้นจากเมื่อเรายังเด็ก อายุ 6-7 ปี ใครจะไปคิดว่าแค่ป่วยเป็นไข้ธรรมดาในวันนั้น จะทำให้เราเป็นโรคได้       

        ช่วงนั้นเราเป็นไข้ไม่หายสักที 3 วันดี 4 วันไข้ เวลามีไข้กินยาแก้ไข้อาการก็ดีขึ้น ไม่ได้ไปหาหมอที่ รพ. จนกระทั่งลุงบอกให้ยายพาเราไปหาหมอที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ผลตรวจออกมาหมอบอกกับยายว่า “หัวใจเราเต้นผิดจังหวะ” จำเป็นต้องทำเรื่องส่งตัวไปที่โรงบาลประจำจังหวัด เราได้รับการรักษาที่โรงบาลประจำจังหวัดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถูกส่งตัวไปที่ศูนย์หัวใจฯ เพราะตอนนั้นเครื่องมือที่โรงบาลประจำจังหวัดยังไม่พร้อมเท่าไหร่

         เราเริ่มเข้ารับการรักษาที่ศูนย์หัวใจฯ เมื่อปี 2548 อาการเริ่มแรกก็เป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะ  และมีอาการของลิ้นหัวใจรั่ว การรักษาเป็นไปตามอาการ ได้ยามารับประทานบ้าง บางครั้งก็เป็นยาฉีด หมอนัดปีละ 1-2 ครั้ง บ้างก็ 3 เดือนครั้ง การเดินทางไปรักษาแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย  ต้องออกบ้านตั้งแต่ตี 4 เพื่อเดินทางข้ามจังหวัดไปรับการรักษา กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 6 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นวนเวียนอยู่แบบนี้หลายปี จนประมาณปลายปี 2554 หมอบอกว่าหัวใจที่มีรอยรั่วหาย เราก็ดีใจที่หัวใจเราจะปกติ แต่การเต้นของหัวใจยังผิดจังหวะ หัวใจเราเต้นช้ากว่าคนทั่วไป เราจึงถูกกส่งให้มาใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้า

Advertisement

Advertisement

เจ็บมากกกกก     ปี 2555 เราได้เข้ารับการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ การผ่าตัดเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาในการผ่าไม่นาน และรอยแผลที่ผ่าก็มีขนาดประมาณ 5 ซม. ที่ใต้ไหปลาร้าด้านซ้าย ตอนแรกเราเองก็ไม่อยากผ่า เพราะกลัวการนอนโรงพยาบาล แต่หมอบอกว่าถ้าไม่ผ่าโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อก็จะเหลือน้อยลง เมื่อทำการผ่าตัดเสร็จหัวใจก็ดีขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เราต้องคอยระวังแรงกระแทก การอยู่ใกล้อุปกรณ์ที่มีคลื่นแม่เหล็ก และอุปกรณ์ที่เป็นแบตเตอรี่ ซึ่งมันไม่ง่ายเลย ถึงบางอย่างจะใช้ได้แต่ก็มีระยะห่าง หรือข้อกำจัดในการใช้ของสิ่งนั้น ปัจจุบันเราใส่เครื่องได้ประมาณ 9 ปี และเครื่องที่ใส่ตอนนี้เป็นเครื่องที่ 2 การใส่เครื่องไม่ใช่ว่าจะไม่ต้องไปหาหมออีก เรายังต้องไปพบแพทย์ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตรวจเช็คว่าเครื่องกระตุ้นที่ใส่แบตเตอรี่เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ อาการเวลาแบตใกล้หมด เหมือนโทรศัพท์มือถือเวลาแบตเหลือน้อย มันเหนื่อย อ่อนล้าไปหมด พอไปปรับการทำงานใหม่ มันก็เหมือนโทรศัพท์มือถือที่ถูกชาร์จเต็ม 100%

Advertisement

Advertisement

ใส่ติดตัวไว้ตลอดเลย    ใครที่มีหัวใจที่แข็งแรง จงรักษามันไว้ให้ดี เมื่อไหร่ที่หัวใจคุณอ่อนแอ คุณจะเสียใจกับอะไรหลาย ๆ อย่างที่คุณอยากทำแต่คุณกลับทำไม่ได้ จงรักษาหัวใจให้ดี ก่อนที่มันจะไม่เหมือนเดิม และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย

Advertisement

Advertisement

เหนื่อยที่ต้องเข้าออก รพ. เป็นประจำ     มือใหม่หัดเขียนขอฝากเนื้อฝากตัว และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ🙏

ปล. เรื่องราวที่เขียนทั้งหมดเป็นเรื่องจริงจากตัวผู้เขียนเอง

รูปภาพทั้งหมดโดย : ผู้เขียน

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !