หน้าแล้งต้นเดือนเมษายนอากาศที่เริ่มร้อนทำให้ต้นไม้ชนิดหนึ่งนั่นก็คือ ต้นมันปลา ชื่อเรียกตามภาคอีสานและภาคเหนือ หรือต้นกันเกรา ชื่อเรียกของภาคกลาง เริ่มแตกยอดดอกอ่อนออกมาให้เห็นประปรายและเติบโต จนก้าวล่วงเข้าสู่เกือบปลายเดือนเมษายนร่วมกับพายุฤดูร้อนซึ่งเกิดบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมจึงทำให้เกิดแนวปะทะของมวลอากาศร้อนและเย็นส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พร้อมกับดอกมันปลาที่ได้เริ่มผลิบานแข่งกับสายฝนที่เริ่มโปรยปราย

ภาพโดยผู้เขียน

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับดอกมันปลา หรือดอกกันเกรากันก่อนค่ะ  โดยจะออกดอกเป็นช่อ แบบช่อกระจุก ออกตามซอกใบที่ปลายกิ่ง ยาว 4-12 ซม. ก้านช่อยาว 2-6.5 ซม. ก้านดอกย่อยยาว 0.3-0.6 ซม. กลีบดอกจำนวน 5 กลีบดอก เริ่มบานมีสีขาว ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล และเหลืองนวล ๆ ที่แก่ขึ้นมาอีก  โดยออกดอกช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนภาพโดยผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

ดอกมันปลาหรือดอกกันเกรา  ความเชื่อของที่บ้านถือเป็นไม้มงคล เพราะชื่อที่มีคำว่ากัน ถ้าปลูกต้นกันเกราจะสามารถกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาในบ้านได้ และความหอมเวลาบานจะทำให้บ้านมีแต่ความเป็นมงคลและร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัยภาพโดยผู้เขียน

ซึ่งกลิ่นของดอกมันปลานั้นจะมีกลิ่นที่หอมหวนตลบอบอวล แต่ไม่ได้มีกลิ่นที่แรงหรือฉุนมากเกินไปจนทำให้เวียนหัว หอมนานโดยเฉพาะเมื่อโดนฝนจะยิ่งมีความหอมเย็นเพิ่มมากขึ้น โดยผู้เขียนรู้สึกว่ากลิ่นหอมของดอกมันปลาให้ความรู้สึกหอมแบบร่วมสมัย หอมแบบเด็กใช้ได้ผู้ใหญ่ใช้ดี เชื่อว่าถ้านำไปทำน้ำหอมสามารถนำมาใช้เข้าได้กับทุกวัยเลยทีเดียวค่ะภาพโดยผู้เขียน

ช่วงนี้ภาคอีสานเป็นช่วงที่ดอกมันปลากำลังเบ่งบานกันมาก ถ้าท่านผ่านไปมาจะเห็นมีคนนำพวงมาลัยดอกมันปลามาขายตามแยกไฟแดงด้วยนะคะ ดอกมันปลาไม่เพียงแต่ให้กลิ่นหอม นำมาบูชาพระ แต่ยังใช้เป็นร่มเงาในการพักผ่อนหย่อนใจ ปลูกเป็นไม้ประธานก็สวยงาม จึงเป็นเหตุผลทำให้ดอกมันปลาอยู่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนอีสานมาอย่างยาวนาน เป็นดอกไม้บ้าน ๆ แต่ความหอมและความงามไม่เป็นรองดอกไม้ฝรั่งเลยค่ะ อยากจะเชิญชวนผู้อ่านเมื่อมีโอกาสอย่าลืมหาซื้อต้นดอกมันปลามาปลูกประดับ เพื่อชมความหอมและความงามด้วยกันนะคะ

Advertisement

Advertisement

ภาพปกโดย: Khaofang

ภาพประกอบโดย: Khaofang

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก: ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ ม.อุบล