สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ในสถานการณ์ที่ไวรัส KOVID 19 กำลังระบาด แน่นอนว่าเราก็ต้องปฏิบัติตัวตามกฎง่าย ๆ 3 ข้อ คือ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือใช่ไหมคะ ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงมีอาหารว่างง่าย ๆ ที่เหมาะกับการรับประทานในช่วงไวรัสระบาดนี้ เพราะไม่ต้องกินร่วมกับใคร ไม้ใครไม้มัน แถมยังต้องกินตอนย่างเสร็จจากเตาร้อน ๆ และอาหารชนิดนั้นก็คือ ‘หม่าล่า’ นั่นเองค่ะ โดยผู้เขียนจะพาเพื่อน ๆ ไปกินหม่าล่าที่ร้าน ‘หม่าล่า NA HEE’ ร้านแฟรนไชน์หม่าล่าที่มีสาขาทั่วจังหวัดอุดร

หม่าล่าภาพถ่ายโดยผู้เขียน

ร้านหม่าล่า NA HEE มีสาขาอยู่ทั่วไปในจังหวัดอุดรธานีนะคะ เป็นร้านแผงลอยเล็ก ๆ โดยวันนี้ผู้เขียนจะพาเพื่อน ๆ ไปลองชิมกันที่ สาขาตลาดไทยศิริ 3 แถวบ้านผู้เขียนเองค่ะ แอบกระซิบเลยว่า ผู้เขียนซื้อกินบ่อยมากกกก จนพ่อค้าจำหน้าได้แล้ว ครั้งละไม่ต่ำกว่า 5 ไม้ ดังนั้นจึงขอรับรองเลยว่า อร่อยเด็ด ถูกปากคนไทยแน่นอนค่ะ

Advertisement

Advertisement

หม่าล่าภาพถ่ายโดยผู้เขียน

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผู้เขียนไปเดินตลาดซื้ออาหารมาตุนไว้ที่บ้าน ผ่านร้านหม่าล่า NA HEE ร้านโปรด แน่นอนว่าต้องแวะสักหน่อย ที่ร้านมีเนื้อสดและผักให้เราได้เลือกหยิบใส่กระจาดได้ตามสบาย แต่ปกติแล้วในช่วงที่ไม่มีลูกค้ามาซื้อ พ่อค้าจะนำผ้าขาวบางมาคลุมเนื้อและผักไว้ เพื่อป้องกันแมลงวันตอมหรือฝุ่นที่อาจจะลอยมาตกลงบนอาหารนะคะ สำหรับเนื้อสัตว์และผักที่มีให้เลือกนั้น ก็เหมือนกับร้านหม่าล่าทั่ว ๆ ไป เสียอย่างเดียวที่มีผักให้เลือกน้อย มีเพียงบล็อกโคลี่กับเห็ดชิเมจิเท่านั้น ส่วนกระเจี๊ยบเขียวของโปรดผู้เขียน จะมีเป็นบางวันค่ะ บางวันก็ไม่มี

หม่าล่าภาพถ่ายโดยผู้เขียน

ผู้เขียนหยิบกระเจี๊ยบเขียว 2 ไม้ หมูสามชั้น 2 ไม้ ไส้ย่าง 3 ไม้ และหมูชิ้น 1 ไม้ รวมทั้งหมด 8 ไม้ค่ะ ราคาไม่แพงเลย เพียงไม้ละ 8 บาทเท่านั้น หลังจากนั้นเราก็รอให้พ่อค้านำไปย่างบนเตา ผู้เขียนสังเกตดูว่าพ่อค้าจะใช้น้ำเปล่าทาที่เนื้อสัตว์และผัก และหลังจากนั้นก็ทาด้วยซอสหม่าล่า สลับกันไปเรื่อย ๆ ผู้เขียนแอบถามว่าได้ความว่า ที่ต้องทาน้ำเปล่าก่อนตอนแรกเพราะต้องการให้เนื้อและผักชุ่มช่ำ ไม่ไหม้แห้งค่ะ

Advertisement

Advertisement

รอไม่นานหม่าล่าทั้ง 8 ไม้ก็ย่างเสร็จเรียบร้อย พ่อค้านำมาทาซอสหม่าล่าซ้ำอีกที และโรยผงพริกหม่าล่าตามลงไป ผู้เขียนไม่ค่อยชอบกินเผ็ดนัก จึงเลือกเผ็ดระดับกลาง เสร็จแล้วจึงจ่ายเงิน นำกลับมาใส่จานกินที่บ้านอย่างสบายใจ แน่นอนว่าไม่ลืมล้างมือก่อนกินค่ะ

หม่าล่าภาพถ่ายโดยผู้เขียน

มาพูดถึงรสชาติกันบ้าง หลายคนที่ไม่เคยกินหม่าล่าคงสงสัยว่ามันรสชาติต่างจากหมูปิ้งทั่วไปอย่างไร ขอตอบเลยว่า มันต่างกันที่ซอสค่ะ ซอสที่ใส่พริกหม่าล่าลงไปจะมีกลิ่นหอม ไม่ค่อยฉุน แสบจมูกเหมือนพริกผงบ้านเรา รสชาติก็จะเผ็ดชาลิ้น ไม่ใช่เผ็ดแบบแสบร้อน แล้วมันดันเข้ากันได้ดีสุด ๆ กับเนื้อสัตว์และผักย่าง โดยเฉพาะกระเจี๊ยบเขียว

Advertisement

Advertisement

และสำหรับเนื้อสัตว์ของร้านหม่าล่า NA HEE ผู้เขียนประทับใจไส้หมูและหมูสามชั้นที่สุดค่ะ ไส้หมูคือนุ่มมาก ไม่เหนียว ไม่คาว หรือมีกลิ่นเหม็นเลย ยิ่งกินกับซอสหม่าล่ายิ่งอร่อยกลมกล่อม ส่วนหมูสามชั้นก็ไม่เหนียวเลย มันหมูก็ไม่เลี่ยนจนเกินไป อาจจะเพราะว่าหั่นเป็นแผ่นบาง ๆ พอดี ส่วนกระเจี๊ยบของโปรดผู้เขียนก็ย่างออกมาได้พอดี ไม่ไหม้จนเหนียวหรือดำ ผู้เขียนแอบสังเกตเทคนิคของพ่อค้า แกจะใช้ที่คีบบีบลงไปที่กระเจี๊ยบเพื่อดูว่านิ่มหรือยัง แล้วจึงค่อยนำขึ้นจากเตาค่ะ

สำหรับใครที่ชื่นชอบหม่าล่า แล้วอาศัยหรือแวะมาที่อุดรธานี หากเห็นร้านหม่าล่า NA HEE ตั้งขายอยู่ที่ไหน อย่าลืมแวะซื้อเชียวนะคะ รับรองว่าเด็ด เผ็ด ชาลิ้นแน่นอนค่ะ สำหรับวันหน้า ผู้เขียนจะนำร้านอร่อยร้านไหนมารีวิวให้ชมกันอีก ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ

 

FB : หม่าล่าnahee