จากเด็กเนิร์ดผู้อ่อนแอที่สนใจในด้านกีฬาสู่การพัฒนาตนเอง จนได้เป็นนักกีฬาคริกเก็ตจังหวัดอุดรธานี และเป็นนักกีฬาเปตองแนวหน้าของจังหวัด เพราะคำว่าต้นทุนทุกคนไม่เท่ากัน เราต้องสร้างมันขึ้นมาเองด้วยตัวเราเอง 

ขอบคุณภาพจาก นิคม สิงห์ทอง

เมื่อก่อนผมนั้นไม่ชอบเล่นกีฬาไม่ชอบออกกำลังกายชอบนอนอยู่บ้านเล่นเกมส์เฉยๆ มันก็ทำให้สุขภาพผมนั้นแย่มากๆ ชนิดที่ว่าแค่วิ่งเบา ๆ ไม่ถึง 5 นาที ก็หอบแล้วครับ อยู่มาวันนึงมีครูท่านนึงชวนผมมาเล่นกีฬาเปตอง แต่ผมก็รู้ตัวเองดีอยู่แล้วครับว่า ผมคงจะเล่นไม่ไหว แต่ก็ไปลองเล่น พอเล่นๆไปมันก็สนุกครับ ได้เพื่อนได้ออกกำลังได้เสียเหงื่อ แต่ผมก็ยังเหนื่อยง่ายเหมือนเดิม ดีครับที่เปตองมันเป็นกีฬาที่ไม่ได้ใช้แรงมากแต่ใช้เวลาในการเล่นนาน แต่ผมก็ไม่ย่อท้อ ผมจึงพยายามเอาเวลาเรียนเสร็จมาเล่นกีฬา ก็เล่นทุกวันเลยครับ จนฝีมือเริ่มดี ได้รับเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียน ผมไปแข่งครั้งแรก แทบตายครับ เล่นทั้งวันเลย แต่ก็ดีครับ เล่นจบอันดับ 2 มาได้

Advertisement

Advertisement

ขอบคุณภาพจาก นิคม สิงห์ทอง

ผมก็กลับมาคิดว่าเป็นเพราะอะไร แหม! ง่ายๆเลยครับ ผมไม่เคยวิ่งออกกำลังกายเอาเรี่ยวแรงเลยไงครับ ดังนั้นผมจึงวางแผนวิ่ง วิ่งอาทิตย์แรกเป็นวิ่งสลับเดิน รอบสนามฟุตซอล 5 รอบ และเพิ่มอาทิตย์ละ3 รอบ ไปสุดที่ 20 รอบ จนเริ่มมีสุขภาพดีขึ้น ไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเดิม และวันล้างตาก็มาถึง วันนั้นเป็นการแข่งขันกีฬาความเป็นเลิศของจังหวัด รอบนั้นจำได้เลยครับ แข่ง 9:00 แข่งแบบต่อเนื่องเลยครับ เสร็จ ตี3ครึ่ง โห วันนั้นแข่ง 42 ทีม ตัดกันมาถึงรอบชิง ผลิกชนะเขาได้ ได้แชมป์ รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปีมา ภูมิใจสุดๆครับ

ขอบคุณภาพจาก นิคม สิงห์ทอง

ถึงตอนนั้นผมก็รู้สึกแล้วว่า ผมเริ่มคลั่งไคล้ในการเล่นและแข่งขันกีฬา และแล้ว ผมก็มาเล่น อีกกีฬานั่นก็คือกีฬาคริกเก็ต ที่หนักกว่าเปตอง เล่นครั้งแรกโห แทบได้คลานออกจากสนามครับ เหนื่อย ร้อน นาน แต่กีฬานี้เนี่ย ต้องบอกเลยครับว่าถ้าเล่นเป็นละก็สนุกมากๆ แต่ผมก็ใช้เวลาปีนึงเต็มๆ ในการฝึกและพัฒนาร่างกาย จนไปแข่งขันเมื่อ ปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่าน มา ปรากฏว่าได้ อันดับ 3 ในระดับภาค 

Advertisement

Advertisement

ขอบคุณภาพจาก นิคม สิงห์ทองขอบคุณภาพจาก นิคม สิงห์ทองเครดิตภาพโดยนักเขียน
ขอบคุณภาพจาก นิคม สิงห์ทอง

เครดิตภาพโดยนักเขียน

ผมก็คิดครับว่ากีฬานั้นไม่ได้เป็นแค่ยาวิเศษที่ทำให้เราสุขภาพดี แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ซึ่งผมก็รู้สึกภูมใจมากๆครับที่สามารถสร้างความสำเร็จให้ตัวเองได้จากกีฬา ทำให้จากเด็กหอบ ตัวปวกเปียก มาเป็นนักกีฬาในวันนี้ได้ และสร้างความเชื่อมั่นในตนเองได้  และผมยังจะไม่หยุดอยู่เท่านี้ครับผมยังคิดอยากจะเล่นกีฬาใหม่ ๆ เพื่อท้าทายตัวเอง เพราะถ้าหากเราไม่คิดจะสู้เราก็คงต้องเป็นคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง ดังนั้นเราควรที่จะลุกขึ้นสู้ท้าทายกับตัวเอง เรามีความฝัน เรามีสิ่งที่อยากทำเราต้องทำมันครับ อย่ารอโอกาส เราต้องสร้างและหาโอกาสให้ตนเองอยู่เสมอ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ 

Advertisement

Advertisement

***ขอขอบคุณครับ***