เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2550 ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรราชธานี ซึ่งเกิดขึ้นกับลุงหาปลาคนหนึ่ง แกชอบออกหาปลา และกว่าจะกลับก็จนมืดแล้ว วันนั้นแกออกหาปลาเหมือนทุกวัน และวันนั้นแกได้ปลาเยอะกว่าทุกวันจนเวลาล่วงมาถึง 2 ทุ่มกว่าๆ จึงพายเรือกลับเข้าฝั่ง เพื่อนำปลาที่ได้มาไปขาย แต่ด้วยความมืดทำให้แกพายเรือช้าและยากลำบาก อีกทั้งไม่มีเรือพายผ่านมาทางนี้สักลำ จนแกพายมาจนถึงกลางแม่น้ำ ได้สังเกตเห็นมีเรือพายอยู่ แกจึงเร่งพายเรือเข้าไปใกล้ๆ เพื่อขออาศัยแสงไฟเรือกลับเข้าฝั่ง และด้วยความมืดทำให้แกมองไม่ค่อยชัด จึงพายเรือเข้าไปใกล้ๆ


แกพายเรือเข้าไกล้เรือลำนั้น แต่ต้องพบกับความน่ากลัว เพราะเรือที่แกพายตามมากลับไม่ใช่เรือแต่เป็นโลง และคนที่แกเห็นก็อาจจะไม่ใช่คน เพราะคนพายไม่มีไม้พายอยู่ในมือ แต่โลงกลับลอยอยู่เหนือกระแสน้ำ และคนที่อยู่ในโลงเนื้อตัวเปียกทั้งตัว ด้วยความตกใจจึงร้องออกมาดังมาก แล้วคนที่อยู่ในโลงก็หันมามองแก ยิ่งทำให้แกต้องผวาแล้วช็อกมาก เพราะคนที่หันมามองไม่มีลูกตา ตาโบ๋น่ากลัวมาก มีหนอนไต่เต็มโลง และออกมาจากเบ้าตาเต็มไปหมด

Advertisement

Advertisement


ผีพายโลง

ด้วยความกลัวและตกใจมากแกรีบพายเรือ แต่พายเท่าไหร่เรือก็วนกลับมาที่เดิมทุกครั้งแกพายอยู่บริเวณนั้นจนถึงเช้า จนมีคนพายเรือผ่านมาเห็นและช่วยพาเข้าฝั่ง พอแกตั้งสติได้จึงเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ชาวบ้านฟัง พอชาวบ้านแถวนั้นได้ยิน จึงเล่าเรื่องราวให้ลุงหาปลาฟังว่า ตรงนั้นมีคนพายเรือแล้วเรือเกิดล่มจึงทำให้คนพายเรือจมน้ำตาย และกว่าจะมีคนไปพบ ศพก็ขึ้นอืดแล้ว และมักมีคนเห็นคนพายโลงเป็นประจำ จนไม่มีใครกล้าไปแถวนั้น ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีคนเล่าต่อๆ กันมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมักมีคนเจอแบบเดียวกับลุงหาปลา บางคนถึงขนาดเสียสติเพราะช็อก และหวาดกลัว 

Advertisement

Advertisement

 

ขอบคุณภาพจาก Pixabay