อาถรรพ์ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 

วันนี้ผมจะขอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในแทบภาคอิสานเพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่าน กรุณาอ่านคนเดียว ตอนค่ำๆ มืดๆ รับรองเลยครับ ว่าคุณจะต้องขนหัวลุกเหมือนอย่างกับผมแน่นอน เรื่องราวบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  เกิดขึ้นได้ยังไง ไม่มีใครทราบได้ 

เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งได้เกิดเรื่องมหัศจรรย์ขึ้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ๆก็มีคนไปพบกับบ่อน้ำขนาดประมาณ 2 เมตร ที่ผุดขึ้นมา ภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี บ่อน้ำมีขนาดกว้าง ประมาณ 2 เมตร ความลึกไม่สามารถวัดได้ น้ำใสมีสีเขียวมรกต ชาวบ้านต่าง ฮือฮา กันมาก พอกันมามุงดู จนแน่นวัดจนกลายเป็นข่าวดัง เมื่อหลายปีก่อนว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำของพญานาคบ้างละ เป็นบ่อน้ำที่พระอินทร์ประทานมาบางละ อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อนะครับ โดยส่วนตัวผมก็ได้มีโอกาสได้ไปเห็นกับตามาแล้วครับ น้ำใส สีเขียวมรกต ตามคำร่ำรือ จริงๆครับ นี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ครับ

Advertisement

Advertisement

เมื่อมีคนอยากลองของอยากลองดีกับสิ่งที่มองไม่ให้มันก็เรื่องปกตินะครับ เวลาที่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นมันก็มีกจะมีคนอยากลองของกันตลอด มีคนเล่าให้ผมฟังว่า มีชาย 2 คน คิดลองของท้าทายลบหลู่ บ่อน้ำแห่งนี้ โดยที่ชายทั้ง 2 ได้ไปเหยี่ยวใส่บ่อน้ำ เพื่อหวังจะได้เจอดีและแล้ว พวกเขาทั้ง2 ก็สมหวังทันที่เลยครับในช่วงกลางดึกของวันเดียวกันนั้น ชายทั้ง2 ต่างทุรนทุราย ยังกับคนโดนไฟไหม้ ยังไงยังงั้นเลยครับ เขาทรมานอยู่เป็นชั่วโมง พร้อมเอ่ยวาจาออกมาว่า ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ เมื่อชายทั้ง2 อาการค่อยๆดีขึ้นเขาเล่าให้ภรรยาของตนฟังว่าไปทำอะไรมาในคืนเดียวกันนั้นเองภรรยาของเขาได้พา ชายทั้ง 2 ไปกราบขออภัยบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์  ชายทั้งสองได้กราบขออโหสิกรรมต่อบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และได้กล่าวคำอโหสิกรรมพร้อมกับจุดธูปจุดเทียน และสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป  ภายหลังจากชายทั้งสองก็หายจากอาการทุรนทุรายและก็ค่อยๆดีขึ้น  เมื่อทั้ง 2 หายเป็นปกติดีก็ตัดสินใจมาบวชที่วัดดังกล่าว

Advertisement

Advertisement

 เรื่องราวสุดสยองขวัญนี้เกิดขึ้นกับชายทั้งสองเพราะคิดว่าอยากลองดีอยากลองของ  เรื่องราวของชายทั้งสองถูกกระจายออกไปจนทำให้ชาวบ้านหลายๆคนศรัทธาเลื่อมใสในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มากเวลาผ่านไปในที่สุดก็เกิดเรื่องมหัศจรรย์ขึ้นอีกครั้งเมื่อบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อยู่ๆก็หายไปในพริบตา  ไม่มีใครทราบว่าหายไปได้อย่างไรตราบจนทุกวันนี้ อยากฝากเพื่อนๆทุกคนนะครับ  ว่าอย่าลองดีอย่าลองของกับสิ่งที่มองไม่เห็น  ไม่งั้นท่านอาจจะไม่โชคดีเหมือนชายสองคนนี้ก็เป็นได้ 

Advertisement

Advertisement