เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 20 ม.ค. พ.ต.ท.กฤษดาเวทย์ ประดับศรี สารวัตรเวนสอบสวน สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งจากนายสิทธิ์ ไสลรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยไผ่ หมู่ 13 ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ มีคนร้ายเข้าไปขโมยลักข้าวเปลือกจากยุ้งฉางลูกบ้านตั้งอยู่เลขที่ 97 บ้านห้วยไผ่ ให้ออกไปตรวจที่เกิดเหตุด้วย จึงพร้อมชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบรีบรุดไป

โดยบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวปลูกติดริมถนนในหมู่บ้าน ส่วนยุ้งฉางใช้เก็บข้าวตั้งอยู่ข้างบ้านและอยู่ใกล้กัน พบบริเวณประตูที่ทำด้วยสังกะสี มีร่องรอยงัดบริเวณสายยูใช้คล้องปิดประตู ข้างในพบเพียงกระสอบใส่ถ่านไม้ใช้ติดไฟวางอยู่ทางเข้าประมาณ 8 กระสอบ ส่วนด้านในสุดที่ใช้เป็นที่เก็บกระสอบข้าวเปลือกเหนียวและข้าวปลอกเจ้าจำนวน 42 กระสอบ น้ำหนักประมาณครึ่งตัน มูลค่ากว่า 8,000 บาทได้หายไปทั้งหมด

Advertisement

Advertisement

จากการสอบถามนายสุนทร ปทุมมาศ อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านที่พักอาศัยอยู่กับนางคำ สีสันต์ อายุ 66 ปี ภรรยาทราบว่า วันนี้ หลังกลับจากทำงานเป็นช่างทำวงกบประตูร้านขายเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งในอำเภอวารินชำราบ และจะมาติดไฟเตาถ่าน เพื่อหุ้งข้าวพอดีถ่านหมด จึงไปเปิดประตูยุ้งใช้เก็บข้าวเปลือกและเก็บถ่านไว้ด้วย

ก็ปรากฏว่าข้าวเปลือกเหนียวและข้าวเปลือกเจ้าที่ใส่ไว้ในถุงปุ๋ยน้ำหนักกระสอบละประมาณ 30 กิโลกรัม จำนวน 42 กระสอบได้ถูกขโมยไปทั้งหมด จึงวิ่งไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านและตำรวจ พร้อมขี่รถไปรับภรรยาที่เป็นคนทำนาปลูกข้าวให้มาดูที่เกิดเหตุด้วย ส่วนข้าวถูกขโมยไปตั้งแต่ช่วงไหนก็ไม่ทราบ เพราะครั้งสุดท้ายที่เข้าไปในยุ้งฉางเอาข้าวเปลือกไปให้โรงสีช่วยสีข้าวให้กินก็เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาแล้ว

ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เข้าตรวจที่เกิดเหตุคาดว่า คนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะรู้ลู่ทางและทราบว่า สองผัวเมียเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง โดยไม่มีคนคอยอยู่ดูแล เพราะช่วงกลางวันนายสุนทรสามีจะไปทำงานที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ ส่วนนางคำ ก็จะไปถักสานตะกร้าอยู่ที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน เพื่อนำมาขายเป็นรายได้เสริม จึงฉวยโอกาสเข้ามาขโมยเอาข้าวเปลือก เพราะเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ต่างก็พากันออกไปทำงานนอกหมู่บ้านกันหมดด้วย ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปสู้การจับกุมคนร้ายที่เข้ามาขโมยข้าวเปลือกรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

Advertisement

ด้านนางสมปอง สีสันต์ น้องสะใภ้ที่มีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุ เล่าว่า นางที่พิการเป็นใบ้ ไม่มีอาชีพอะไร จะเป็นคนดำนาปลูกข้าวทำด้วยตัวเอง ไม่ได้จ้างใครทำ และต้องอาศัยกินข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ เพราะไม่กินจุกกินจิกเหมือนคนทั่วไป เมื่อข้าวเปลือกที่เก็บไว้ถูกขโมยไปทั้งยุ้งฉางก็ต้องเดือดร้อนแน่นอน และเมื่อทราบมีการขโมยข้าวกัน ก็ได้รีบวิ่งไปดูที่ยุ้งเก็บข้าวของตน แต่โชคดีที่ยังไม่ถูกขโมยไป

Advertisement

Advertisement

นายสิทธิ์ ไสลรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยไผ่กล่าวว่า ที่หมู่บ้านเคยเกิดเหตุขโมยทรัพย์สินกันบ้าง แต่ขโมยข้าวเปลือกเพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก และอยากขอร้องให้โจรนำข้าวเปลือกมาคืนให้กับสองผัวเมีย เพราะคนเป็นเมียพิการเป็นใบ้และอายุมาก ต้องทำนาปลูกข้าวกินด้วยตัวเอง

ส่วนตัวสามีก็หูตึงพูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง และไม่มีลูกเต้าดูแล จึงเป็นคนน่าสงสารทั้งคู่ ไม่ควรมาเอาเปรียบคนพิการ ซึ่งการขโมยข้าวเปลือกก็เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของหมู่บ้าน ต่อไปจะมีการประกาศเตือนชาวบ้านให้ระวังคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขโมยข้าวกันอีก

เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงศ์ ข่าว