ตอนผมอายุประมาณ 7-8 ขวบ แต่ยังพอจำเรื่องราวเหตุการณ์ได้ ครั้งนั้นที่บ้านตาจัดงานทอดกฐินใหญ่ซึ่งตาของผมเป็นเจ้าภาพจัดงาน วัดที่จะนำกฐินไปถวายเป็นวัดป่าอยู่ เขมราฐ อุบลราชธานี ลักษณะวัดจะเป็นถ้ำ บริเวณโดยรอบจะมีต้นไม้สูงใหญ่ดูร่มรื่น (ไม่มั่นใจว่าใช่วัดถ้ำผาพวงรึเปล่า เพราะผ่านมาก็หลายปี) วัดถ้ำผาพวง

   เราออกเดินทางไปทอดกฐินเป็นคันสุดท้าย พ่อ แม่ ตา ยาย นั่งข้างหน้า (รถแค็ป) ผมกับญาติๆ อีก 3-4 คน นั่งที่ท้ายกระบะ การเดินทางก็เป็นปกติดีแต่จะใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะวัดอยู่ต่างอำเภอ ญาติพี่น้อง และคนอื่นๆ ที่มาร่วมงานทำบุญ ได้มาถึงวัดก่อนและตั้งขบวนรอแห่เข้าวัด เมื่อมาถึงพ่อก็ขับรถหาที่จอดใต้ร่มไม้ พ่อ ผม ตา ยาย และญาติที่มาคันเดียวกันต่างนำเครื่องกฐินไปร่วมขบวน แต่แม่ไม่ลงไปร่วมขบวนเพราะโกรธให้พ่อเนื่องจากทะเลาะกันระหว่างทาง พ่อเห็นว่าแม่ไม่ลงรถเลยให้ผมไปอยู่เป็นเพื่อน

Advertisement

Advertisement

ลานพระพุทธรูป วัดถ้ำผาพวง   แม่กับผมนั่งเปิดกระจกอยู่ในรถมองดูขบวนแห่จนไปถึงที่ลานพระพุทธรูปแม่จึงค่อยเตรียมตัวไปร่วมพิธี ขณะที่เตรียมตัวอยู่ในรถ อยู่ๆแม่ก็พูดกับผมอย่างตกใจ "โม ลงไปดูหลังคารถหน่อย เมื่อกี้มีเสียงเหมือนท่อนไม้ใหญ่หล่นใส่รถ" ผมเองก็นั่งไปงีบไปอยู่ในรถ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงที่ว่านั่นเลย "โม แม่บอกให้ลงไปดูรถไง ทำไมยังไม่ไป" แม่พูดกับผมอีกครั้งด้วยเสียงที่ยังดูตกใจ "ผมไม่เห็นจะได้ยินเสียงอะไรหล่นใส่หลังคารถเลยนะแม่ แม่หูฝาดรึป่าว" ผมพูดกับแม่และยังนั่งเฉยรอแม่เตรียมตัว คิดว่าแม่หูแว่วเพราะผมไม่ได้ยินเสียงอะไรหล่นใส่รถเลยจึงไม่ทำตามที่แม่บอก "มันจะไม่มีได้ยังไงเมื่อกี้แม่ยังได้ยิน มันต้องมีอะไรหล่นใส่หลังคา"แม่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "บอกยากจริงๆ แม่ดูเองก็ได้"แม่บ่นให้ผมเล็กน้อยพูดจบแม่ก็เปิดประตูรถลงไปเพื่อจะดูเอง "เห็นมั๊ยล่ะ มันไม่มี"ผมยังพูดยืนยันพร้อมกับหันไปหาแม่ แม่ไม่พูดตอบแต่กลับนั่งก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ผมเห็นท่าไม่ดีจึงรีบลงไปดูแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นแม่หน้าซีดและเหลืองมาก "แม่...แม่เป็นอะไร"ผมร้องเรียกถามแต่แม่ก็ยังไม่พูด ผมก็มองดูที่หลังคารถก็ไม่เห็นร่องรอยหรือท่อนไม้อะไรหล่นอย่างที่แม่ว่า พอผมหันมาดูแม่อีกทีแม่กลับลุกขึ้นแล้วเดินไปทางลานพระพุทธรูปตรงที่จะทำพิธีทอดกฐินโดยไม่รอผม ผมไม่ได้เดินตามแม่ไปเพราะยังไม่ได้ล็อครถให้เรียบร้อย กระจกรถที่เป็นแบบมือหมุนก็ยังไม่ได้เอาขึ้น ด้วยความที่ขี้เกียจตามแม่ไปเลยตัดสินใจอยู่เฝ้ารถดีกว่าคิดว่าเดี๋ยวคงเสร็จแล้ว

