ศีรษะผี...หลอนตอนคืนมืดมิด

         เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ฉันเรียนอยู่ชั้นประถม  ในเดือนมิถุนายนตอนนั้นเป็นฤดูกาลทำนา พ่อกับเเม่ของฉันก็ไปทำนาตามปกติ ซึ่งในสมัยนั้นคนเวลาที่ทำนาก็จะมีกระท่อมเอาไว้พักเเละพ่อกับเเม่ก็จะนอนพักที่กระท่อมปลายนาเสมอเพราะการทำนาต้องเร่งรีบให้เสร็จทันฝนที่ตกลงมาเพื่อต้นข้าวจะได้สมบูรณ์ ส่วนตัวฉันเเละน้องชายหลังจากเลิกเรียนเเล้ว ก็ต้องไปนาเพื่อช่วยทำงานช่วยถอนต้นกล้า ทำ นั่น โน่น นี่ หลายอย่าง 

         เมื่อช่วยทำงานเสร็จ เเม่ของฉันก็จะหุงหาอาหารให้เพื่อเตรียมจะกลับมานอนที่บ้าน เพราะในตอนเช้าจะได้ไปโรงเรียน หากนอนที่กระท่อมเช้าอาจจะไปโรงเรียนไม่ทันเเละในวันนี้งานเสร็จช้ามาก ๆ ๆ ฉันกับน้องชายพากันเดินกลับมาบ้านซึ่งในตอนนั้นก็มืดเเล้ว       กลางป่ามืดPhotobyJordanStimpsonจากhttps:pixabay.com/

Advertisement

Advertisement

         ฉันเเละน้องชายปกติก็พากันกลับเเบบนี้เป็นประจำอยู่เเล้วเเละไม่ต้องห่วงเรื่องโจรหรืออะไรเพราะในสมัยนั้นไม่มีเรื่องปล้นชิงวิ่งราวอะไรเลย พ่อกับเเม่จึงให้เราเดินกลับบ้านโดยไม่ต่องเป็นห่วง

         เเต่ทว่าวันนี้กลับไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา บรรยากาศดูมืดมิด น่ากลัวชอบกล อยู่ ๆ น้องชายก็ฉันเอ่ยขึ้นว่าพี่ทำไมวันนี้มันดูเงียบจังน่ากลัวจะมีผีหรือเปล่านะ ฉันรู้สึกโมโหน้องชายมาก  จึงด่าน้องออกไป ไอ้บ้าเอ้ยกลางค่ำกลางคืนเเบบนี้เขาไม่ให้พูดเรื่องผีรู้ไหม"เฮ้อ" ฉันได้เเต่ถอนหายใจ เเละพยายามชวนน้องให้รีบเร่งฝีเท้าเดินเร็วมากขึ้น โดยไม่มองข้างทางเพราะมีเเต่ป่ามืดมิดช่างน่ากลัวเหลือเกิน บรรยากาศมันได้จริง ๆ ฉันบอกให้น้องชายรีบเดินเร็วเร็วเราสองคนเดินเร็วขึ้น ๆ ๆ เเต่ก็ต้อง หยุดชะงัก เพราะมีวัตถุบางอย่างขวางทางอยู่ในตอนเเรก ฉันคิดว่าอาจจะหมาหรือตัวอะไรมั้งมันอาจจะมาหาจับตัว กบ เขียด กินก็เป็นได้ใจนึงก็กล้า ๆ กลัว ๆ เเต่ฉันก็ตัดสินใจทำเป็นใจดีสู้เสือ เดินไปเลยคงไม่มีอะไรหรอกน่า

Advertisement

Advertisement

หัวกะโหลก

  Photo by Mitja Jurajaจาก https://www.pixels.com./th-th

          เราเดินเข้ามาใกล้ ๆ มองผ่านเเสงจันทร์ที่ส่องมาก็ยังดูไม่ออกว่ามันคืออะไร น้องชายบอกว่า พี่ฉันกลัวจัง  ฉันจึงบอกน้องไปว่าไม่มีอะไรหรอกน่า ปากก็บอกน้องไปเเบบนั้น เเต่ในใจฉันคิดอีกอย่างเพราะว่าฉันรู้ดีว่าคืนนี้เป็นคืนวันพระใหญ่  ฉันก็คิดกลัวเหมือนกัน จึงรีบตัดบทพูดขึ้นว่า ป่ะเดินไปเลยไฟฉายเราก็มี ยังจะกลัวอะไร ฉันจับมือน้องชาย เเล้วใช้ไฟฉายส่องไปที่วัตถุนั้นก็เห็นเหมือนอะไรกลม ๆ ดำ ๆ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ เราสองคนเดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ขณะนั้นเอง วัตถุดำ ๆ ก็หยุดนิ่ง ดูเเล้วคล้ายศีรษะคน เเต่คงไม่ใช่มั้งฉันพยายามคิดในเเง่ดี    ในขณะที่คิดอยู่นั้นก็มี ลมพัดมาเเว้บนึง เเต่มันกลับเป็นลมที่เย็นปะทะไปถึงขั้วหัวใจลมช่างเย็นเยือกเหลือเกิน ฉันกับน้องจับมือกันเเน่นขึ้น พร้อมกับส่องไฟไปที่วัตถุนั้น  ลมเย็นพัดไปปะทะที่วัตถุนั้นมีเหมือนเส้นดำ ๆที่ปกปิดมันอยู่  เผยออกทำให้เราเห็นได้ชัดเลย  ปากที่มีลิ้นห้อยยาวน่าเกลียดน่ากลัว ใบหน้าที่ซีดขาวราวกับสำลี ดวงตาเเดงกล่ำเหลือกถลนมองมาที่ฉันกับน้องชาย เจอดีเข้าเเล้วไง ในนาทีนั้นเเทบจะทำอะไรไม่ถูก ขาก็จะขยับไม่ออก ฉันสตั้นกลั้นหายใจไปหนึ่งวิ ติดสินใจจับมือน้องชายออกวิ่งไปอย่างสุดกำลังพร้อมกับ ตะโกนว่า ผะ!ผะ!ผีหลอก ผีหลอกผีหลอกจ้า ช่วยด้วย  ส่อย!ส่อยข่อยเเหน่ผีหลอก ฉันวิ่งไปพลางเหลือบตาหันกลับมามอง สิ่งที่เห็นนั่นคือ ศีรษะผี กลิ้งตามเรามาติด ๆ มันตามเรามาเร็วมากทั้ง ๆ ที่มีเเต่หัว  โอ้ย!! ไม่ไหวเเล้วฉันกับน้องวิ่ง วิ่ง ใส่เกียร์4 เร็วสุดกำลังเท่าที่มี วิ่งไปพร้อมกับหลับตาไป ไม่กล้ามองอะไรทั้งนั้น

Advertisement

Advertisement

เด็กปิดตา Photo by  Lan Panelo จากhttps://www.pexels.com/th-th

         ฉันเเละน้องวิ่ง ๆ ๆ วิ่งไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ กว่าจะถึงบ้านซึ่งมีป้าออกมารับเเละถามว่าเกิดอะไรขึ้นส่วนฉันในตอนนั้นสติเเตกก็พูดไม่รู้ภาษาคนเเล้วเเละฉันกับน้องก็กอดกันเเน่นด้วยความกลัว เราสองคนไม่กล้าหันหลังกลับไปมองอีกเลยว่ามี"ศรีษะผี หรืออะไรตามมาอีกไหม" บรื๋อออ...💀💀💀

 

 

ขอบคุณภาพปก โดยRondellMellingจากhttps://pixabay.com