Advertisement

Advertisement

 

   ซักพักใหญ่ๆ ก็เห็นพ่อเดินตัวเปียกพาแม่กลับมาที่รถ "โม มีอะไรหล่นใส่รถรึเปล่าลูก"พ่อถามผมด้วยความสงสัย "ไม่เห็นมีอะไรนะพ่อ แม่เล่าให้พ่อฟังเหรอ"ผมก็ตอบพ่อไปตามความจริง พ่อก็ไม่ได้พูดอะไรเห็นเดินวนดูรถ 2-3 รอบแล้วก็กลับเข้าไปที่ลานพระพุทธรูป "โม...โมรู้รึเปล่าว่าผีเข้าสิงแม่"แม่พูดและเริ่มเล่าให้ผมฟังว่าเกิดอะไรขึ้น "ตอนที่แม่เปิดประตูรถลงไป แล้วหลังจากนั้นแม่จำอะไรไม่ได้เลย" (ยายเล่าให้แม่ฟัง และแม่ก็มาเล่าให้ผมฟังต่ออีกที) แม่เดินมาถึงที่ลานพระพุทธรูปตรงที่จะทำพิธีทอดกฐิน หน้าแม่นั้นซีดเหลืองกำลังจะเข้ามาร่วมพิธีกับคนอื่นๆ งูจงอางยักษ์ที่นอนขดอยู่ในถ้ำก็เลื้อยออกมาชูคอสูงพร้อมกับแผ่แม่เบี้ย ขวางทางจะไม่ให้แม่เข้ามาในบริเวณลานพิธี หลวงพ่อที่วัดท่านก็รีบพูดปรามจงอาง "อย่านะ เขามาขอส่วนบุญ อย่าไปทำเขา"ทุกคนต่างก็หันไปมองแม่กันหมด แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปหาแม่เลยเพราะกลัวงูจงอางยักษ์ที่ชูคอแผ่แม่เบี้ยไม่ยอมไปไหน หลังจากที่หลวงพ่อปรามงูไว้ แม่ก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญโหยหวนว่าทั้งเหงาและก็หิว หลวงพ่อท่านก็พูดขึ้น"อีนางน้อย อย่ามารบกวนเขา เขากำลังจะทำบุญไปให้ พอได้บุญแล้วก็ไปเกิดซะ"หลวงพ่อพูดจบก็สลัดน้ำมนต์ใส่แม่ พอน้ำมนต์โดนตัว แม่ก็กรีดร้องเสียงแหลมดังมากแล้วก็ล้มลงไปนอนกองกับพื้น งูจงอางก็ค่อยลดหัวลงแล้วก็เลื้อยกลับเข้าไปในถ้ำ ญาติๆจึงเข้าไปบีบนวดให้แม่ฟื้น "แม่มารู้สึกตัวอีกที ก็มองเห็น ตา ยาย และพ่อ"

Advertisement

Advertisement

 

   ส่วนที่พ่อตัวเปียกแม่ไม่ได้เล่าให้ฟัง แต่ผมคิดว่าคงเพราะอาบน้ำมนต์แน่ๆ